posttoday
ตลาดโลกเข้าโหมด Risk-off! ดอกเบี้ยสหรัฐฯตึง-ตะวันออกกลางเดือด กด SET เผชิญแรงขาย จับตา MSCI Rebalance

ตลาดโลกเข้าโหมด Risk-off! ดอกเบี้ยสหรัฐฯตึง-ตะวันออกกลางเดือด กด SET เผชิญแรงขาย จับตา MSCI Rebalance

31 สิงหาคม 2569

บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดการเงินโลกกลับเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) หลังกังวลนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯตึงตัวกว่าคาด ผสานความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางและแรงกดดันราคาพลังงาน หุ้นไทยเผชิญแรงขายต่างชาติ ค่าเงินบาทอ่อน ฤดูกาลขึ้นเครื่องหมาย XD เดือนกันยายน แนะกลยุทธ์คัดหุ้นพื้นฐานแกร่ง ชู BBL-PTTEP-GUNKUL หุ้นเด่น พร้อมจับตาเม็ดเงินก้อนใหญ่ MSCI Rebalance

KEY

POINTS

  • บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดการเงินโลกกลับเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) หลังกังวลนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯตึงตัวกว่าคาด
  • ผสานความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางและแรงกดดันราคาพลังงาน หุ้นไทยเผชิญแรงขายต่างชาติ ค่าเงินบาทอ่อน ฤดูกาลXD 
  • แนะกลยุทธ์คัดหุ้นพื้นฐานแกร่ง ชู BBL-PTTEP-GUNKUL หุ้นเด่น พร้อมจับตาเม็ดเงินก้อนใหญ่ MSCI Rebalance

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมตลาดทุนโลกและไทย โดยระบุว่า ตลาดการเงินเริ่มเผชิญความผันผวนและเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) อีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินคาด ควบคู่กับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีแรงกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกและฤดูกาลจ่ายเงินปันผลในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตเน้นหุ้นพื้นฐานแกร่งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง

 

ปัจจัยภายนอกรุมเร้า

 

สหรัฐฯ ขู่ขึ้นดอกเบี้ย - ตะวันออกกลางเดือดฐานยิงจรวดโดนถล่ม ภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศเผชิญการปรับฐาน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเฉลี่ยราว -0.02% ถึง -0.52%

 

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ระยะสั้นอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นแรงกว่า 3.63% ดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) แข็งค่าเข้าใกล้ระดับ 100 จุดอีกครั้ง

 

ปัจจัยเร่งหลักเกิดจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ในงานสัมมนา Jackson Hole 2026 ที่ส่งสัญญาณในโทนเข้มงวด (Hawkish) โดยตักเตือนว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังไม่ได้ปรับตัวลดลงรวดเร็วเท่าที่ควร 

 

และหากเงินเฟ้อยังคงยืนสูงเหนือระดับเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีโอกาสจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกภายในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดการเงินคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ขยับสูงขึ้นทันทีเป็น 57% 

 

นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นในฝั่งความตึงเครียดด้านอุปทานพลังงาน หลังมีกระแสรายงานข่าวว่ากองทัพสหรัฐฯได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศทำลายฐานยิงจรวดของอิหร่านซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมส่งทุ่นระเบิดเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญที่สุดในโลกส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกสุ่มเสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้นรอบใหม่และพยุงเงินเฟ้อโลกให้อยู่ในระดับสูงยาวนานขึ้น 

 

ขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงแตะระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนแรงที่สุดในรอบ 1 เดือน ส่งผลให้กำไรสะสมของธนาคารกลางญี่ปุ่นจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินในช่วงก่อนหน้าหายไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง

 

เกาะติดงบเทคฯ สหรัฐฯ - "Meituan" โชว์ฟอร์มเทพโตสวนกระแสจีนซบเซา ในสัปดาห์นี้ (31 ส.ค. – 4 ก.ย. 2569) ตลาดยังคงให้ความสนใจกับการประกาศผลประกอบการของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฝั่งสหรัฐฯ

 

โดยกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะรายงานงบการเงินที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย DELL และ Palo Alto Networks (วันอังคาร), Broadcom, Hewlett Packard Enterprise และ Snowflake (วันพุธ) รวมถึง Oracle (วันพฤหัสบดี)

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ้นเหล่านี้เริ่มเผชิญความกดดันด้าน Valuation และมีความเสี่ยงถูกขายทำกำไรระยะสั้นหากผลประกอบการไม่ได้ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ตรงกันข้ามกับฝั่งบริษัทเทคโนโลยีจีน Meituan (3690 HK) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งอาหารยักษ์ใหญ่ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 เติบโตอย่างโดดเด่นและพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้รวดเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

 

โดยกวาดรายได้รวมสูงถึง 1.04 แสนล้านหยวน เติบโต +14% YoY (ดีกว่าคาด 4%) และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.41 หยวน เติบโตพุ่งแรงถึง +81% YoY (สูงกว่าตลาดคาดการณ์ถึง 685%) ได้รับการสนับสนุนหลักจากยอดสั่งซื้ออาหารที่ยังโตแข็งแกร่ง 

 

และการแข่งขันด้านราคาที่ผ่อนคลายลงหลังรัฐบาลจีนเข้ามาจัดระเบียบตลาดและควบคุมพฤติกรรมการแข่งขันของยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ JD.com หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวสู่ระดับ 33% แนะนำนักลงทุนหาจังหวะเก็งกำไรระยะสั้นผ่าน DR: MEITUAN80 ก่อนการทยอยปรับเพิ่มประมาณการจากสถาบันการเงินต่างๆ

 

ดักทางเม็ดเงินสะพัด MSCI Rebalance มีผล ณ ราคาปิดวันนี้ ประเด็นที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยในวันนี้คือการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยฝั่งฝ่ายวิจัยจำแนกกลุ่มหุ้นเด่นที่ได้รับผลกระทบทางตรงจากกระแสเงินทุนหมุนเวียน (Net Flow) ได้ดังนี้

 

  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก (Inflow)

1.หุ้นเข้าใหม่ในดัชนี MSCI Thailand Small Cap ได้แก่ GUNKUL (คาดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิราว 13.0 ล้านเหรียญสหรัฐ) และ HANA (คาดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิราว 15.5 ล้านเหรียญสหรัฐ)

 

2.หุ้นที่ได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในดัชนีมาตรฐานหลัก ได้แก่ PTTEP (คาดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิราว 35.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) และ TRUE (คาดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิราว 27.1 ล้านเหรียญสหรัฐ)

 

  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ (Outflow)

 

1.หุ้นที่ถูกปรับคัดออกจากดัชนี Small Cap ได้แก่ CHG (คาดเม็ดเงินไหลออกสุทธิราว -5.4 ล้านเหรียญสหรัฐ) และ JTS


2.หุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนักการลงทุน ได้แก่ CPF (-4.1 ล้านเหรียญสหรัฐ), DELTA (-4.6 ล้านเหรียญสหรัฐ) และ CPN (-36.4 ล้านเหรียญสหรัฐ)

 

ปัจจัยลบกดดันหุ้นไทย

 

เงินบาทอ่อนค่า - เข้าสู่ฤดูขึ้นเครื่องหมาย XD จ่ายปันผล ตลาดตราสารหนี้ไทยเริ่มส่งสัญญาณทางลบ โดยนักลงทุนต่างชาติเดินหน้าเทขายสุทธิติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน (มิ.ย. – ส.ค. 2569) รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท 

 

ปัจจัยเงินทุนไหลออกนี้กลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพเงินบาทและมีแนวโน้มผลักดันให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเลือกเป้าหมายลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในเอเชียสัปดาห์ก่อนที่หันไปเทน้ำหนักเข้าสู่ตลาดหุ้นไต้หวันกว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯและตลาดหุ้นเวียดนาม ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญยอดขายสุทธิสะสมกว่า 372 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา 

 

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ฤดูจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในเดือนกันยายน มีบริษัทจดทะเบียนถึง 49 บริษัท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งตามทฤษฎีราคาหุ้นจะปรับลดลงหลังสิทธิ์รับเงินปันผล (Ex-Dividend Effect) ฝ่ายวิจัยประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันทางเทคนิคต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ให้ปรับลดลงราว 7.5 จุด ในเดือนกันยายน

 

กลยุทธ์การลงทุน "Selective Buy" ปลอดภัยชู 3 หุ้นเด่น ภายใต้สภาวะตลาดที่มีอุปสรรครายล้อม ทั้งความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ย ฤดูกาลจ่ายปันผลฉุดดัชนี และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

 

บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนตั้งรับผ่านกลยุทธ์การเลือกซื้อรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ปลอดภัยสูง และมีทิศทางข่าวบวกหนุนเฉพาะตัว

 

หุ้นเด่นประจำวัน (Prime Picks) ดังนี้

 

BBL: หุ้นที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่จะยืนสูงยาวนาน (Higher for Longer) ช่วยรักษาและหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69)

 

อีกทั้งมูลค่าหุ้น (Valuation) ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับราคาต่ำและปลอดภัยเป็นอย่างมาก โดยมีค่า PBV เพียง 0.6 เท่า ซึ่งถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 1.2 เท่า

 

PTTEP: รับอานิสงส์เชิงบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการปรับตัวพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก หลังภัยสงครามและการเข้าโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาร้อนแรงขึ้น อีกทั้งยังเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนจาก MSCI Rebalance ซึ่งคาดว่าจะมีแรงซื้อสนับสนุนในวันนี้เป็นพิเศษ

 

GUNKUL: หุ้นรับประโยชน์ 2 ต่อที่สำคัญ ทั้งได้รับ Sentiment และ Flow ฝ่ายซื้อจากการได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Thailand Small Cap รอบล่าสุด

 

ผสานกับโครงสร้างธุรกิจที่มีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน การรับรู้งานรับเหมาก่อสร้าง (EPC) จากทิศทางความชัดเจนของแผนพัฒนาพละกำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (แผน PDP2026) รวมถึงมาตรการผลักดันพลังงานสะอาดของทางภาครัฐ

 

ลงทุนต่างประเทศ

 

แนะนำเพิ่มพอร์ตเก็งกำไรใน DR: SONY80 ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากสถิติรายได้ถล่มทลายรอบทิศทางของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Spider-Man ภาคใหม่

 

และเก็งกำไรระยะสั้นใน DR: DASH03 (อ้างอิง DoorDash) ตามยอดสมัครสมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนมูลค่าคำสั่งซื้อเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง.

 

ข่าวล่าสุด

เตรียมพบกับ  ศิลปิน & Influencer สุดExclusive ✨  ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงาน

เตรียมพบกับ ศิลปิน & Influencer สุดExclusive ✨ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงาน