
AI ตรวจอาการหัวใจวายใน 2 วินาที และผ่าตัดหัวใจด้วยอัลตราซาวนด์
AI ก้าวสู่บทบาทผู้ช่วยแพทย์ ตรวจจับโรคหัวใจได้ใน 2 วินาที พร้อมหุ่นยนต์นำทางสายสวนด้วย AI ช่วยลดความเสี่ยงและภาระงานในการรักษา
ในช่วงที่ผ่านมามุมมองที่เรามีต่อเทคโนโลยี AI อาจเป็นไปในเชิงลบมากขึ้น ด้วยการเข้ามาแย่งงาน การดึงข้อมูลไปใช้เทรน ตลอดจนดาต้าเซ็นเตอร์ที่ก่อให้เกิดกระแสและข้อถกเถียงเป็นวงกว้าง ไปจนการที่ AI จะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ แต่อันที่จริง AI ที่ถูกนำไปใช้ก็เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก
วันนี้เราจะมาพูดถึง AI ที่ถูกนำไปใช้ทั้งในการตรวจวินิจฉัยและผ่าตัดหัวใจ
Superhuman ระบบ AI ตรวจพบหัวใจวายภายใน 2 วินาที
ผลงานนี้เป็นของทีมแพทย์จาก Imperial College Healthcare NHS Trust กับการคิดค้นพัฒนาเครื่องมือ AI ที่สามารถตรวจจับโรคหัวใจ โดยอาศัยการตรวจพื้นฐานอย่าง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ มาเป็นเกณฑ์ และวินิจฉัยการเจ็บป่วยออกมาได้ในระดับความแม่นยำราว 90% ภายในระยะเวลาราว 2 วินาที
โดยพื้นฐานการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจก็จริง แต่มักมีข้อมูลหลายส่วนที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าต้องพึ่งพาอุปกรณ์ชั้นสูง ซึ่งอาจหาได้ยาก ต้องรอคิวนั้น หรือมีค่าใช้จ่ายราคาแพงเกินสำหรับคัดกรองเบื้องต้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายท่านไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ
ตัวโมเดลถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ไม่มีหมอหัวใจคนใดทำได้ ด้วยฐานข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจและประวัติทางการแพทย์หลายล้ายรายการ กลายเป็นคุณสมบัติในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วย โดยสามารถตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ในระดับความแม่นยำสูงสุด 93% ได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 วินาที
นอกจากโรคหัวใจแล้ว Superhuman ยังสามารถตรวจความผิดปกติของเกลือแร่ สารเคมีในเลือด ระบบเผาผลาญ การทำงานของปอดและระบบประสาทอัตโนมัติในความแม่นยำราว 70 - 80% ซึ่งค่าเหล่านี้เดิมไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยการตรวจเลือดหรือเครื่องมือเฉพาะทางเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
แน่นอนนี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะมาทำให้แพทย์ตกงาน ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญยังคงสำคัญ แต่ Superhuman จะเข้ามาช่วยในการ ตรวจคัดกรองเบื้องต้น สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการมาก่อน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพ โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม จึงมีต้นทุนต่ำและสามารถนำไปปรับใช้ได้ง่าย
นับเป็นอีกตัวเลือกน่าสนใจในการช่วยเหลือระบบสาธารณสุขทั่วโลก
หุ่นยนต์ AI ที่ใช้อัลตราซาวน์รักษาหัวใจพิการแต่กำเนิด
ความสำเร็จนี้เป็นของทีมแพทย์จาก Chinese PLA General Hospital ที่ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปิดรอยรั่วหัวใจผ่านสายสวน โดยอาศัยหุ่นยนต์ผ่าตัดที่ติดตั้งระบบอัลตราซาวน์จาก AI จนสามารถทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอายุ 48 ปี ได้สำเร็จ
ตามปกติการผ่าตัดหลอดประเภทนี้ต้องอาศัยการเอ็กซ์เรย์หรือเครื่องมือขนาดใหญ่ จากนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงทำการผ่าตัดด้วยการควบคุมหุ่นยนต์ผ่าตัดโดยอาศัยการสอดกล้องเข้าไปเผชิญหน้างานจริง ต้องพึ่งพาสายตาและทักษะเฉพาะตัวในระดับสูง และอาจก่อให้เกิดโอกาสผิดพลาดในหลายด้าน
แต่หุ่นยนต์ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นจะอาศัยอัลกอริทึมเฉพาะ ในการ วิเคราะห์ภาพอัลตราซาวน์ดแบบเรียลไทม์ ร่วมกับ กลไกควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์อัตโนมัติ ทำให้ตลอดกระบวนการหุ่นยนต์สามารถดำเนินการสแกนเนื้อเยื่อหัวใจ ระบุตำแหน่งรอยโรค และนำทางสายสวนเข้าไปในร่างผู้ป่วยเพื่อปิดรอยรั่วได้เอง
ด้วยระบบนี้ทำให้สามารถสอดท่อเข้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ฉายรังสีที่เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ อาศัยคลื่นเสียงจากอัลตราซาวน์และ AI ในการนำทาง เป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวผู้ป่วย และแพทย์เจ้าของไข้ที่มีแนวโน้มในการสัมผัสและได้รับรังสีเป็นเวลานาน
หุ่นยนต์เข้ามาควบคุมทดแทนแพทย์ในระหว่างการสอดท่อยังช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดระหว่างผ่าตัด ขั้นตอนสอดท่อเป็นหัตถการที่มีความซับซ้อน อาศัยทักษะประสบการณ์สูงและมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย การลดขั้นตอนย่นระยะเวลาให้แก่ศัลยแพทย์ในส่วนนี้ จะเป็นการลดภาระงานจนสามารถจดจ่อกับการรักษาได้ดียิ่งขึ้น
ตลอดขั้นตอนยังคงอาศัยการกำกับดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ในการลงมือผ่าตัด ตรวจสอบ และกำหนดขั้นตอนตลอดทั้งกระบวนการ ตัวหุ่นเพียงช่วยสนับสนุนในการนำทางเพื่อชี้นำให้แพทย์เห็นว่าควรส่งสายไปยังตำแหน่งไหน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับคนไข้และภาระงานให้กับแพทย์เท่านั้น
นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่อาจช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากในอนาคต
แน่นอนเทคโนโลยี AI ทั้งสองชนิดที่พูดถึงล้ำหน้าและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการตรวจรักษา ผลภาระงานและระบบสาธารณสุขโดยรวม แต่ตามที่กล่าวไปข้างต้นไม่ใช่ว่า AI จะเข้ามาแย่งงานหมอตัวจริง แต่เข้ามาเป็นผู้ช่วยที่จะทำให้ชีวิตผู้ป่วยและการทำงานของหมอเป็นไปได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
นับเป็นแนวทางในฝันที่เราต้องรอดูต่อไปว่า วงการใดจะสามารถนำ AI ไปผลักดันใช้งานในทิศทางนี้ได้อีกบ้าง
ที่มา
https://www.globaltimes.cn/page/202609/1369905.shtml







