
ซีอีโอ DeepSeek ผงาด! ขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI ที่รวยที่สุดในโลก
ทรัพย์สินพุ่งทะลุ 3.6 หมื่นล้านเหรียญ! "เหลียง เหวินเฟิง" ซีอีโอ DeepSeek ผงาดขึ้นแท่นผู้ก่อตั้ง AI รวยสุดในโลก แซงหน้าผู้ก่อตั้ง OpenAI และ Anthropic
ทรัพย์สินของ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) ผู้ก่อตั้ง DeepSeek พุ่งทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวหลังจากการระดมทุนรอบล่าสุด ส่งผลให้นักธุรกิจชาวจีนรายนี้ก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างโมเดล AI ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก
ดัชนีมหาเศรษฐีบลูมเบิร์ก (Bloomberg Billionaires Index) ระบุว่าปัจจุบันเหลียงมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.21 ล้านล้านบาทแซงหน้าผู้ก่อตั้งบริษัท AI ชั้นนำระดับโลกหลายราย
และที่สำคัญที่สุดคือ เขายังคงกุมอำนาจการบริหารบริษัทไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยปิดประตูไม่ให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาแทรกแซงหรือสั่นคลอนทิศทางของบริษัทได้เลย
พลิกโฉมโมเดลระดมทุนสุดแหวกแนว
การระดมทุนครั้งนี้มีไฮไลท์ที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเหลียงไม่ได้เพียงแค่นั่งรอรับเงินจากกลุ่มทุนภายนอก แต่เขาเลือกควักกระเป๋าตัวเองร่วมลงทุนด้วยสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของยอดระดมทุนทั้งหมด โดยเงินก้อนนี้มาจากผลกำไรของ High-Flyer ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงปริมาณ (Quantitative Hedge Fund) ที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016
สำหรับนักลงทุนภายนอก ต้องยอมรับว่าข้อตกลงครั้งนี้ค่อนข้างเข้มงวดและท้าทายไม่น้อย เนื่องจากผู้ที่เข้ามาร่วมถือหุ้นจะต้องติดเงื่อนไขห้ามขายหุ้น (Lock-up period) ยาวนานถึง 5 ปี และที่สำคัญคือไม่มีสิทธิ์ออกเสียงใด ๆ ในบริษัท ส่งผลให้เหลียงยังคงกุมอำนาจเด็ดขาดในการบริหารและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ของ DeepSeek โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภารกิจหลักอย่างการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence: AGI)
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขอันเข้มงวดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นักลงทุนถอยหนี เม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามาในรอบนี้ช่วยดันให้มูลค่าบริษัท (Valuation) ของ DeepSeek พุ่งทะลุ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งบางกระแสประเมินว่ามูลค่ารวมหลังการระดมทุน (Post-money valuation) อาจทะยานสูงถึง 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ DeepSeek ผงาดขึ้นเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศจีน ทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นอย่างขาดลอย
จากโปรเจกต์แยกในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สู่ผู้ท้าชิง AI ระดับโลก
เหลียงก่อตั้ง DeepSeek ขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 โดยต่อยอดมาจากทีมวิจัย AI ภายในของ High-Flyer ซึ่งระบบเทรดแบบควอนต์ (Quant Trading) ของกองทุนนี้ ช่วยสนับสนุนทั้งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ทำให้เขาสามารถพัฒนาโมเดล AI ประสิทธิภาพสูงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนหรือแรงหนุนจากฝั่งซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley)
ที่ผ่านมา DeepSeek ใช้เงินทุนหมุนเวียนจากรายได้ของ High-Flyer เป็นหลัก โดยบริษัทมุ่งพัฒนาโมเดล AI แบบโอเพนซอร์ส (Open-source) และเน้นงานวิจัยมากกว่าการแสวงหากำไรเชิงพาณิชย์ จนสร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วยการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่มีศักยภาพเทียบชั้นเทคโนโลยีอย่าง GPT-4 แต่ใช้ต้นทุนการประมวลผลต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
การตัดสินใจเปิดรับเงินทุนจากภายนอกในครั้งนี้ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ หลังจากพึ่งพาตัวเองมานานหลายปี วันนี้ DeepSeek กำลังขยายธุรกิจด้วยเงินทุนนอก ทว่าโครงสร้างข้อตกลงกลับระบุชัดเจนว่า เม็ดเงินเหล่านี้จะไม่มีสิทธิเข้ามาแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบริษัทแต่อย่างใด
ทำไมนักลงทุนคริปโตฯ และสายเทคฯ จึงต้องจับตา
ปัจจุบัน แนวทางโอเพนซอร์สของ DeepSeek ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในโปรเจกต์ AI แบบกระจายศูนย์ (Decentralized AI) อย่างเต็มตัว โปรเจกต์โทเคน AI บนบล็อกเชนหลายแห่งต่างนำโมเดลของ DeepSeek ไปต่อยอดและสร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เนื่องจากไลเซนส์แบบโอเพนซอร์สเปิดโอกาสให้นักพัฒนาทุกคนสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต
ปกติแล้ว เงื่อนไขการห้ามขายหุ้นนานถึง 5 ปีแถมยังไม่มีสิทธิออกเสียง ถือเป็นข้อตกลงที่นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่มักจะปฏิเสธ แต่รายงานหลายแห่งกลับระบุว่า หุ้นของ DeepSeek มียอดจองซื้อทะลุเป้า (Oversubscribed) อย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มทุนพร้อมยอมรับเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ก่อตั้งแบบสุดโต่ง หากเทคโนโลยีนั้นมีศักยภาพและดึงดูดมากพอ
แน่นอนว่าความเสี่ยงสำคัญของเรื่องนี้คือ "การกระจุกตัวของอำนาจ" เพราะตอนนี้ 'เหลียง' กุมบังเหียนเบ็ดเสร็จทั้งต้นทางเงินทุนอย่าง High-Flyer และปลายทางอย่าง DeepSeek โดยไม่มีกลไกตรวจสอบจากภายนอก
หากการเดิมพันเพื่อก้าวสู่ AGI ครั้งนี้สำเร็จ นักลงทุนที่กล้ายอมรับเงื่อนไขสุดเหล่านี้จะกลายเป็นผู้มีวิสัยทัศน์อันเฉียบคมขึ้นมาทันที แต่หากพลาดพลั้ง พวกเขาจะไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนทิศทางของบริษัทได้เลย และต้องยอมปล่อยให้เงินทุนจมอยู่นานถึง 5 ปีเต็ม







