
หุ้น AI ทั่วโลกร่วง หลังผู้นำวงการออกมาเตือนให้ชะลอพัฒนา
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลกร่วงแรง หลังผู้นำบริษัทชั้นนำเตือนความเสี่ยงร้ายแรงจาก AI ขณะที่นักลงทุนกังวลต้นทุนลงทุนและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ หลังผู้บริหารบริษัท AI รายใหญ่เตือนถึงความเสี่ยงที่เทคโนโลยีอาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อมนุษยชาติ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนในอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมา
แรงเทขายกระจายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากพึ่งพาการกู้ยืมและการจัดหาเงินทุนในลักษณะหมุนเวียนระหว่างบริษัท เพื่อรองรับแผนลงทุน AI ที่มีมูลค่าสูง ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี
หุ้นชิปนำตลาดร่วงทั่วโลก
ดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งรวมหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วง 1.2% ในช่วงเปิดตลาด แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ก่อนฟื้นตัวบางส่วนในช่วงบ่าย โดยล่าสุดลดลง 0.4%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสลงทุน AI ถูกเทขายอย่างหนัก ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ลดลง 5.2% ขณะที่ Nvidia ร่วง 3%, Advanced Micro Devices (AMD) ลดลง 4.5% และ Micron ลดลง 5.4%
ตลาดยุโรปก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นเทคโนโลยีลดลง 2.2% นำโดย ASML ที่ร่วง 6% ขณะที่ Infineon และ Siemens Energy ปรับตัวลงแรง
ในเอเชีย SoftBank ร่วงมากกว่า 10% ส่วนผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง TSMC และ SK Hynix ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
ผู้นำ AI เรียกร้องชะลอการพัฒนา
Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic ระบุในบทความขนาดยาวที่เผยแพร่ผ่าน X เมื่อวันเสาร์ว่า บริษัท AI ควรชะลอความเร็วในการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดล เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายเพิ่มสูงขึ้น
Elon Musk ผู้บริหาร xAI และ Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ต่างแสดงความเห็นสอดคล้องกับ Amodei ขณะที่ Altman ระบุว่า OpenAI จะไม่เดินหน้าเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในปีนี้ โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัย
Amodei เตือนว่า ภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า AI agents อาจมีความสามารถมากพอที่จะเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมด และอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์
ด้าน Altman เตือนในการให้สัมภาษณ์ว่า ความเสี่ยงที่ AI อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์มีความร้ายแรงเพียงพอที่บริษัทเทคโนโลยีและรัฐบาลจำเป็นต้องร่วมกันดำเนินการ
Gillian Hadfield ศาสตราจารย์ด้าน AI Alignment and Governance จาก Johns Hopkins University กล่าวว่า คำเตือนดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เนื่องจากโมเดล AI อาจดำเนินการในสิ่งที่มนุษย์ไม่ต้องการและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ
ความกังวล AI ขยายจากความเสี่ยงสู่แรงต้านทางสังคม
ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือน หลัง Jacob Coxon นักวิจัยของ Anthropic ลาออก พร้อมระบุว่าบริษัท AI รายใหญ่กำลัง "เดิมพันกับชีวิตของมนุษย์"
ต่อมา Anthropic เปิดเผยรายงานข่าวกรองด้านภัยคุกคาม ระบุว่าโมเดล Claude ของบริษัทถูกนำไปใช้ในกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่การพัฒนาอาวุธ ปฏิบัติการไซเบอร์ การเฝ้าระวัง ไปจนถึงการฉ้อโกง
ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ หลายรายแสดงความกังวลต่อการพัฒนา AI ที่รวดเร็ว และเรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์ใหม่ โดยสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ อยู่ระหว่างหารือกฎหมายที่จะกำหนดให้บริษัท AI แสดงหลักฐานว่ามีมาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อกังวลดังกล่าว โดยเรียกกระแสต่อต้าน AI และศูนย์ข้อมูลว่าเป็น "การสมคบคิดที่น่ารังเกียจ" ขณะที่ศูนย์ข้อมูลกลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
นับตั้งแต่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 การลงทุนใน AI มีส่วนผลักดันตลาดหุ้นโลกให้ปรับตัวขึ้นอย่างมาก แต่ในระยะหลัง การโจมตีทางไซเบอร์โดย AI agents และความไม่พอใจของประชาชนต่อการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ได้เพิ่มแรงต้านต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม
สหรัฐฯ และจีนยังเตรียมเปิดการหารือด้านความปลอดภัยของ AI ภายใต้การเจรจาทวิภาคีในเดือนนี้ ขณะที่ Global Times สื่อของจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ วิจารณ์ข้อเสนอของ Amodei ว่าเป็น "ยุทธวิธีแบบสงครามเย็น" ที่มีเป้าหมายจำกัดการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน
การแข่งขันด้านต้นทุนกดดันบริษัท AI รายใหญ่
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของ OpenAI และ Anthropic คือการแข่งขันจากโมเดล AI ของจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น Kimi K3 ของ Moonshot AI, Qwen ของ Alibaba และโมเดลจาก DeepSeek ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาของโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนพัฒนาสูง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังไม่เชื่อว่าการเตือนดังกล่าวจะนำไปสู่การชะลอการพัฒนา AI
Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจากการคาดการณ์วิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ ก่อนวิกฤตการเงินปี 2008 มองว่าคำเตือนของ Anthropic และ OpenAI เป็นเพียงการสร้างกระแส และอาจเป็นข้ออ้างเพื่อปกปิดการชะลอตัวของการเติบโตที่ควบคุมไม่ได้
Deutsche Bank ระบุว่า การแข่งขันระหว่างบริษัทและประเทศต่างๆ ยังคงรุนแรง และเป็นเรื่องยากที่จะเห็นบริษัทใดยอมถอย หากคู่แข่งยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Morgan Stanley คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกจะทะลุ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 สะท้อนว่าการลงทุนใน AI ยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ แม้ความกังวลด้านความปลอดภัยและผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน Anthropic เองยังเดินหน้าเตรียมเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนหน้า และมีรายงานว่าอยู่ระหว่างเจรจากับ Nvidia เพื่อให้เข้ามาเป็นนักลงทุนหลักในการ IPO ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งระหว่าง คำเตือนให้ชะลอการพัฒนา AI กับการแข่งขันทางธุรกิจที่ยังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง







