posttoday
Nvidia หั่นโควตาลูกค้าเอเชีย สกัดขบวนการลอบส่งชิป AI ให้จีน

Nvidia หั่นโควตาลูกค้าเอเชีย สกัดขบวนการลอบส่งชิป AI ให้จีน

14 กรกฎาคม 2569

Nvidia ปรับลดรายชื่อลูกค้าในเอเชีย (สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น) ลงกว่าครึ่ง พร้อมตั้ง White list เพื่อคัดกรองผู้ซื้อชิป AI อย่างเข้มงวด ปิดตายช่องทางส่งชิปเข้าจีน

 

Nvidia ค่ายชิปยักษ์ใหญ่ระดับโลก หั่นรายชื่อลูกค้าในเอเชียที่มีสิทธิ์ซื้อชิป AI ลงกว่าครึ่ง พร้อมจัดทำ "บัญชีขาว" (Whitelist) ขึ้นมาใหม่เพื่อคัดกรองเฉพาะบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ตรวจสอบสุดเข้มงวด โดยมีเป้าหมายหลักคือสกัดไม่ให้ชิปประมวลผลขั้นสูงหลุดรอดไปถึงมือจีน

 

แหล่งข่าววงใน 3 รายเปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Nvidia บริษัทผู้พัฒนาชิปมูลค่า 5.1 ล้านล้านดอลลาร์ ได้ยกระดับการตรวจสอบประวัติและสถานะลูกค้า (Due Diligence) ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น

 

มาตรการคัดกรองรอบใหม่นี้ส่งผลให้ลูกค้าเก่าของ Nvidia หายไปกว่าครึ่งทันที อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบแรกยังสามารถปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อยื่นขออนุมัติใหม่ได้ โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ทางเลือกใหม่ (Neocloud providers) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นให้บริการประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนชัดว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าอุดช่องโหว่ของมาตรการควบคุมการส่งออกอย่างจริงจัง หลังชิป AI ประสิทธิภาพสูงยังคงเล็ดลอดผ่านประเทศที่สามเข้าไปยังตลาดจีน ทั้งที่สหรัฐฯ ประกาศแบนมานานหลายปี 

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวเผยว่า Nvidia จำเป็นต้องยกระดับการคัดกรองลูกค้าให้เข้มงวดขึ้น เนื่องจากได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการกวาดล้างกลุ่มพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตลาดมืดค้าชิปเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

Nvidia หั่นโควตาลูกค้าเอเชีย สกัดขบวนการลอบส่งชิป AI ให้จีน

 

สำหรับมาตรการตรวจสอบรูปแบบใหม่ พนักงานของ Nvidia จะลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของลูกค้าโดยตรง พร้อมทั้งตรวจสอบสัญญาซื้อขายและสัมภาษณ์ผู้ใช้งานจริง เพื่อยืนยันว่าบริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจจริง ไม่ใช่เป็นเพียงนอมินีบังหน้า

 

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เข้ามามีบทบาทร่วมกำกับดูแลและสนับสนุนการทำงานในระดับนโยบายด้วยเช่นกัน

 

อันที่จริง Nvidia ตรวจสอบประวัติผู้ซื้อตามกฎหมายควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ มาโดยตลอด แต่มาตรการล่าสุดนี้ถือเป็นการยกระดับกระบวนการคัดกรองให้เข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น โดยบริษัทได้ขยายเงื่อนไขข้อบังคับและเน้นการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกอย่างจริงจังมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

ชนวนเหตุที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องยกระดับมาตรการคุมเข้มในครั้งนี้ เริ่มมาจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังอัยการสหรัฐฯ สั่งฟ้องผู้ร่วมก่อตั้งและพนักงานของ Supermicro หลายราย ในข้อหาร่วมกันลักลอบส่งออกชิปมูลค่าสูงถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังประเทศจีน โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น "ทางผ่าน" เพื่อส่งชิป Nvidia จากไต้หวันกระจายต่อไปยังจีนผ่านนายหน้าอีกทอดหนึ่ง

 

Nvidia หั่นโควตาลูกค้าเอเชีย สกัดขบวนการลอบส่งชิป AI ให้จีน

 

วิธีการของขบวนการนี้คือ การนำเซิร์ฟเวอร์ของ Supermicro มาเปลี่ยนกล่องบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งเครือข่ายซื้อขายนี้ส่งผลให้บริษัทที่เป็นทางผ่านรายดังกล่าว กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Supermicro ไปโดยปริยาย โดยสร้างรายได้ให้บริษัทสูงถึง 99.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2024

 

ส่วนทางด้าน Supermicro ยืนยันว่า บริษัทกำลังให้ความร่วมมือกับทางการสหรัฐฯ และไต้หวันในการสอบสวนคดีนี้อย่างเต็มที่

 

สำหรับการเดินหน้ากวาดล้างครั้งล่าสุดนี้ บรรดาคนในแวดวงอุตสาหกรรมต่างมองตรงกันว่า จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตการขาดแคลนชิป AI ในจีนให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้สั่งห้ามส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงไปยังจีน ขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งเองก็สกัดไม่ให้ Nvidia ขายชิปรุ่น H200 (ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เก่ากว่ารุ่นปัจจุบันถึง 2 เจเนอเรชัน) เพื่อกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีหันมาใช้ชิปในประเทศและกระตุ้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนให้เติบโต

 

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตชิปในประเทศกลับยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีที่เร่งขยายการใช้งานระบบอัจฉริยะอย่าง AI Agents ซึ่งต้องอาศัยพลังประมวลผลมหาศาลกว่าแชตบอตทั่วไปมาก

 

แม้จะมีบริษัทบางแห่งพยายามเจรจาขอให้รัฐบาลปักกิ่งอนุมัติการซื้อชิป H200 จาก Nvidia แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดเจ้าหน้าที่รัฐประเมินว่า โอกาสที่รัฐบาลจะไฟเขียวให้สั่งซื้อล็อตใหญ่นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

รัฐบาลปักกิ่งคาดหวังว่าผู้ผลิตชิปในประเทศจะสามารถขยายกำลังการผลิตได้เร็วพอที่จะอุดช่องโหว่ดังกล่าว ก่อนหน้านี้สำนักข่าวต่างประเทศเคยรายงานว่า ยอดการผลิตชิป AI ของจีนอาจเติบโตสูงถึง 3 เท่าภายในสิ้นปีนี้ ทว่าในความเป็นจริง กำลังการผลิตยังคงตามหลังคู่แข่งในตลาดโลกอยู่มาก ซ้ำยังเผชิญปัญหาขาดแคลนเครื่องจักรสำหรับผลิตชิปขั้นสูงอีกด้วย

 

ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายหนึ่งในจีนเปิดเผยว่า "ตอนนี้ชิปจากผู้ผลิตในประเทศขายเกลี้ยงสต็อกแล้ว แม้แต่ชิปรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปและในอดีตไม่มีใครสนใจ ตอนนี้บริษัทต่างๆ ก็แห่ซื้อไปจนหมด ขอแค่พอหยิบมาใช้งานอะไรได้บ้างก็เอาแล้ว"

 

ด้านโฆษกของ Nvidia ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า บริษัทยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และดำเนินธุรกิจภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายทุกประการ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด

่'ศุภจี” แจงข้าวแกง 40 บาทแค่แนวคิด สวน “ชัยชนะ” 30 บาทอยู่ที่ไหน

่'ศุภจี” แจงข้าวแกง 40 บาทแค่แนวคิด สวน “ชัยชนะ” 30 บาทอยู่ที่ไหน