
Huawei จ่อเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ปี 2027 ชูจุดเด่นเชื่อมชิป AI ล้านตัว
Huawei เตรียมเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ปี 2027 โชว์นวัตกรรม 'UnifiedBus' ชูจุดเด่นเชื่อมชิป AI ล้านตัว หวังผงาดเบอร์หนึ่งแทน Nvidia
Huawei Technologies เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเตรียมเปิดตัว ชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เจเนอเรชันใหม่จำนวน 2 รุ่นในปี 2027
พร้อมชูเทคโนโลยีเครือข่ายเชื่อมต่อชิปนับล้านตัว หวังทลายข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ และท้าชนเจ้าตลาดอย่าง Nvidia อย่างเป็นทางการ
แผนรุกตลาดประมวลผล AI ของ Huawei
เดวิด หวัง (David Wang) ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนของ Huawei เปิดเผยในงานสัมมนาที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า
บริษัทกำลังเร่งขยายธุรกิจด้านการประมวลผล AI อย่างเต็มกำลัง เพื่อก้าวขึ้นเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบนิเวศเทคโนโลยีของจีน
จากแผนงานล่าสุด Huawei เตรียมส่งชิป AI รุ่นใหม่ลงตลาดในปี 2027 ได้แก่
- ไตรมาส 1 ปี 2027: เปิดตัวชิปรุ่น '960DT'
- ไตรมาส 3 ปี 2027: เปิดตัวชิปรุ่น 'Ascend 960PR'
UnifiedBus เชื่อมชิป AI นับล้านตัว
เนื่องจากโมเดล AI ขั้นสูงในปัจจุบันซับซ้อนเกินกว่าจะใช้ชิปเพียงตัวเดียวประมวลผลได้ Huawei จึงเดินหน้าพัฒนาระบบเครือข่ายประมวลผลขนาดใหญ่ โดยชูเทคโนโลยี 'UnifiedBus' เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
เดวิด หวังอธิบายว่า "UnifiedBus จะเป็นกลไกสำคัญสำหรับระบบ AI ขนาดใหญ่ในยุคต่อไป เพราะเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ชิปแต่ละตัวแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด"
ปัจจุบัน Huawei ได้พัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าวแล้วถึง 11 รุ่น โดยบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมการเชื่อมต่อเครือข่ายไว้ 2 ระดับ ได้แก่
- ซูเปอร์คลัสเตอร์ (Superclusters): เครือข่ายเชื่อมต่อขนาดใหญ่ที่สุด สามารถรองรับการเชื่อมต่อชิปประมวลผล AI ได้สูงสุดถึง 1 ล้านตัว
- ซูเปอร์โหนด (Supernodes): เครือข่ายขนาดรองลงมา ทำหน้าที่รวบรวมชิป AI หลายตัวเข้าด้วยกันเพื่อใช้ประมวลผลงานเฉพาะทาง
นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าปัจจุบันได้ส่งมอบระบบซูเปอร์โหนดไปแล้วกว่า 1,000 ระบบ ให้กับลูกค้ามากกว่า 370 ราย
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยข้อมูลจำนวนชิปสูงสุดต่อโหนด รวมถึงรายชื่อลูกค้า
สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิชิป ศูนย์ข้อมูล หรือซอฟต์แวร์ มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่สกัดกั้นไม่ให้จีนเข้าถึงชิปและอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้จีนต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพึ่งพาตนเอง
เมื่อต้องเผชิญกับข้อจำกัดดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยีของจีนจึงแก้เกมด้วยการ "นำชิปจำนวนมหาศาลมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน" เพื่อสร้างพลังประมวลผลขึ้นมาชดเชยชิปขั้นสูงที่ไม่สามารถนำเข้าจากต่างประเทศได้
แม้จีนจะสามารถสร้างฮาร์ดแวร์ได้ทรงพลังเพียงใด แต่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Nvidia ก็ยังคงถือไพ่เหนือกว่าในด้านเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ครองใจนักพัฒนาทั่วโลก ซึ่งทาง Huawei เองก็ตระหนักถึงความท้าทายนี้เป็นอย่างดี
เดวิด หวังทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันเครือข่ายชิป AI ของ Huawei มีนักพัฒนาเข้ามาใช้งานจริงเป็นประจำทุกเดือนราว 5,270 ราย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายระยะยาว และผลักดันให้เทคโนโลยีของบริษัทได้รับการยอมรับในตลาดโลกต่อไป







