
"ชัชชาติ" ชูแนวคิดเปลี่ยน AI เป็น IA ผู้ช่วยอัจฉริยะ เสริมพลังครู!
ชัชชาติเสนอแนวคิด IA (Intelligent Assistant) มอง AI เป็นผู้ช่วยครู ไม่ใช่ตัวแทนมนุษย์ ย้ำความรักและความเห็นอกเห็นใจเป็นคุณค่าที่มนุษย์ต้องรักษาไว้
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับ Starfish Labz และภาคีเครือข่ายทางการศึกษากว่า 21 หน่วยงาน จัดงาน FutureEd Fest 2026 ภายใต้แนวคิด “เจน AI หัวใจมนุษย์ – Human Intelligence in the Age of AI” ณ อาคารลุมพินีสถาน เขตปทุมวัน เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงานว่า ปัจจุบัน AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การต่อต้าน แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ละทิ้งคุณค่าความเป็นมนุษย์
ชัชชาติชูแนวคิด IA ใช้ AI เป็นผู้ช่วยครู
ผู้ว่าฯ กทม. เสนอให้เปลี่ยนมุมมองจาก AI หรือ Artificial Intelligence มาเป็น IA หรือ Intelligent Assistant (ผู้ช่วยที่ชาญฉลาด) โดยมองว่าเทคโนโลยีควรทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของมนุษย์ มากกว่าจะเข้ามาทดแทน
สำหรับภาคการศึกษา ครูสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเตรียมเนื้อหาการสอน ประมวลผลคะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ครูมีเวลาและทรัพยากรสำหรับการดูแลและพัฒนาศักยภาพของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“หัวใจของการศึกษาคือเด็กนักเรียน เพราะเด็กคืออนาคตและเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ประเทศและเมืองไม่มีทางเจริญได้เลย หากเราไม่สามารถพัฒนาเด็กได้ เราจึงต้องนำพลังของ AI มาใช้ควบคู่กับความเป็นมนุษย์ ให้เป็นผู้ช่วยที่ชาญฉลาด เพื่อช่วยให้การสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
ยกบทเรียน AlphaGo ชี้ความเห็นอกเห็นใจคือคุณค่ามนุษย์
นายชัชชาติยังกล่าวถึงหนังสือ AI Superpowers ของไคฟู ลี (Kai-Fu Lee) ซึ่งเล่าเหตุการณ์การแข่งขันหมากล้อมระหว่าง AlphaGo ปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดย Google DeepMind กับเค่อ เจี๋ย (Ke Jie) นักหมากล้อมชาวจีน ในปี 2560
การแข่งขันครั้งนั้น AlphaGo เอาชนะเค่อ เจี๋ยได้ 3 ต่อ 0 เกม โดยในเกมที่สอง เค่อ เจี๋ยแสดงความรู้สึกสะเทือนใจอย่างหนักจากแรงกดดันในการแข่งขัน
นายชัชชาตินำเหตุการณ์ดังกล่าวมาอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างความสามารถในการประมวลผลของ AI กับคุณค่าความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะความรัก ความห่วงใย และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรให้ความสำคัญควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี
Starfish Education ชี้ทักษะสำคัญกว่าใบปริญญา
ด้าน ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิ Starfish Education และที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า FutureEd Fest จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถของมนุษย์ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI
เธอมองว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้มนุษย์จำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ โดยเฉพาะความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI การปรับตัว และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ทักษะเหล่านี้กำลังมีความสำคัญมากขึ้น และอาจมีคุณค่าต่อการทำงานในอนาคตมากกว่าการพิจารณาเพียงใบปริญญาหรือวุฒิการศึกษา
เปิด 5 แนวทางพัฒนาการศึกษาในยุค AI
สำหรับงาน FutureEd Fest 2026 มุ่งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนและร่วมออกแบบระบบการศึกษาที่เท่าเทียม ยั่งยืน และส่งเสริมให้มนุษย์ใช้เทคโนโลยีโดยไม่สูญเสียคุณค่าความเป็นมนุษย์ ผ่านแนวคิดหลัก 5 ด้าน ได้แก่
- Work with AI, Not Against It เรียนรู้การทำงานร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด
- What Makes Us Irrepressible พัฒนาพลังและศักยภาพความเป็นมนุษย์ที่ AI ทดแทนไม่ได้
- Learning for Living Planet ส่งเสริมการศึกษาเพื่อโลกที่ยั่งยืน
- Skills over Degrees ให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่าใบปริญญา
- Built to Bend, Not Break สร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง
ภายในงานยังจัดกิจกรรม 8 รูปแบบ อาทิ เวทีปาฐกถา (Keynote Speech) เวที Spark แสดงทักษะของเด็กไทย กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Meet-up) เวิร์กช็อป Maker Fest และนิทรรศการเชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน และภาคีการศึกษามีส่วนร่วมออกแบบแนวทางการเรียนรู้ในอนาคต







