
เอกนิติ เตือนรับมือเลือกตั้งสหรัฐฯทำตลาดทุน-AI ผันผวน ชูไทยฐานผลิตดึงเงินทุนโลก
คลังรับเลือกตั้งสหรัฐฯ ทำตลาดทุน-หุ้น AI ผันผวน ยันวินัยการคลังไทยยังแกร่ง ดอกเบี้ยกู้ต่ำกว่าอเมริกา ปลื้มไทยติด 1 ใน 4 ฐานผลิต AI โลก ดึงเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- การเลือกตั้งสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอนและส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI เกิดความผันผวน
- ประเทศไทยมีจุดแข็งจากการเป็น 1 ใน 4 ฐานการผลิตหลักในห่วงโซ่อุปทาน AI ของโลก ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ
- ไทยมีความแข็งแกร่งด้านวินัยการคลังและมีต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำกว่าสหรัฐฯ ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
ผลการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านอำนาจในสภาของสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทิศทางนโยบายใหม่ของผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และตลาดทุนทั่วโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตลาดเงินและตลาดทุนต่างประเทศเริ่มปรับตัวลดลงจากความไม่แน่นอนของนโยบาย โดยเฉพาะความผันผวนในระยะสั้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง AI และ Data Center ซึ่งไทยในฐานะประเทศที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกจำต้องเตรียมแผนรับมือทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ยังเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
"ทิศทางที่ตลาดเงินตลาดทุนทั้งโลกมอง ก็คงจะมองถึงเรื่องความผันผวน เราจะเห็นตลาดทุนเริ่มตกลงในต่างประเทศ ซึ่งก็กระทบทั้งโลก เพราะฉะนั้นสิ่งเกิดขึ้น พวกเราในฐานะประเทศที่เชื่อมโยงกัน เราก็ต้องเตรียมความพร้อม"
ไทยผงาด 1 ใน 4 ฐานผลิต AI Supply Chain โลก
แม้ภาพรวมตลาดทุนจะผันผวน แต่ไทยกลับได้รับปัจจัยบวกอย่างมากจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI Supply Chain และ Data Center สะท้อนได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน
จากข้อมูลในการประชุม World Bank และ IMF ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ใน 4 ประเทศหลักของโลก ร่วมกับ มาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ที่เป็นฐานกระดูกสันหลังสำคัญใน AI Supply Chain ซึ่งจุดนี้จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง
"จากการประชุม World Bank IMF ที่ผ่านมา จะเห็นว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศหลักของทั้งโลก ที่มีไทย มาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ที่เป็น 1 ใน AI Supply Chain ของโลก อันนี้อาจจะมีเงินทุนไหลเข้ามาอีก"
ชูวินัยการคลังแข็งแกร่ง-ต้นทุนกู้เงินถูกกว่าสหรัฐฯ
ในส่วนของเสถียรภาพทางการเงิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาวินัยการเงินการคลังเพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยยังคงรักษาวินัยไว้ได้ดีที่ระดับ 60% กว่าต่อ GDP ต่างจากสหรัฐฯ ที่มีหนี้สาธารณะสูงเกิน 100% ของ GDP จนเกิดความกังวลเรื่องเพดานหนี้
ความแข็งแกร่งดังกล่าว ส่งผลให้ต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลไทยต่ำกว่าสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีดอกเบี้ยสูงถึง 5% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยอยู่ที่เพียง 2% เท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมแผนรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกไว้ล่วงหน้าแล้ว
สำหรับทิศทางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป กระทรวงการคลังวางกรอบนโยบายชัดเจนภายใต้หลักการ "กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว" เน้นมาตรการที่ส่งผลจริงในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
"นโยบายผม กระตุ้นสั้น ถ้าจะทำกระตุ้น ก็กระตุ้นสั้นได้ผลยาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว"







