'นิสสัน'ชูออปชั่นใหม่ เสริมใช้งานคล่องตัว

  • วันที่ 01 ก.ย. 2561 เวลา 07:20 น.

'นิสสัน'ชูออปชั่นใหม่ เสริมใช้งานคล่องตัว

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

สัปดาห์นี้อยู่กับ 2 ผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มอีโคคาร์ที่เป็นตัวผลักดันยอดขายให้กับ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ในเวลานี้อย่าง “นิสสัน โน้ต” และ “นิสสัน อัลเมร่า” ซึ่งมีการปรับโฉมไปเล็กน้อยในช่วงก่อนหน้า ถึงวันนี้ก็ได้มีการจัดกิจกรรมสร้างสีสันต่อเนื่องสำหรับรถยนต์ดังกล่าวทั้งสองรุ่น

กิจกรรมเลต มูฟ (Let’s Move) ถือเป็นกิจกรรมที่นิสสันจัดขึ้นเพื่อลงลึกในรายละเอียดของฟังก์ชั่นการทำงานที่เพิ่มขึ้นในตัวผลิตภัณฑ์ของทั้งสองรุ่นที่เป็นซิตี้คาร์ นั่นคือระบบเครื่องเสียงใหม่พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อทั้งระบบไอโอเอสผ่านแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์

ไม่พูดพร่ำทำเพลง จริงๆ แล้วมันก็เป็นการสร้างสีสันใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์นั้นแหละ เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นไหม? ก็คงมากขึ้นอยู่บ้าง เพราะระบบการเชื่อมต่อต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมา ก็ช่วยในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ จะได้ไม่ต้องปล่อยพวงมาลัยและโฟกัสกับถนนมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังสามารถควบคุมการรับสาย-โทรออก รับส่งข้อความ รวมถึงการควบคุมระบบความบันเทิงต่างๆ ทั้งเพลงและวิดีโอ

แต่เอาจริงๆ การใส่ระบบเครื่องเสียงความบันเทิงใหม่เพิ่มเข้ามาในครั้งนี้ ก็เหมือนจะ “ไม่สุด” เพราะถ้าเพิ่มความครบถ้วน ใส่ระบบนำทางอัจฉริยะเข้ามาพร้อมกันเลยก็คงจะปิดจ๊อบสมบูรณ์ ซึ่งถึงแม้จะใส่มาทั้งแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์มาแล้ว ก็ยังเป็นคำถามที่สงสัยอยู่ว่าทำไมไม่ใส่ระบบนำทางเข้ามาอยู่ดี

ดังนั้นกิจกรรมในครั้งนี้ จึงเป็นการทดลองระบบนำทางเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อโชว์ด้านการใช้งานที่อาจจะขาดๆ เกินๆ ไปเสียหน่อย เพราะต้องโหลดแอพพลิเคชั่น Sygic และเชื่อมต่อแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางตาม POI ที่วางไว้ ที่มันขาดเกินก็จุดนี้แหละ เพราะระบบความเสถียรในการนำทางผ่านระบบนี้นั้นอาจจะน้อยไปนิด ทำให้รู้สึกว่าติดตั้งขาจับมือถือและใช้กูเกิลแมปเหมือนเดิมจะดีกว่า

แต่ส่วนที่ดีงามน่าชื่นชม คือ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) ซึ่งก็เป็นจุดขายหลักของรถยนต์ของ “นิสสัน โน้ต” โดยได้ลองใช้แล้วรู้สึกสร้างความมั่นใจในการถอยหลังเดินหน้า โดยเฉพาะในเวลาที่แคบๆ ซึ่งทำงานร่วมกับเทคโนโลยีตรวจจับ และส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection)

กระจกมองหลังแสดงผล (Rear-View Mirror Monitoring) อันนี้แนะนำเลยโดยเฉพาะเหล่าบรรดามือใหม่ หรือผู้ที่ไม่มั่นใจในการถอยเข้าช่องจอดที่ห้างสรรพสินค้า แต่ก็มีข้อสังเกตนิดหน่อยคือจะต้องเอื้อมมือไปกดปุ่มที่กระจกมองหลังทุกครั้ง อาจจะทำให้ต้องตั้งสติเปลี่ยนเกียร์เสร็จก็ต้องกดกระจกจากนั้นก็มาหมุนพวงมาลัย

นอกจากนั้น เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning) ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Forward Collision Warning) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Forward Emergency Braking) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการใช้ขับขี่บนถนนในเมืองที่เล็กที่รถพลุกพล่าน ช่วยให้ป้องกันอุบัติเหตุเมื่อเกิดการเผลอได้ดี

สำหรับสมรรถนะการขับขี่ในส่วนนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งสองรุ่นให้อารมณ์การขับขี่แบบปกติที่เพียงพอต่อการใช้งานในเมือง ช่วงออกตัวอาจไม่ค่อยทันใจเท่าไร แต่พอเมื่อความเร็วได้ที่ก็ไม่มีปัญหา ด้านช่วงล่างอยู่ในระดับที่พอใจ นุ่มนวล นั่งสบายไว้วางใจได้ในขณะขับขี่

ภายในห้องโดยสารใหญ่โตอลังการโดยเฉพาะ “นิสสัน อัลเมร่า” โดยเฉพาะที่นั่งด้านหลังต้องบอกเลยว่ามีพื้นที่เหลือเฟือมากๆ ยืดแข้งยืดขาแล้วยังมีพื้นที่เหลืออีกต่างหาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความกว้างภายในห้องโดยสารจริงๆ

เอาเป็นว่าสรุปเลยแล้วกันกับสิ่งใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาของ “นิสสัน โน้ต” และ “นิสสัน อัลเมร่า” ด้วยเครื่องเสียงใหม่ พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อได้หลายสิ่งนั้น “ดีเยี่ยม” แสดงความล้ำหน้าที่โดดเด่นได้ในรถยนต์ระดับนี้ แต่ที่ “น่าเสียดาย” มากคือไหนๆ จะใส่อุปกรณ์พวกนี้มาแล้วทั้งทีน่าจะไปต่ออีกนิดให้สุดไปเลยน่าจะลงตัวกว่า

แต่ถ้าหักกลบลบหนี้กับส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ ด้านต่างๆ และความกว้างขวางสะดวกสบายแล้วละก็พอจะหยวนๆ ได้อยู่บ้าง ใครที่กำลังมองหาความกว้างขวางสะดวกสบายและความประหยัดเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้วละก็คันนี้น่าจะตอบโจทย์ 2 เรื่อง คือ “กว้างขวาง” และ “ประหยัด”

ข่าวอื่นๆ