
เปิดสูตรปั้น "Animal Star" โมเดลความสำเร็จจาก “หมูเด้งฟีเวอร์” สานต่อพันธกิจงานอนุรักษ์
สานต่อพันธกิจงานอนุรักษ์! เปิดสูตรปั้น "Animal Star" โมเดลความสำเร็จจาก “หมูเด้งฟีเวอร์” สู่คอมมูนิตี้คนรักสัตว์สุดทรงพลัง ต่อลมหายใจสวนสัตว์ไทย
เป็นเวลา 2 ปีเต็มที่ "หมูเด้ง" ฮิปโปแคระดาวเด่นแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แจ้งเกิดจากกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์จนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก ที่แม้แต่นิตยสาร TIME ยังต้องจารึกชื่อ
สำหรับบรรยากาศบริเวณส่วนแสดงฮิปโปแคระในช่วงเช้าวันที่ 10 ก.ค. 69 เป็นไปอย่างคึกคักเป็นพิเศษเพื่อร่วมฉลองวันเกิดครบรอบ 2 ปีของหมูเด้ง จากลูกฮิปโปตัวจิ๋วน้ำหนัก 5 กิโลกรัม วันนี้ได้เติบโตเป็นสาววัยรุ่นน้ำหนัก 160 กิโลกรัม พร้อมสร้างตำนานมีมบทใหม่ด้วยท่านอนพาดพุงบนกะละมัง 2 ใบ เพราะตอนนี้ตัวโตเกินกว่าจะลงไปแช่ในกะละมังใบเดียวได้เหมือนแต่ก่อน
ภาพความน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ คือจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ที่เขย่าโลกทั้งใบ จากการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวระหว่าง "ณรงค์วิทย์ ชดช้อย" ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และคนหน้างานผู้คลุกคลีกับสัตว์อย่าง "เบนซ์ อรรถพล หนุนดี" Zookeeper และ แอดมินเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง
เมื่อผสานวิสัยทัศน์ระดับบริหารเข้ากับความรัก ความผูกพัน ของคนหน้างาน “หมูเด้งฟีเวอร์” จึงกลายเป็นต้นแบบ (Role Model) ให้กับสวนสัตว์ทั่วโลก ทั้งในด้านการสร้างชุมชนออนไลน์ที่แข็งแกร่ง และการยกระดับงานอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม
ถอดรหัสปั้น "Animal Star" เปลี่ยนความน่ารักเป็นพลังขับเคลื่อนงานอนุรักษ์
เมื่อถามถึงเบื้องหลังที่ทำให้หมูเด้งมีความ "เด้ง" และมีชีวิตชีวายิ่งกว่าฮิปโปตัวไหนๆ พี่เบนซ์เล่าพร้อมรอยยิ้มว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจาก "ความไว้ใจ" ระหว่างคนเลี้ยงกับสัตว์
"เหตุผลที่หมูเด้งเด้งได้เต็มที่ เพราะแม่โจน่า (แม่ของหมูเด้ง) เขาไม่ได้มีนิสัยดุร้าย ทำให้คนเลี้ยงเข้าไปคลุกคลีเล่นกับลูกเขาได้ พอเราสนิทกันตั้งแต่เด็ก เขาก็กล้าที่จะแสดงความซุกซนออกมา ซึ่งต่างจากฮิปโปตัวอื่นที่แม่จะหวงลูกมาก"
ความผูกพันหน้าบ่อถูกส่งต่อผ่านเลนส์กล้องของ เบนซ์ อรรถพล ในฐานะที่เป็นทั้ง Zookeeper และแอดมินเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่จุดประกายให้เกิด "คอมมูนิตี้คนรักสัตว์" ที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้
ขณะเดียวกันในมุมของการบริหาร ผอ.ณรงค์วิทย์ ได้ถอดบทเรียนความสำเร็จนี้มาเป็นโมเดลการสร้างสรรค์ "Animal Star" พร้อมวางกลยุทธ์การทำงานร่วมกับทีมงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยสัตว์ป่าที่เคยเข้าใจยาก ให้เข้าถึงใจคนทั่วไปได้อย่างง่ายดาย
"เราถอดบทเรียนจากหมูเด้งจนรู้แล้วว่า การจะสร้าง Animal Star ขึ้นมาหนึ่งชนิด เราต้องมี 4 องค์ประกอบ คือ มี คาแรคเตอร์ (Character) ที่ชัดเจน มี คีปเปอร์ (Keeper) ที่ดูแลด้วยใจ มี อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ช่วยขยายการรับรู้ และสุดท้ายต้องมี ไดเรกเตอร์ (Director) คอยกำกับดูแลทิศทางกลยุทธ์" ผอ.ณรงค์วิทย์ อธิบาย
ผลลัพธ์จากโมเดลนี้ ทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดที่ไม่เคยเป็นที่รู้จัก กลายเป็นขวัญใจมหาชน อาทิ "เสือลายเมฆ" สัญลักษณ์บนโลโก้ของสวนสัตว์ ที่วันนี้คนทั่วไปรู้แล้วว่ามีลวดลายและลักษณะนิสัยอย่างไร หรือแม้แต่ "นกตะกรุม" ที่หลายคนเพิ่งทราบว่ายังมีนกชนิดนี้อาศัยอยู่ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม การทำงานคลุกคลีกับสิ่งมีชีวิตย่อมมีข้อจำกัดและความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เหล่านี้กลายเป็นที่รักของมหาชน ผอ.ณรงค์วิทย์ ยอมรับว่าวัฏจักรการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมตามธรรมชาติ ทางสวนสัตว์จึงให้ความสำคัญในการสื่อสารเรื่องนี้กับแฟนคลับอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจที่สุด
"การทำงานกับสิ่งมีชีวิตต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต เมื่อเรารักเขามาก ความสูญเสียเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องสร้างการรับรู้ พูดความจริงแบบเปิดเผย ให้ทุกคนเข้าใจวิถีธรรมชาติและเข้าถึงเราได้มากที่สุด"
ปรากฏการณ์ "รันวงการ" ครีเอเตอร์สวนสัตว์
นอกเหนือจากความน่ารักที่ครองใจคนทั่วโลกแล้ว "หมูเด้ง" ยังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับวงการสวนสัตว์ไทย ความสำเร็จของเพจ "ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง" ที่โด่งดังไปไกลระดับโลก ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่จุดประกายให้เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ (Zookeeper) แห่งอื่นๆ หันมาจับกล้อง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและถ่ายทอดเสน่ห์ของสัตว์ในความดูแลของตนเองสู่โลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น
"พอหมูเด้งแมสปุ๊บ เราก็มาประชุมกันว่าใครอยากทำช่องให้สัตว์ที่ตัวเองดูแลบ้าง ปรากฏว่าทุกคนกระตือรือร้นเปิดช่องกันหมดเลย ช้าง แพนด้าแดง ตัวกินมด เพนกวิน เฉพาะที่เขาเขียวน่าจะมี Zookeeper ทำช่องกว่า 20 ช่อง และสวนสัตว์อื่นทั่วประเทศก็น่าจะ 30-40 ช่องได้" พี่เบนซ์เล่าด้วยความภูมิใจ
ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนรู้จักและผูกพันกับสัตว์ชนิดต่างๆ มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสความน่ารักตัวจริงถึงที่ ซึ่งช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่องค์กร และกลายมาเป็นทุนสำคัญในการนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของสัตว์ทุกตัวต่อไป
"บางคนชอบแพนด้าแดง สลอธ หรือคาปิบาร่า สัตว์อื่นๆ เขาก็เป็นสตาร์เหมือนกันครับ... ทุกคนก็เป็นซูเปอร์สตาร์ในแบบของตัวเอง"
เหนือกว่าความฮิต คือภารกิจคืนชีวิตสู่ผืนป่า
แม้สวนสัตว์เปิดเขาเขียวจะมีสัตว์ดาวเด่นมากมายที่ดึงดูดความสนใจจากสังคม แต่เมื่อถามถึง "ความภาคภูมิใจสูงสุด" ในงานอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ผอ.ณรงค์วิทย์ กลับตอบด้วยมุมมองที่ลึกซึ้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของคนทำงานเพื่อสัตว์ป่าอย่างแท้จริง
"เราเลือกเป็นชนิดไม่ได้ว่าภาคภูมิใจกับตัวไหนที่สุด เพราะทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าเท่ากัน สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดคือการได้เห็นสัตว์ป่าที่เคยใกล้สูญพันธุ์หรือหายไปจากป่าธรรมชาติ ได้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง นี่คือภารกิจสำคัญที่เราตั้งใจรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา"
ปัจจุบัน เขาเขียวประสบความสำเร็จด้านการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหายากในหลายโครงการ โดยร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงพันธมิตรอย่าง GISTDA และ บางจากฯ เช่น การใช้วิทยาการผสมเทียมเพื่อกอบกู้ประชากร "เสือลายเมฆ", การเพาะพันธุ์และปล่อย "นกกระสาคอขาว" คืนสู่ธรรมชาติที่ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ จนปัจจุบันขยายพันธุ์เองในป่าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว รวมถึงโครงการปล่อย "นกเงือกกรามช้าง" ที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติคืนสู่ป่าภาคเหนือ เติมเต็มระบบนิเวศที่เคยสูญเสียไปให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา "หมูเด้ง" พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ฮิปโปแคระไม่ใช่เพียงกระแสสัตว์โลกน่ารักที่แวะมาสร้างรอยยิ้มชั่วคราวแล้วจางหายไป แต่ฮิปโปแคระขวัญใจมหาชนตัวนี้คือหนึ่งในกลไกสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าการท่องเที่ยวสวนสัตว์ของไทย
ปรากฏการณ์ “หมูเด้งฟีเวอร์” ที่เกิดขึ้นไม่เพียงกระตุ้นให้วงการสวนสัตว์ตื่นตัวและตระหนักถึงพลังของการสื่อสารยุคใหม่ แต่ยังช่วยลดช่องว่างและเชื่อมความผูกพันระหว่างผู้คนกับสัตว์ป่าให้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าที่เคย







