
สว.โต้ปมโพยฮั้วพรรคประชาชนจี้ศาลชี้ขาด: ความจริงหรือเกมดิสเครดิต?
สว.โต้ปมโพยหรูพรรคประชาชนจี้ศาลชี้ขาด ความจริงหรือเกมดิสเครดิต? เจาะลึกปมร้อนฮั้วเลือกตั้งสภาสูง
KEY
POINTS
- พรรคประชาชนเปิดหลักฐานคลิปวิดีโอที่อ้างว่ามีการใช้ "โพย" ในการเลือก สว. และเรียกร้องให้ศาลชี้ขาดข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกตั้ง
- สว. ฉัตรวรรษ แสงเพชร โต้กลับข้อกล่าวหา โดยยืนยันความโปร่งใสของตนเองและตั้งคำถามถึงการทำงานของ กกต. ที่ไม่ดำเนินคดีในที่เกิดเหตุทันที
- ข้อพิพาทนี้ทำให้เกิดคำถามว่าเป็นการทุจริตจริงหรือเป็นเกมการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ ขณะที่การทำงานของ กกต. ก็ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความย้อนแย้ง
สว.ฉัตรวรรษ โต้เดือดพรรคประชาชน ยันโปร่งใส ตั้งคำถาม กกต. ปล่อยผ่านไฉนมาไล่บี้ดราม่าโพยย้อนหลัง
สะท้อนรอยร้าวลึกในโครงสร้างอำนาจ เมื่อ "โพย" แผ่นเดียวสั่นคลอนเกียรติยศสภาสูง ท่ามกลางกระแสขับเคี่ยวหักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมืองที่กำลังทวีความร้อนแรงถึงขีดสุด
ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยร้อนระอุ พรรคประชาชนเปิดปฏิบัติการรุกคืบทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน โดยการนำของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ "ไอติม" ที่ออกมาเปิดเผยคลิปวิดีโอหลักฐานชิ้นสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลชี้ขาดปมข้อกล่าวหา "ฮั้วเลือกสว."
การตรวจสอบนี้ถูกโต้กลับอย่างรุนแรงจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหา เมื่ออดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ออกมาตั้งคำถามย้อนศรถึงความสมเหตุสมผลของกระบวนการทั้งหมด ซึ่งกลายเป็นข้อพิพาทว่านี่คือการทุจริตเชิงโครงสร้าง หรือเป็นเพียงเกมดิสเครดิตทางการเมือง
ชนวนเหตุนี้มาจากพรรคประชาชนเปิดหลักฐานคลิปวิดีโอบรรยากาศการเลือกตั้ง สว. รอบไขว้ระดับจังหวัด โดยปรากฏภาพที่อ้างว่าผู้สมัครบางรายกำลังใช้ "โพย" ในคูหาเลือกตั้ง มีเจ้าหน้าที่ กกต. รายหนึ่งเดินเข้าไปเก็บเอกสารดังกล่าวพร้อมส่งเสียงเตือนว่า "กำลังจะได้รับเลือกเป็น สว. กันอยู่แล้ว กรุณาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยความโปร่งใสด้วย"
ประเด็นดังกล่าวนำมาซึ่งข้อกังขาของนายพริษฐ์ว่า เหตุใด กกต. จึงไม่ขยายผลจากโพยเหล่านั้นเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของหมายเลขผู้สมัครไปจนกระทั่งเส้นทางการเงิน และเหตุใดเอกสารนี้จึงมิได้ถูกบรรจุไว้ในสำนวนคดีอย่างที่ควรจะเป็น
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังได้เปิดโปงความย้อนแย้งภายในกกต. ชี้ให้เห็นว่า คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีมติชี้ชัดว่ามีบุคคลที่มีมูลความผิดในคดีฮั้ว สว. อย่างน้อย 229 คน และเห็นควรให้ส่งฟ้องศาล
แต่ในเวลาต่อมา กกต. กลับตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาซ้ำ ก่อนจะมีมติสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงด้วยการระบุว่า "ไม่มีมูลความผิด" และสั่งยกคำร้องไปในที่สุด นำมาซึ่งการตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจาก 4 ใน 7 ของ กกต. ชุดปัจจุบัน ได้รับการรับรองเข้าสู่ตำแหน่งโดย สว. ชุดที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่นั่นเอง
เมื่อเผชิญกับการตรวจสอบทางข้อมูล พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 2 (กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม) ในฐานะอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาตอบโต้ด้วยหลักการทางกฎหมายและประสบการณ์ของพนักงานสอบสวนเก่า
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ตั้งข้อสังเกตย้อนกลับไปยังวันเกิดเหตุว่า หากเจ้าหน้าที่ กกต. พบเห็นการกระทำความผิดในคูหาจริง เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาในทันทีตามขั้นตอนปกติ ซึ่งจำต้องเชิญตัวไปสอบสวนและสรุปความผิดเป็นรายบุคคล การปล่อยปละละเลยแล้วนำเรื่องมากล่าวหาแบบเหมารวมในภายหลังเช่นนี้ จึงถือเป็นกระบวนการที่ย้อนแย้งและผิดวิสัยของการปฏิบัติงานอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ ยังได้วิเคราะห์ถึงน้ำหนักของคำพูดในคลิปวิดีโอ โดยระบุว่าประโยคที่ว่า "กำลังจะได้รับเลือกเป็น สว. กันอยู่แล้ว"ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานปรักปรำผู้ใดได้ เพราะในวินาทีนั้นยังไม่มีใครสามารถล่วงรู้ผลการเลือกสว.ได้ล่วงหน้า พร้อมทั้งยืนยันด้วยความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองว่า ผ่านกระบวนการคัดเลือกมาอย่างถูกต้อง โปร่งใส
ทั้งนี้ การได้รับคะแนนเสียงเกิดจากฐานความรู้ความสามารถ รวมถึงการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีผู้คนรู้จักอย่างกว้างขวาง มิใช่เกิดจากการทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนน้ำหนักของคลิปย่อมขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งมิได้มีความกังวลใจแม้แต่น้อย
มหากาพย์การเมืองเรื่องนี้จึงยังคงแขวนอยู่บนความไม่แน่นอน ว่าท้ายที่สุดแล้ว กกต. ทั้งคณะจะมีมติอย่างไร จะส่งเรื่องให้ศาลชี้ขาดเพื่อพิสูจน์ความจริงหรือเลือกปิดสำนวนท่ามกลางสายตาแห่งความคลางแคลงใจของประชาชน?







