posttoday
ซีอีโอ DeepSeek ผงาด! ขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI ที่รวยที่สุดในโลก

ซีอีโอ DeepSeek ผงาด! ขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI ที่รวยที่สุดในโลก

14 กรกฎาคม 2569

ทรัพย์สินพุ่งทะลุ 3.6 หมื่นล้านเหรียญ!  "เหลียง เหวินเฟิง"  ซีอีโอ DeepSeek ผงาดขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI รวยสุดในโลก แซงหน้าผู้ก่อตั้ง OpenAI และ Anthropic 

ทรัพย์สินของ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) ผู้ก่อตั้ง DeepSeek พุ่งทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวหลังจากการระดมทุนรอบล่าสุด ส่งผลให้นักธุรกิจชาวจีนรายนี้ก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างโมเดล AI ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

 

ดัชนีมหาเศรษฐีบลูมเบิร์ก (Bloomberg Billionaires Index) ระบุว่าปัจจุบันเหลียงมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.21 ล้านล้านบาทแซงหน้าผู้ก่อตั้งบริษัท AI ชั้นนำระดับโลกหลายราย

 

และที่สำคัญที่สุดคือ เขายังคงกุมอำนาจการบริหารบริษัทไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยปิดประตูไม่ให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาแทรกแซงหรือสั่นคลอนทิศทางของบริษัทได้เลย

 

ซีอีโอ DeepSeek ผงาด! ขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI ที่รวยที่สุดในโลก

 

พลิกโฉมโมเดลระดมทุนสุดแหวกแนว

 

การระดมทุนครั้งนี้มีไฮไลท์ที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเหลียงไม่ได้เพียงแค่นั่งรอรับเงินจากกลุ่มทุนภายนอก แต่เขาเลือกควักกระเป๋าตัวเองร่วมลงทุนด้วยสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของยอดระดมทุนทั้งหมด โดยเงินก้อนนี้มาจากผลกำไรของ High-Flyer ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงปริมาณ (Quantitative Hedge Fund) ที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016

 

สำหรับนักลงทุนภายนอก ต้องยอมรับว่าข้อตกลงครั้งนี้ค่อนข้างเข้มงวดและท้าทายไม่น้อย เนื่องจากผู้ที่เข้ามาร่วมถือหุ้นจะต้องติดเงื่อนไขห้ามขายหุ้น (Lock-up period) ยาวนานถึง 5 ปี และที่สำคัญคือไม่มีสิทธิ์ออกเสียงใด ๆ ในบริษัท ส่งผลให้เหลียงยังคงกุมอำนาจเด็ดขาดในการบริหารและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ของ DeepSeek โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภารกิจหลักอย่างการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence: AGI)

 

 

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขอันเข้มงวดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นักลงทุนถอยหนี เม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามาในรอบนี้ช่วยดันให้มูลค่าบริษัท (Valuation) ของ DeepSeek พุ่งทะลุ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งบางกระแสประเมินว่ามูลค่ารวมหลังการระดมทุน (Post-money valuation) อาจทะยานสูงถึง 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ DeepSeek ผงาดขึ้นเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศจีน ทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นอย่างขาดลอย

 

จากโปรเจกต์แยกในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สู่ผู้ท้าชิง AI ระดับโลก

 

เหลียงก่อตั้ง DeepSeek ขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 โดยต่อยอดมาจากทีมวิจัย AI ภายในของ High-Flyer ซึ่งระบบเทรดแบบควอนต์ (Quant Trading) ของกองทุนนี้ ช่วยสนับสนุนทั้งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ทำให้เขาสามารถพัฒนาโมเดล AI ประสิทธิภาพสูงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนหรือแรงหนุนจากฝั่งซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley)

 

ที่ผ่านมา DeepSeek ใช้เงินทุนหมุนเวียนจากรายได้ของ High-Flyer เป็นหลัก โดยบริษัทมุ่งพัฒนาโมเดล AI แบบโอเพนซอร์ส (Open-source) และเน้นงานวิจัยมากกว่าการแสวงหากำไรเชิงพาณิชย์ จนสร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วยการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่มีศักยภาพเทียบชั้นเทคโนโลยีอย่าง GPT-4 แต่ใช้ต้นทุนการประมวลผลต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

การตัดสินใจเปิดรับเงินทุนจากภายนอกในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ หลังจากพึ่งพาตัวเองมานานหลายปี วันนี้ DeepSeek กำลังขยายธุรกิจด้วยเงินทุนนอก ทว่าโครงสร้างข้อตกลงกลับระบุชัดเจนว่า เม็ดเงินเหล่านี้จะไม่มีสิทธิเข้ามาแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบริษัทแต่อย่างใด

ซีอีโอ DeepSeek ผงาด! ขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI ที่รวยที่สุดในโลก

ทำไมนักลงทุนคริปโตฯ และสายเทคฯ จึงต้องจับตา

 

ปัจจุบัน แนวทางโอเพนซอร์สของ DeepSeek ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในโปรเจกต์ AI แบบกระจายศูนย์ (Decentralized AI) อย่างเต็มตัว โปรเจกต์โทเคน AI บนบล็อกเชนหลายแห่งต่างนำโมเดลของ DeepSeek ไปต่อยอดและสร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เนื่องจากไลเซนส์แบบโอเพนซอร์สเปิดโอกาสให้นักพัฒนาทุกคนสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต 

 

ปกติแล้ว เงื่อนไขการห้ามขายหุ้นนานถึง 5 ปีแถมยังไม่มีสิทธิออกเสียง ถือเป็นข้อตกลงที่นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่มักจะปฏิเสธ แต่รายงานหลายแห่งกลับระบุว่า หุ้นของ DeepSeek มียอดจองซื้อทะลุเป้า (Oversubscribed) อย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มทุนพร้อมยอมรับเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ก่อตั้งแบบสุดโต่ง หากเทคโนโลยีนั้นมีศักยภาพและดึงดูดมากพอ

 

แน่นอนว่าความเสี่ยงสำคัญของเรื่องนี้คือ "การกระจุกตัวของอำนาจ" เพราะตอนนี้ 'เหลียง' กุมบังเหียนเบ็ดเสร็จทั้งต้นทางเงินทุนอย่าง High-Flyer และปลายทางอย่าง DeepSeek โดยไม่มีกลไกตรวจสอบจากภายนอก 

 

หากการเดิมพันเพื่อก้าวสู่ AGI ครั้งนี้สำเร็จ นักลงทุนที่กล้ายอมรับเงื่อนไขสุดเหล่านี้จะกลายเป็นผู้มีวิสัยทัศน์อันเฉียบคมขึ้นมาทันที แต่หากพลาดพลั้ง พวกเขาจะไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนทิศทางของบริษัทได้เลย และต้องยอมปล่อยให้เงินทุนจมอยู่นานถึง 5 ปีเต็ม


 

ข่าวล่าสุด

ครม.ไฟเขียวยุบ 2 กระทรวง ผุด “วัฒนธรรมฯ-กีฬา” ดันซอฟต์พาวเวอร์

ครม.ไฟเขียวยุบ 2 กระทรวง ผุด “วัฒนธรรมฯ-กีฬา” ดันซอฟต์พาวเวอร์