posttoday
7 ปี คืนความบริสุทธิ์ เมื่อ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ “ตีตก” คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ปตท.

7 ปี คืนความบริสุทธิ์ เมื่อ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ “ตีตก” คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ปตท.

19 ตุลาคม 2568

หลังไต่สวนกว่า 7 ปี ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ให้ข้อกล่าวหาอดีตผู้บริหาร ปตท. ในคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ “ตกไปทั้งหมด” ยืนยันไม่พบพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือการเรียกรับสินบน และไม่พบหลักฐานการเอื้อประโยชน์

หลังใช้เวลากว่า 7 ปี ในการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ข้อกล่าวหาอดีตผู้บริหาร ปตท. ในคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ “ตกไปทั้งหมด”  ยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนทางธุรกิจและกฎระเบียบ ไม่พบการทุจริตหรือการเรียกรับสินบน ซึ่งไม่เพียงแต่พิสูจน์ความโปร่งใสในการดำเนินงาน แต่ยังเป็นการ “คืนความเป็นธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ ”

 

โดยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดการประชุมองค์คณะไต่สวน เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงและเจ้าหน้าที่ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอาจกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท Rolls-Royce Energy System Inc. ในการจัดซื้อเครื่องเพิ่มแรงดันก๊าซธรรมชาติและอุปกรณ์

 

คดีนี้ครอบคลุมสำนวนหลักสองสำนวน คือ โครงการติดตั้งเครื่องเพิ่มแรงดันก๊าซธรรมชาติในทะเล (PCS) และโครงการก่อสร้างโรงแยกก๊าซอีเทน (ESP) ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ปี 2560

 

ในคดีโครงการติดตั้งเครื่องเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติในทะเล (PCS) ผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วย

1.             นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ  และประธานกรรมการอำนวยการบริหารจัดการธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

2.             นายวิชัย พรกีรติวัฒน์ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารโครงการ

3.             นายสุวนันท์ ชาติอุดมพันธ์ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ

4.             นายสมชาย สินทราพรรณทร อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหา และจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ

5.             นางศรีวรรณ เอี่ยมรุ่งโรจน์ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน

6.             นายบวรเดช โกมลวาจ อดีตผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างติดตั้งเครื่องเพิ่มแรงดันก๊าซธรรมชาติ

ส่วนในคดีโครงการโรงแยกก๊าซอีเทน (ESP) มีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย ได้แก่

1.             นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ (ซ้ำกับคดีแรก)

2.             นายวิชัย พรกีรติวัฒน์

3.             นายสุชาติ เทวีทิวารักษ์ อดีตผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างโรงแยกก๊าซอีเทน

 

ผลการไต่สวน: ไม่พบการทุจริตและสินบน

 

จากการตรวจสอบเชิงลึกขององค์คณะไต่สวน ป.ป.ช. พบว่า การจัดซื้อชุดเครื่องเพิ่มแรงดันก๊าซธรรมชาติในทะเล (PCS) และการจัดซื้อเครื่องจักรในโครงการโรงแยกก๊าซอีเทน (ESP) ด้วยวิธีพิเศษจาก Rolls-Royce Energy System Inc. นั้น “ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ หรือเกิดความเสียหายแก่ ปตท.”

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า การดำเนินโครงการเป็นไปตามขั้นตอนทางธุรกิจและระเบียบภายในของรัฐวิสาหกิจ ไม่มีพฤติการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำการใดเพื่อให้ Rolls-Royce ได้เปรียบ หรือเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ

 

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายค่าตอบแทน หรือ “คอมมิชชั่น” ผ่านบุคคลที่สาม องค์คณะได้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินทั้งในและต่างประเทศแล้ว แต่ ไม่พบหลักฐานยืนยันการรับสินบนโดยตรงของผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด

 

มติเป็นเอกฉันท์ให้ “ข้อกล่าวหาตกไปทั้งหมด”

 

นอกจากนี้ องค์คณะไต่สวนยังได้ขยายผลตรวจสอบโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 (GSP-6) ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจาก ESP และไม่ปรากฏพฤติการณ์ทุจริตเช่นกัน จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป

 

รวมทั้งก่อนหน้านี้ ในปี 2566 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติ “ไม่รับไว้ไต่สวน” สำหรับ โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 5 (GSP-5) และโครงการเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติบนบก (OCS3) เนื่องจากไม่พบมูลเหตุเพียงพอ

 

ส่งผลให้คดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ปตท. ครอบคลุมโครงการหลักทั้ง 5 โครงการ คือ GSP-5, OCS3, PCS, ESP และ GSP-6 มีข้อยุติครบถ้วน

 

โดยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ “ข้อกล่าวหาตกไปทั้งหมด” โดยยืนยันว่า “ไม่ปรากฏพฤติการณ์การทุจริตต่อหน้าที่ หรือการเอื้อประโยชน์แก่เอกชน และไม่พบการเรียกรับสินบนจากบริษัท Rolls-Royce Energy System Inc.”

 

สะท้อนความโปร่งใสและหลักฐาน

 

การยุติคดีนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการไต่สวนที่ยาวนานกว่า 7 ปี การตัดสินให้ "ข้อกล่าวหาตกไปทั้งหมด" อย่างเป็นเอกฉันท์ ได้ช่วยคลี่คลายแรงสั่นสะเทือนที่เคยกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน

 

มติดังกล่าวสะท้อนความเข้มแข็งของกลไกตรวจสอบภาครัฐ ที่สามารถแยกแยะระหว่าง "การดำเนินธุรกิจตามหลักวิชาชีพ" กับ "การกระทำอันมิชอบ" ได้อย่างชัดเจน

 

การตรวจสอบที่กินเวลาหลายปี จนกระทั่งมีการลงมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถือเป็นกระบวนการที่สะท้อนว่า ความโปร่งใสและหลักฐานคือหัวใจของความยุติธรรม และช่วย "คืนความเชื่อมั่นให้กับทั้งองค์กรและสังคม" ได้อย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

“ก.อุตฯ” อัดฉีด 1.5 พันล. ปั้นเกราะคุ้มกัน SME ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง

“ก.อุตฯ” อัดฉีด 1.5 พันล. ปั้นเกราะคุ้มกัน SME ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง