
ยกระดับ Pop Culture! "วิธิตากรุ๊ป" ดันคาแรกเตอร์ไทยสู่ Cultural IP ระดับสากล
วิธิตากรุ๊ป สานต่อความสำเร็จงาน Character Fest Thailand 2026 ปีที่ 2 ผ่านธีม ‘Pop Star Party’ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก
หากพูดถึง "คาแรกเตอร์" หรือ "มาสคอต" หลายคนคงนึกถึงตุ๊กตาตัวใหญ่ที่ยืนโบกมือทักทายอยู่ตามงานอีเวนต์ หรือเป็นแค่ลวดลายบนตัวสินค้า แต่ทุกวันนี้วงการคาแรกเตอร์ก้าวหน้าไปไกลมาก
คาแรกเตอร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์อีกต่อไป แต่ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น "ศิลปิน" ที่มีตัวตน มีแฟนคลับคอยติดตาม และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของประเทศ
วิสัยทัศน์นี้เองคือจุดเริ่มต้นของงาน Character Fest Thailand 2026 เทศกาลป๊อปคัลเจอร์ระดับประเทศที่กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งเป็นปีที่ 2 นำทัพโดย คุณพิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป ทายาทตำนาน ‘ขายหัวเราะ’
ที่มารับไม้ต่อในการเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นเวที "เดบิวต์" คาแรกเตอร์ฝีมือคนไทย เพื่อผลักดันให้ก้าวขึ้นเป็นป๊อปสตาร์ระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ
เพราะคาแรกเตอร์ ไม่ใช่แค่ ‘แขกรับเชิญ’ อีกต่อไป
หลังจากปีแรกสร้างปรากฏการณ์กระหึ่มวงการด้วยยอดผู้ร่วมงานทะลุ 600,000 คน มาปีนี้ วิธิตากรุ๊ปไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดงานรวมพลคาแรกเตอร์น่ารัก ๆ แต่ตั้งเป้าพลิกโฉมและยกระดับภาพจำของคาแรกเตอร์ไทยเสียใหม่
“เราเติบโตมากับธุรกิจคาแรกเตอร์ตั้งแต่ยุคขายหัวเราะที่คุณพ่อ (คุณวิธิต อุตสาหจิต) เป็นผู้บุกเบิก เราเห็นพัฒนาการของวงการนี้มาตลอด” คุณพิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป เริ่มต้นเล่าให้ถึงจุดเริ่มต้นของการยกระดับงานในปีนี้
“ปีนี้เราปรับจุดยืนหรือ Repositioning งานใหม่ทั้งหมด เราไม่ได้เป็นแค่อีเวนต์รวมคาแรกเตอร์ แต่เราคือ Pop Culture Festival ของประเทศไทย”
คุณพิมพ์พิชามองว่าตลอดครึ่งศตวรรษที่วิธิตากรุ๊ปและขายหัวเราะคลุกคลีอยู่ในวงการ ภาพที่เห็นจนชินตาคือคาแรกเตอร์มักได้บทบาทเป็นเพียงตัวประกอบหรือแขกรับเชิญ แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เหล่าคาแรกเตอร์จะมีพื้นที่เฉิดฉายเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
“เราเชื่อว่าซอฟต์พาวเวอร์ของไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว แต่ ‘พลังของคาแรกเตอร์’ ก็ทำหน้าที่นี้ได้เช่นกัน ธีมงานปีนี้เราจึงเลือกใช้คำว่า Pop Star Party เพราะมองว่าในเมื่อไทยมี T-Pop หรือมีศิลปินไอดอลที่ไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศได้ คาแรกเตอร์ไทยเองก็มีศักยภาพพอที่จะเป็นป๊อปสตาร์และผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ได้เหมือนกัน”
วิสัยทัศน์ดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ (Licensing) ทั่วโลกที่มีมูลค่ามหาศาลหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เกมธุรกิจยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การนำตัวการ์ตูนไปสกรีนลงบนสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายอีกต่อไป
แต่เป็นการสร้าง "แฟนด้อม" ร้อยเรียงเรื่องราว (Storytelling) และนำพาคาแรกเตอร์เหล่านั้นเข้าไปแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการจับมือร่วมสร้างสรรค์ผลงาน (Collaboration) และต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาทางวัฒนธรรม (Cultural IP) ให้เกิดมูลค่าสูงสุด
‘ภาษาสากล’ ทลายกำแพงวัฒนธรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก
คุณปาริชาติ บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มาร่วมยืนยันความสำเร็จของกลยุทธ์ Character Marketing บนเวทีนี้ พร้อมตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนว่า "คาแรกเตอร์" มีพลังขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและประเทศได้จริง
คุณปาริชาติย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ "น้องสุขใจ" มัคคุเทศก์น้อยที่ ททท. สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเยียวยาจิตใจและกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังวิกฤตสึนามิ โดยนำเอกลักษณ์ของภาคใต้มาออกแบบจนกลายเป็นตัวละครที่คนไทยหลงรัก
จากนั้นจึงต่อยอดความสำเร็จมาสู่ "น้องลักยิ้ม" แมววิเชียรมาศสุดป่วน ที่เข้ามาช่วยสร้างสีสันและเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้สนุกยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ Feel all the feelings
“คาแรกเตอร์ไม่มีเพศและสื่อสารด้วยภาษากายซึ่งเป็นสากล จึงส่งต่อความน่ารักก้าวข้ามข้อจำกัดทางภาษาได้กับคนทุกชาติ” คุณปาริชาติอธิบาย
“อย่างเวลาเราพาน้องสุขใจไปจัดบูธที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นก็ชื่นชอบมากจนเรียกติดปากว่า ‘สุขใจจัง’ คาแรกเตอร์เหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงความรู้สึก หรือแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอยากเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ในบ้านเรา”
Ecosystem ที่พร้อมเชื่อมโยงทุกโอกาสทางธุรกิจ
การผลักดันคาแรกเตอร์ไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกจำเป็นต้องมี "พื้นที่ส่วนกลาง" เพื่อแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ วิธิตากรุ๊ปจึงร่วมมือกับพันธมิตรอย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ยกระดับพื้นที่จากแลนด์มาร์กจัดงานทั่วไปให้กลายเป็น Creative Platform อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบรับกระแส Experience Economy ที่กำลังมาแรง
งาน Character Fest Thailand 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 สิงหาคม 2569 ถือเป็นปรากฏการณ์พรมแดงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ "Character Pop Carpet" งานเดินพรมแดงเปิดตัวเหล่าคาแรกเตอร์
พร้อมด้วยเวที Character Show และกิจกรรม "Character Collab vs Battle" ที่นำคาแรกเตอร์มาจับคู่ประชันไอเดียข้ามจักรวาล ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างกระแสไวรัลบนโลกโซเชียลได้อย่างแน่นอน
ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้พบปะอย่างใกล้ชิดกับคาแรกเตอร์ระดับตำนานจากค่ายขายหัวเราะ ตลอดจนมาสคอตขวัญใจมหาชนจากองค์กรชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พี่โก๋ (โก๋แก่), น้องวี (VISA), Watt-D (PEA), น้องสุขใจและน้องรักยิ้ม (ททท.), น้องเปา (CP ALL) รวมถึงพี่ทาโรกับน้องหมีคริสปี้ (ทาโร่) และคาแรกเตอร์จากพาร์ทเนอร์อีกคับคั่ง
นอกจากนี้ยังมีความพิเศษจากบูธสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ "น้องหมีเนย" (Butterbear) ไอดอลสุดฮอตที่เคยสร้างปรากฏการณ์ห้างแตกมาแล้ว พร้อมด้วยสินค้าคอลเลกชันพิเศษจากเหล่าครีเอเตอร์ไทยที่นำมาจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
หมุดหมายใหม่ของวงการสร้างสรรค์ไทย
ในช่วงท้ายของการพูดคุย คุณพิมพ์พิชาได้ย้ำถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการจัดงานครั้งนี้ว่า ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความสนุกสนาน แต่ตั้งใจสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้แก่วงการ
“เราตั้งใจให้การยกระดับงานในครั้งนี้ ช่วยพลิกโฉมระบบนิเวศของอุตสาหกรรม (Ecosystem) และเปลี่ยนมุมมองของทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีต่อคาแรกเตอร์ฝีมือคนไทย เราอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าคาแรกเตอร์ทุกตัวสามารถก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ผ่านการต่อยอดลิขสิทธิ์ (Licensing) ทรัพย์สินทางปัญญา (Cultural IP) และการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ (Collaboration) เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่างาน Character Fest ในวันนี้ จะกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของวงการคาแรกเตอร์ไทย ที่ช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจ และพร้อมพุ่งทะยานสู่เวทีระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ”
วันนี้ คาแรกเตอร์ไทยไม่ได้เป็นเพียงลายเส้นบนหน้ากระดาษอีกต่อไป แต่ได้ก้าวออกมามีชีวิตในฐานะ "ป๊อปสตาร์" อย่างเต็มตัว นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรม "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ที่พร้อมชวนคนไทยทุกคนมาร่วมพิสูจน์ศักยภาพ และสนับสนุนวงการนี้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกัน







