posttoday
ไทยมีแต่เรื่องปางตายจนโตตามศักยภาพไม่ได้

ไทยมีแต่เรื่องปางตายจนโตตามศักยภาพไม่ได้

13 สิงหาคม 2569

 

 

  วันนี้จะขอเขียนเรื่องอาการปางตายของประเทศชาติอย่างกระชับสั้นๆสักหน่อยเพราะได้ดูการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลใหม่มาเกือบ 5 เดือนแล้ว ยังไม่เห็นว่าอาการของคนป่วยที่สุดของเอเชียอย่างไทยจะพลิกฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร

 

  ดูตามเนื้อผ้าแล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยโดยมีท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ก็น่าจะดีกว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคใหญ่อื่นๆในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา ยกเว้นพรรคประชาชนที่ชนกำแพงเท่านั้นที่เรายังไม่เคยเห็นฝีไม้ลายมือ

 

  แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้เห็นภาพของอาการปางตายของประเทศเช่นเดียวกับคนไทยที่รักชาติทั้งหลาย จึงขอนำประเด็นอาการป่วยเรื้อรังของประเทศมาพูดให้เห็นกันชัดๆในวันนี้

 

  ผมจะไม่ขอวิเคราะห์ถึงโรคประจำตัวหนักๆของประเทศเราให้เสียเวลา นับตั้งแต่ปัญหาโครงสร้างของประชากรที่มีผู้สูงวัยมากติดอันดับสูงเป็นภาระทางการคลังของรัฐจนแก้ไม่ตก หรือปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงมากที่ไม่มีทางแก้ไขได้ หาก GDP ของไทยไม่สามารถโตเกิน 3 - 4 % ต่อปีได้อย่างยั่งยืน หรือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ดูเหมือนว่าจะลดลงได้ แต่แท้จริงแล้วมีแต่จะระบาดมากขึ้นตราบใดที่ข้าราชการยังมีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว

 

  และตราบใดที่นักการเมืองไทยรุ่นเก่ายังไม่คิดวางมือหรือตายจากไปโดยเร็ว รวมทั้งปัญหาการคลังของประเทศที่ติดกับดักของกฎหมายและกฎเกณฑ์พันธนาการอย่างแน่นหนาที่ไม่รู้จักแก้ไขให้ทันสมัย สรุปแล้วถ้ายังห่วงหรือพะวงกับสรรพโรคาพยาธิประจำตัวของไทยดังกล่าวแล้ว ดูเหมือนจะยิ่งหมดหนทางที่จะทำให้กล้ามเนื้อที่อ่อนล้าของผู้ป่วยอย่างไทยกลับมาแข็งแรงได้เลย

 

  ดังนั้น วันนี้จะขอพูดถึงแค่ภาวะปางตายของประเทศหนักๆเพียง 2 ประการเท่านั้น

ประการแรก ปัญหาการถดถอยอย่างรุนแรงของกิจการ SMEs ทั้งประเทศ

 

  จากข้อมูลตัวเลขที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยเป็นข่าวเร็วๆนี้ว่า ครึ่งปีแรก 2569 นี้มี SMEs ต้องเลิกกิจการถึง 7,000 กว่าราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะมี SMEs ประเภทอื่นๆ ทยอยล้มหายตายจากไปอีกมาก ซึ่งสาเหตุใหญ่มาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ลากยาวและรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ไม่ว่าจากการขาดเงินทุนมาสนับสนุน ขาดความสามารถในการแข่งขันทั้งในด้านราคาและคุณภาพของสินค้าน้อยใหญ่ที่ถูกสินค้าจากจีนตีแตกกระจุย กล่าวได้ว่าไทยเราผลิตสินค้าพื้นฐานตามปัจจัยสี่มาใช้เองในประเทศยังสู้สินค้าที่นำเข้าจากต่างชาติไม่ได้เลย จึงเห็นได้ชัดว่าคนไทยทุกวันนี้ทั้งรวยและจนต่างซื้อสินค้าจากจีนมาใช้กันทั้งนั้น

 

  ถ้าดูถึงการโหมบุกหนักทั้งในเรื่องการผลิตและการค้าของประเทศจีน ไม่ต้องพูดถึงไทย แม้แต่ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวันประเทศที่เข้มแข็งกว่าไทยเยอะยังต้องสยบต่อจีน แล้วจะมีช่องทางไหนที่ไทยจะต้านได้

 

ประการที่สอง ปัญหาคนไทยถูกแย่งอาชีพทำกินทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก 

  การทำมาหากินของชาวต่างชาติในประเทศไทยจนคนไทยแทบไม่มีที่ยืนให้เห็น โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยมีให้เห็นมากขึ้นทุกวัน ยิ่งรัฐบาลไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นสาขาหลักในการจ้างงานของประเทศ กลับเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำมาหากินในผืนแผ่นดินไทยมากขึ้น ไม่ใช่แค่การใช้นอมินีไทยเท่านั้น แต่กิจการของต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ขยายตัวในแผ่นดินไทยอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน

 


  ที่มีให้เห็นกันชัดๆ ธุรกิจโรงแรมในประเทศทุกวันนี้ ดูได้จากโรงแรม Chain ที่มีชื่อระดับโลกทั้งหลายจากชาติตะวันตกได้เข้ามาประกอบกิจการในเมืองท่องเที่ยวหลักทุกแห่ง มีมากกว่าโรงแรมที่คนไทยเป็นเจ้าของ ส่วนโรงแรมขนาดกลางและเล็กก็มีมากจนคาดไม่ถึง และถ้าเจาะลึกเข้าไปจะเห็นว่าร้านอาหารที่เป็นธุรกิจรายย่อยที่มีให้เห็น ก็เป็นร้านของผู้ประกอบการต่างชาติมากมาย ไม่ใช่แค่ร้านอาหารจีน อิตาเลียน ฝรั่งเศส และอินเดีย ที่มีให้เห็นมานานใน กทม. และเมืองหลักเท่านั้น ขณะนี้ในแหล่งท่องเที่ยวดังๆของไทยมีร้านอาหารทั้งของชาวยุโรปรัสเซีย ตุรกี อิสราเอล และอิหร่าน เกิดขึ้นมากมายให้เห็นตำตา

 

 

  กล่าวได้ว่าที่รัฐบาลได้ทุ่มเทสนับสนุนให้คนไทยได้ประโยชน์ช่วยได้แค่การให้ลูกจ้างไทยมีงานทำและให้คนไทยได้ขายวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์ของไทยเท่านั้น ยิ่งรัฐบาลนำเอางบประมาณแผ่นดินจำนวนมากมาทำโครงการพลัสทั้งหลายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กลับช่วยทำให้กิจการในด้านการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่มาประกอบกิจการในไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

 


  เป็นที่เห็นชัดแล้วว่า ประเทศไทยที่มีทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ดีอุดมสมบูรณ์ในสุวรรณภูมิ ซึ่งทุกชาติอยากมาเที่ยวและอยากมาอยู่อาศัยกันมาก และก็ได้รับการต้อนรับที่ดีจากคนไทยเจ้าของบ้านทุกระดับในทุกวันนี้ แทนที่จะทำให้ประเทศเติบโตรุ่งเรืองกว่าประเทศอื่นใดนั้น กลับทำให้คนไทยมีสถานะต่ำต้อยลงทุกปี มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไรกัน นี่หรือระบอบประชาธิปไตยที่ไทยไปลอกเลียนชาติตะวันตกมาใช้

 

  ผู้รู้หลายท่านคิดว่าไทยเราทุกวันนี้มีศักยภาพที่สูง โดยดูจากทรัพยากรที่มีมากในแทบทุกด้าน ประเทศมีทรัพย์สินเงินทองมาก คนไทยขณะนี้ก็มีความรู้ความสามารถสูง แต่ทำไมประเทศกลับโตต่ำกว่าศักยภาพ คือ เศรษฐกิจโตเรี่ยดินมาร่วม 20 ปี ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ คิดกันให้แตกฉานหน่อย

 

  ความเห็นของผมเห็นว่า ศักยภาพของไทยที่ว่าสูงนั้น แท้ที่จริงเป็นศักยภาพที่ถูกบดบังด้วยกลุ่มของสารพิษนานาชนิดเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีวินัยของคนไทย การไม่มีธรรมาภิบาลของผู้มีอำนาจปกครองประเทศ การมีกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆของประเทศที่ยุ่งยากหยุมหยิม จนนำไปตีความได้หลายแง่หลายมุม ไม่ชัดเจนเหมือนกฎหมายประเทศอื่น และสารพิษที่ร้ายที่สุดก็คือการทุจริตคอร์รัปชันของคนไทยที่มีอยู่เต็มไปหมดทุกระดับ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่บดบังไม่ให้ไทยเติบโตตามศักยภาพที่มีได้ จนเราต้องเป็นสาละวันเตี้ยลงอย่างทุกวันนี้ น่าเศร้าไหมครับ
 

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมเปิดสงครามเศรษฐกิจ อิหร่านขู่หยุดส่งออกน้ำมัน

สหรัฐฯ เตรียมเปิดสงครามเศรษฐกิจ อิหร่านขู่หยุดส่งออกน้ำมัน