
พืชสวนโลกอุดรธานีถึงเวลาเสริมเขี้ยวเล็บเกษตรกรแปลงย่อย สร้างพลังเศรษฐกิจไทย
พืชสวนโลกอุดรธานีถึงเวลาเสริมเขี้ยวเล็บเกษตรกรแปลงย่อย สร้างพลังเศรษฐกิจไทย
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยจะเริ่มจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นเวทีนานาชาติที่รวบรวมองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจด้านการเกษตร งานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้บริหารภาครัฐ นักวิชาการ เกษตรกร และภาคธุรกิจ ได้ร่วมกันพิจารณาทิศทางการพัฒนาเกษตรกรรมไทย
โดยเฉพาะการนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพเกษตรกร แปลงย่อย ซึ่งเป็นกำลังการผลิตสำคัญของประเทศ ให้สามารถเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างเต็ม ความสามารถ
ผลสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ถือครองพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 8.66 ล้านราย โดยร้อยละ 65.7 ถือครองพื้นที่ต่ำกว่า 20 ไร่ และเมื่อรวมผู้ถือครองพื้นที่ต่ำกว่า 40 ไร่ จะมีจำนวนประมาณ 7.45 ล้านราย หรือร้อยละ 86 ของผู้ถือครองทำการเกษตรทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 96 ล้านไร่
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเกษตรกรแปลงย่อยเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การเกษตรไทย ทั้งในด้านพื้นที่การผลิต รายได้ครัวเรือน และวิถีชีวิตของชุมชน การส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการตลาด
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมากในการพัฒนาระบบสนับสนุนที่เหมาะสมกับเกษตรกรแปลงย่อย เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าทางการเกษตรอย่างทั่วถึง
ศักยภาพของเกษตรกรแปลงย่อยมีหลักฐานทางวิชาการรองรับ ผลการศึกษาการผลิตอ้อยของ Tukaew และคณะ ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Sugar Tech เมื่อปี 2559 พบว่า เกษตรกรรายย่อยในกลุ่มตัวอย่างจังหวัดลพบุรี สระบุรี และนครสวรรค์ มีผลผลิตเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่สูงกว่ากลุ่มเกษตรกรรายกลางและรายใหญ่
ข้อค้นพบนี้ สะท้อนว่าขนาดพื้นที่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดผลิตภาพ ความรู้ ประสบการณ์ ความใส่ใจ และความสามารถในการบริหารจัดการแปลงล้วนมีความสำคัญ เกษตรกรแปลงย่อยที่มีการจัดการอย่างเหมาะสมจึงสามารถสร้างผลผลิตต่อไร่ได้สูง
และควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แม้ผลการศึกษาดังกล่าวจะเป็นหลักฐาน เฉพาะกลุ่มตัวอย่างและไม่อาจใช้สรุปแทนเกษตรกรทุกพื้นที่ได้ก็ตาม
การเสริมเขี้ยวเล็บให้เกษตรกรแปลงย่อยอย่างถูกที่ถูกทาง ต้องทำให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มี คุณภาพในต้นทุนเหมาะสม เข้าถึงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีผ่านระบบบริการที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงเงินทุน องค์ความรู้ และข้อมูลประกอบการตัดสินใจ รวมถึงเข้าถึงตลาดและผู้รับซื้อที่หลากหลาย
ระบบสนับสนุนเหล่านี้ ควรออกแบบให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่และสภาพการผลิตของเกษตรกร โดยสามารถรวบรวมความต้องการจัดซื้อ หรือใช้บริการเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงขนาดพื้นที่ถือครอง
เป้าหมายสำคัญ คือการทำให้เกษตรกรสามารถเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ และความตั้งใจในการผลิตให้เป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ ต้นทุนที่ลดลง และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง
สำหรับผู้บริหารระดับประเทศ การยกระดับเกษตรแปลงย่อยควรได้รับความสำคัญในการจัดสรร งบประมาณ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างระบบบริการที่เข้าถึงเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม โดยวัดความสำเร็จจากผลิตภาพ ต้นทุนต่อไร่ คุณภาพผลผลิต การเข้าถึงตลาด และรายได้สุทธิของเกษตรกร
ส่วนผู้บริหารองค์กรธุรกิจควรมองเกษตรกรแปลงย่อยเป็นกลุ่มผู้ผลิตและตลาดที่มีศักยภาพสูง สามารถพัฒนา ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะด้าน ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต เครื่องจักรกล การเงิน เทคโนโลยี ไปจนถึงการรับซื้อและแปรรูปผลผลิต การสนับสนุนที่เหมาะสมจะสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศ
งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้บริหาร นักวิชาการ เกษตรกร และผู้ประกอบการควรเดินทางไปศึกษาองค์ความรู้ และนวัตกรรม ทั้งเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ระบบควบคุมการเพาะปลูก ชีวภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิต พืชสมัยใหม่
พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งที่พบเห็นจะช่วยให้เกษตรกรที่มีพื้นที่ 5 ไร่ 10 ไร่ หรือ 20 ไร่ สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเข้าถึงตลาดได้ดีขึ้นอย่างไร
เพราะเกษตรกรแปลงย่อยไม่ใช่ภาระของประเทศ แต่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจไทย การเสริมเขี้ยวเล็บให้ถูกที่ถูกทางจะช่วยเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความใส่ใจในการผลิตให้กลายเป็นรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง







