
จับตานโยบายภาษีใหม่ กระทบผู้ประกอบการ SME อย่างไรบ้าง
ในช่วงปี 2568–2569 ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ออกมาตรการภาษีใหม่หลายด้าน ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การควบคุมการนำเข้า และการผลักดันธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ต้องปรับตัวมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการขาย แต่รวมถึง “การวางแผนภาษี” ที่ซับซ้อนกว่าเดิม บทความนี้จะพาไปดูภาพรวมว่านโยบายภาษีใหม่มีอะไรบ้าง และกระทบธุรกิจอย่างไร สามารถอธิบายได้ดังนี้
1. ภาษีนำเข้าใหม่: ต้นทุน SME เพิ่มขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้
หนึ่งในนโยบายที่กระทบชัดเจนคือ การยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ (ไม่เกิน 1,500 บาท) ซึ่งเริ่มมีผลเต็มรูปแบบในปี 2569 เดิมสินค้าเล็กๆ จากต่างประเทศอาจไม่เสียภาษี แต่ปัจจุบันต้องเสียทั้ง VAT 7% และอากรนำเข้าเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อ SME
• ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้นทันที
• ธุรกิจพรีออเดอร์หรือขายของออนไลน์จากต่างประเทศได้รับผลกระทบหนัก
• ราคาขายต้องปรับขึ้น ทำให้แข่งขันยากขึ้น
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าเองในประเทศ อาจได้ประโยชน์เพราะการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกลดลง
2. มาตรการภาษีสนับสนุน Digital Transformation
ภาครัฐมีมาตรการยกเว้นภาษีเพื่อสนับสนุน SME ให้ปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัล เช่น การลงทุนระบบไอที ซอฟต์แวร์ หรือการพัฒนาธุรกิจออนไลน์ (กรมสรรพากร)
ผลกระทบต่อ SME
• ธุรกิจที่ปรับตัวเร็ว ได้ “ลดภาษี + เพิ่มประสิทธิภาพ”
• ลดต้นทุนระยะยาว เช่น ระบบบัญชีออนไลน์ ระบบขายอัตโนมัติ
• เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดออนไลน์
แต่ในทางกลับกัน
• ธุรกิจที่ไม่ปรับตัว อาจเสียเปรียบมากขึ้น
• ต้องมีเงินลงทุนเริ่มต้น ซึ่ง SME บางรายอาจยังไม่พร้อม
3. สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและค่าเสื่อมราคา
มาตรการภาษีที่ให้หักค่าเสื่อมราคาแบบเร่ง เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ธุรกิจ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เร็วขึ้น
ผลกระทบต่อ SME
• ช่วยลดภาษีในปีแรกๆ ได้มาก
• กระตุ้นให้ลงทุนในเทคโนโลยี
• เพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ
แต่ต้องระวัง
• ลงทุนเกินความจำเป็น เพื่อหวังลดภาษี อาจทำให้กระแสเงินสดติดลบ
• ต้องวางแผนบัญชีให้ดี ไม่ใช่แค่ซื้อแล้วจบ
4. นโยบาย VAT และระบบ e-Tax เข้มงวดขึ้น
การใช้ e-Tax Invoice และระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์เริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยบางมาตรการให้สิทธิลดหย่อนเฉพาะกรณีใช้เอกสารภาษีแบบดิจิทัล
ผลกระทบต่อ SME
• ต้องปรับระบบบัญชีให้ถูกต้องและโปร่งใส
• ลดโอกาสเลี่ยงภาษี
• เพิ่มภาระงานเอกสารช่วงแรก
แต่ข้อดีคือ
• ทำบัญชีง่ายขึ้นในระยะยาว
• ลดความเสี่ยงโดนตรวจสอบย้อนหลัง
5. มาตรการภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
เช่น การสนับสนุนติดตั้ง Solar Rooftop หรือการประหยัดพลังงาน ที่ให้สิทธิยกเว้นภาษี (กรมสรรพากร)
ผลกระทบต่อ SME
• ธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง เช่น โรงงาน ร้านอาหาร ได้ประโยชน์
• ลดต้นทุนค่าไฟในระยะยาว
• เสริมภาพลักษณ์ธุรกิจรักษ์โลก
แต่ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง
6. โครงสร้างภาษี SME ยังมีจุดแข็ง แต่ต้องใช้ให้เป็น
ปัจจุบัน SME ยังได้สิทธิอัตราภาษีที่ต่ำกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น
• กำไรไม่เกิน 300,000 บาท ยกเว้นภาษี
• 300,000 – 3,000,000 บาท เสียเพียง 15%
สิ่งที่เปลี่ยน
• แม้อัตราภาษีไม่เปลี่ยนมาก
• แต่ “เงื่อนไขและระบบตรวจสอบ” เข้มงวดขึ้น
ดังนั้นคนที่ทำบัญชีไม่ถูกต้อง จะเสี่ยงมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
7. ภาพรวม: โอกาสและความท้าทายของ SME
เมื่อรวมทุกนโยบาย จะเห็นว่าภาษีไม่ได้เป็นแค่ “ภาระ” แต่เป็น “เครื่องมือของรัฐ” ที่ใช้กำหนดทิศทางธุรกิจ
โอกาส
• ลดภาษีจากการลงทุนเทคโนโลยี
• ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ
• แข่งขันได้ดีขึ้นหากปรับตัวเร็ว
ความท้าทาย
• ต้นทุนเพิ่มจากภาษีนำเข้า
• ระบบภาษีเข้มงวดขึ้น
• ต้องมีความรู้ด้านบัญชีและภาษีมากขึ้น
สรุป นโยบายภาษีใหม่ในช่วงปี 2568–2569 ทำให้โลกของ SME เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ “ทำธุรกิจแล้วค่อยคิดภาษี” กลายเป็น “ต้องวางแผนภาษีตั้งแต่เริ่มธุรกิจ”
ผู้ประกอบการที่ปรับตัวเร็ว โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี ทำบัญชีถูกต้อง และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ครบ จะสามารถลดต้นทุนและเติบโตได้อย่างมั่นคง ในขณะที่ธุรกิจที่ยังทำแบบเดิม ไม่สนใจเรื่องภาษี อาจเจอทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น และความเสี่ยงทางกฎหมายในอนาคตได้
.
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ Inflow Accounting







