posttoday
ทำไมอย่างนั้นเล่า! เมื่อ Amazon นำหนังสือไปเทรน AI แล้วย่อยทิ้ง

ทำไมอย่างนั้นเล่า! เมื่อ Amazon นำหนังสือไปเทรน AI แล้วย่อยทิ้ง

31 สิงหาคม 2569

Amazon ถูกจับตาหลังมีรายงานกว้านซื้อหนังสือเก่าไปสแกนป้อน AI ก่อนทำลายทิ้ง สะท้อนสงครามข้อมูลและข้อถกเถียงด้านลิขสิทธิ์ที่ร้อนแรงขึ้น

KEY

POINTS

  • Amazon ถูกเปิดโปงว่ากำลังกว้านซื้อหนังสือจำนวนมหาศาล จากนั้นนำมาตัดสันเพื่อสแกนเนื้อหาเป็นข้อมูลดิจิทัล แล้วทำลายต้นฉบับทิ้ง
  • สาเหตุหลักคือการนำข้อมูลจากหนังสือซึ่งสร้างโดยมนุษย์แท้ๆ ไปใช้ฝึกฝน AI เนื่องจากข้อมูลดิจิทัลบนโลกออนไลน์เริ่มถึงจุดอิ่มตัวและเสี่ยงปนเปื้อนด้วยเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นเอง
  • การกระทำนี้สร้างข้อถกเถียงในหมู่คนรักหนังสือ แต่ในทางกฎหมายเคยมีคำตัดสินว่าเข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม (Fair Use) เพราะเป็นการซื้อมาอย่างถูกต้องและไม่ได้ทำสำเนาเพื่อจำหน่ายต่อ

เมื่อพูดถึงหนังสือเล่มภาพที่เราคุ้นเคยย่อมเป็นหนังสือมากมายที่เรียงรายอัดแน่นเต็มชั้น ทั้งในหอสมุด ร้านหนังสือ หรือในบ้านเรือนทั่วไป เมื่อหนังสือถูกทำลายจากสถานการณ์บางอย่างถือเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับนักอ่าน และพยายามทำทุกทางเพื่อรักษาสภาพเอาไว้ให้นานที่สุด

 

แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อมีความพยายามจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในการกว้านซื้อหนังสือไปทำลายโดยเฉพาะ

 

ทำไมอย่างนั้นเล่า! เมื่อ Amazon นำหนังสือไปเทรน AI แล้วย่อยทิ้ง

 

Amazon รวบรวมหนังสือไปให้ AI แล้วย่อยทิ้ง

 

ข้อมูลนี้มาจาก 404 Media สำนักข่าวออนไลน์เชิงสืบสวนทางเทคโนโลยี ที่มีการเปิดเผยว่า Amazon บริษัทจำหน่ายหนังสือเจ้าใหญ่ กำลังทำการกว้านซื้อหนังสือในท้องตลาดจำนวนมหาศาล ผ่านช่องทางขายของออนไลน์ทั่วไป จากนั้นจึงนำการนำข้อมูลเหล่านั้นไปป้อนแก่ AI แล้วทำลายต้นฉบับดังกล่าวทิ้งทั้งหมด

 

การสืบสวนนี้อาศัยแนวทางซ่อนอุปกรณ์ติดตามลงไปในพัสดุประเภทหนังสือ ที่ถูกซื้อเหมาเข่งให้จัดส่งไปยังสถานที่เดียวกัน เมื่อมีการสั่งซื้อพวกเขาตรวจพบว่าปลายทางไปสิ้นสุดที่ศูนย์กระจายสินค้ารหัส LAS8 ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา ที่เป็นโกดังของ Amazom ก่อนจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์ VGT3 ที่รับผิดชอบจัดการงานภายในโกดัง

 

ทีมงานระบุว่างานที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของพวกเขาคือ รับหนังสือตีพิมพ์ที่ถูกจัดส่งมาจำนวนมหาศาล จากนั้นจึงทำการตัดสันหนังสือออก เพื่อให้สามารถนำกระดาษไปเข้าเครื่องสแกนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อแปลงเนื้อหาข้อมูลภายในนั้นให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ส่งผลให้หนังสือถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์

 

ทางสำนักข่าวคาดเดาว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากความพยายามในการนำเนื้อหาในหนังสือไปป้อนให้ AI เพื่อพัฒนาโมเดลในลำดับต่อไป ในชณะที่ทาง Amazon ออกมาตอบคำถามนี้ว่า บริษัทซื้อหนังสือผ่านช่องทางพาณิชย์ทั่วไปเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการแก่ผู้ใช้งาน โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดใดเพิ่มเติม

 

ทำไมอย่างนั้นเล่า! เมื่อ Amazon นำหนังสือไปเทรน AI แล้วย่อยทิ้ง

 

ทำไมหนังสือเก่าจึงกลับมามีความสำคัญ

 

สิ่งหนึ่งที่หลายท่านอาจตั้งคำถามคือ ทำไมหนังสือเก่าจึงกลับมามีความสำคัญ สาเหตุมาจากข้อมูลแบบดิจิทัลถึงจุดอิ่มตัว ระยะเวลาไม่กี่ปีที่พัฒนา AI บริษัทน้อยใหญ่ต่างนำข้อมูลไปเทรน AI จนหมดเกลี้ยงแล้ว ทำให้การพัฒนาโมเดลรุ่นใหม่มีแนวโน้มไปสู่ทางตัน ยากต่อการขยับความเก่งขึ้นไปมากกว่านี้

 

ครั้นจะนำข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบันมาป้อนเข้าสู่ AI มั่วซั่วก็อาจเป็นข้อมูลที่สร้างจาก AI ด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้โมเดลมีประสิทธิภาพลดลงเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้ตลอด นั่นทำให้หนังสือรูปเล่มกลายเป็นเนื้อหาน่าจูงใจสำหรับบริษัท AI

 

หนังสือที่ถูกกว้านซื้อทั้งหมดถูกตีพิมพ์ก่อนปี 2022 ก่อนการมาถึงและตื่นตัวของ AI Chatbot อ่างกว้างขวาง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้มาล้วนเป็นเนื้อหาที่เกิดจากมนุษย์แท้ๆ โดยในกรณีของ Amazon คาดว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาเทรนให้แก่โมเดล Nova ให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

 

แน่นอน Amazon ไม่ใช่เพียงเจ้าเดียวทีมีนโยบายดังกล่าว ก่อนหน้านี้ Anthropic เองก็มี Project Panama ในการกว้านซื้อหนังสือมือสองจำนวนมาก นำมาตัดสัน สแกน ก่อนทำลายทิ้ง เพื่อใช้ในการเทรน AI ยกระดับขีดความสามารถของโมเดลตระกูล Claude เช่นกัน ยังไม่รวมบริษัทอื่นที่อาจทำในทางลับ นี่จึงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรในวงการ

 

อย่างไรก็ตามนี่นำไปสู่ข้อถกเถียงขนาดใหญ่ระหว่างกลุ่มคนรักหนังสือตลอดจนประเด็นปัญหาในหลายด้าน

 

ทำไมอย่างนั้นเล่า! เมื่อ Amazon นำหนังสือไปเทรน AI แล้วย่อยทิ้ง

 

ประเด็นความคลุมเครือที่ไม่ผิดกฎหมาย

 

แน่นอนสิ่งนี้ทำให้เกิดข้อถกเถียงครั้งใหญ่ต่อผู้รักหนังสือทั้งหลาย การทำลายหนังสือปริมาณมหาศาลแบบนี้เป็นเรื่องน่าปวดใจ อีกทั้งหนังสือที่ถูกกว้านซื้อไปส่วนใหญ่เป็นหนังสือเก่าและหายากที่มีแนวโน้มขาดตลาด การกว้านซื้อไปสแกนแล้วทำลายทิ้ง ในทางหนึ่งจึงเหมือนเป็นการสูญเสียศิลปวัฒนธรรมครั้งใหญ่

 

แม้มีข้อโต้แย้งมาจากกลุ่มอนุรักษ์หนังสือเช่นกันว่า เนื้อหาในหนังสือเก่าเหล่านี้แม้จะเป็นผลงานล้ำค่า แต่ก็อาจผุพังและสูญหายไปตามกาลเวลา งบประมาณในการเก็บรักษาและบูรณะก็สูงมากแต่กลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร การนำมาสแกนเป็นแบบดิจิทัลแล้วป้อนให้ AI แม้จะเป็นเรื่องน่าปวดใจแต่ก็ช่วยให้องค์ความรู้เหล่านี้ไม่สูญเปล่า

 

แต่ก็มีข้อโต้แย้งเช่นกันว่าการกว้านซื้อแบบนี้ เท่ากับเป็นการปิดกั้นโอกาสการเข้าถึงในรูปแบบสาธารณะโดยสิ้นเชิง ไปอยู่ในรูปแบบของโมเดล AI ที่อาจเกิดอาการหลอน แถมยังต้องใช้งานผ่านโมเดล AI ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสวงหากำไร จนหลายคนไม่มีโอกาสเข้าถึง และกลายเป็นการผูกขาดความรู้ของมนุษยชาติหรือไม่

 

ในส่วนประเด็นทางกฎหมายกลับไม่เอื้อให้แก่นักเขียนหรือคนรักหนังสือมากนัก เพราะนี่เคยเป็นประเด็นฟ้องร้องในคดี Bartz v. Anthropic PBC ที่มีกลุ่มนักเขียนดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย กับการที่ทาง Anthropic กว้านซื้อหนังสือมือสองในท้องตลาด มาตัดสันแล้วสแกนก่อนนำไปป้อนให้ AI มาแล้ว

 

ผลการตัดสินในครั้งนั้นเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2025 ระบุว่า การนำเนื้อหาในหนังสือไปใช้งานในลักษณะนี้อยู่ในขอบเขต Fair Use เพราะหนังสือทั้งหมดเป็นการจัดหากว้านซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีการทำสำเนาไปขายต่อ สแกนแล้วป้อนเข้า AI ก่อนทำลายต้นฉบับทิ้ง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในภายหลัง

 

นั่นทำให้นี่ยังเป็นมาตรการที่บรรดาบริษัท AI ยังคงทำต่อไป เพื่อยกระดับโมเดลให้มีขีดความสามารถสูงยิ่งขึ้น

 

 

 

กระบวนการที่เกิดขึ้นยังอยู่ในพื้นที่สีเทา ในทางหนึ่งถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในการนำข้อมูลในหนังสือมาป้อนเข้าสู่โมเดล ทำให้นักเขียนหลายท่านสูญเสียช่องทางในการทำรายได้จนเริ่มกระบวนการฟ้องร้องใหม่ ที่เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะออกมาในทิศทางใด

 

อย่างไรก็ตามที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในช่วงเวลานี้หนังสือเก่าจำนวนมากก็ยังถูกกว้านซื้อไปทำลายมากขึ้นทุกวัน

 

 

 

ที่มา

 

https://www.404media.co/we-tracked-a-shipment-of-rare-books-it-ended-at-an-amazon-ai-training-facility/

 

https://www.afslaw.com/perspectives/alerts/landmark-ruling-ai-copyright-fair-use-vs-infringement-bartz-v-anthropic

 

https://finance.biggo.com/news/bd74b798-4e44-4389-ad8e-4cf1c75eac8f

 

https://www.washingtonpost.com/podcasts/post-reports/the-quest-to-destructively-scan-all-the-worlds-books/

 

https://www.fastcompany.com/91591196/ai-companies-buying-used-books-by-thousands

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดโลกเข้าโหมด Risk-off! ดอกเบี้ยสหรัฐฯตึง-ตะวันออกกลางเดือด กด SET เผชิญแรงขาย จับตา MSCI Rebalance

ตลาดโลกเข้าโหมด Risk-off! ดอกเบี้ยสหรัฐฯตึง-ตะวันออกกลางเดือด กด SET เผชิญแรงขาย จับตา MSCI Rebalance