วาระเดินสายลงพื้นที่ หว่านงบชิงมวลชน
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า แม้ “บิ๊กตู่” ไม่ใช่นักเลือกตั้ง แต่การลงพื้นที่หว่านงบเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการเมืองในสงครามช่วงชิงมวลชน
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขยันลงพื้นที่ ทั้งการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร 6 ภาค และยังลงพื้นที่ย่อยๆ อีกทุกสัปดาห์
แต่ละครั้งที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ใดทุ่มงบประมาณและโครงการสารพัด เพื่อเอาใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับโชว์ลีลาและลวดลายหยอดคำหวานเอาใจราวกับนักการเมืองที่กำลังลงพื้นที่หาเสียงในช่วงใกล้เลือกตั้ง
ไล่กันตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. “บิ๊กตู่” พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.ตรัง ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งอัดฉีดงบประมาณและมาตรการซับน้ำตาชาวตรังที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม และยังสั่งการให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดสร้างแฟลตให้ประชาชนแทนการไปปลูกบ้านในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก อีกไม่กี่วันถัดมาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2560 “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธ์ุ และไม่พลาดเทงบประมาณเอาใจคนพื้นที่เกือบ 2,000 ล้านบาท เป็นโครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ 305 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนน 4 เลน 3 โครงการ 1,400 ล้านบาท แถมยังแจกโค กระบือ และเครื่องจักรการเกษตร รวมถึงเครื่องสาวไหม 5 เครื่อง เครื่องละ 5 ล้านบาท
อาทิ แผนปฏิบัติการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2561 จำนวน 185 โครงการ งบประมาณ 1,399 ล้านบาท โครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง 8 พื้นที่เสี่ยง พร้อมสนับสนุนงบประมาณจำนวน 8,820 ล้านบาท จำนวน 348 โครงการ แผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 3,571 ล้านบาท และเร่งศึกษาโครงการการบริหารจัดการลำน้ำโขง ชี มูล หรือโครงการผันน้ำโขง
ต่อมา ครม.สัญจร ครั้งที่ 2 “บิ๊กตู่” เลือกภาคกลาง ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 ก.ย. 2560 ครม.เทงบราวหมื่นล้านบาทด้วยการสนับสนุนยุทธศาสตร์พัฒนาภาคกลาง เน้นการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเกษตรแปรรูปโดยเฉพาะข้าว อาทิ สนับสนุนการปรับปรุงท่าเรือในลำน้ำเจ้าพระยา 17 แห่ง ให้ต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ เพื่อให้เชื่อมต่อสายเอเชียและก่อสร้างทางกลับรถบนถนนพหลโยธิน-มิตรภาพ สระบุรี-ทับกวาง หรือสร้างทางกลับรถบนถนนรังสิต-นครนายก และทางยกระดับข้ามคลองรังสิต เพื่อแก้ปัญหาจราจรและอุบัติเหตุในการกลับรถในช่องจราจร นอกจากนี้ สั่งศึกษาให้เปิดท่าเรือเฟอร์รี่ ระหว่างท่าเรือจุกเสม็ด สัตหีบ ท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และศึกษาข้อเสนอให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองกาญจนบุรี พื้นที่ 2,300 ไร่ และเห็นชอบโครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลางที่มีพื้นที่เสี่ยงภัยรวม 84 ล้านไร่
พร้อมกันนี้ “บิ๊กตู่” ยังใจดีแจกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือที่อยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส พังงา พัทลุง ระนอง และสุราษฎร์ธานี หวังเอาใจพี่น้องประชาชนที่ยากจนได้มีที่ดินทำกิน
ขณะที่การประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 4 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค.นี้ ที่ จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย รัฐบาลประกาศชัดเจนเตรียมกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในลุ่มน้ำหลักของภาคเหนือ ได้แก่ ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน และพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ สอดคล้องกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นข้อเสนอให้ก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น พร้อมกับเปรียบเปรย “บิ๊กตู่” เหมือนพญาเหยียบเมือง มาถึงภาคเหนือจะเทงบประมาณน้อยกว่า 5,000 ล้านบาท น้อยหน้ากว่าภาคอื่นๆ ได้อย่างไร


