posttoday
เพลิงไหม้โรงเบียร์ เสียชีวิตพุ่ง 30 ราย กทม. สั่งปิดตึก - ปูพรมตรวจผับทั่วกรุง

เพลิงไหม้โรงเบียร์ เสียชีวิตพุ่ง 30 ราย กทม. สั่งปิดตึก - ปูพรมตรวจผับทั่วกรุง

14 กรกฎาคม 2569

เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 30 ราย ญาติหลั่งน้ำตาทำพิธีเชิญวิญญาณ ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติสั่งห้ามใช้อาคาร พร้อมปูพรมตรวจสถานบันเทิงเข้มหวั่นซ้ำรอย

14 ก.ค.2569 ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เมื่อกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเข้าสู่วันที่ 2 ของเหตุการณ์ ข้อมูล ณ เวลา 09.00 น. ยอดผู้เสียชีวิตขยับเพิ่มขึ้นเป็น 30 ราย โดยทราบอัตลักษณ์บุคคลแล้ว 27 ราย และอยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 3 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการรุนแรง (กลุ่มสีแดง) เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ขณะที่ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บรวมมี 75 ราย แบ่งเป็นกลุ่มสีแดง 24 ราย กลุ่มสีเหลือง (อาการปานกลาง) 15 ราย และกลุ่มสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 36 ราย ซึ่งกลุ่มสีเขียวแพทย์ให้กลับบ้านได้ทั้งหมดแล้ว

 

ตลอดช่วงสายที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณจุดเกิดเหตุเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตได้ทยอยเดินทางมานำเครื่องเซ่นไหว้ อาหาร น้ำดื่ม และดอกไม้ มาวางไว้ที่ด้านหน้าอาคาร เพื่อประกอบพิธีจุดธูปอัญเชิญดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติตามความเชื่อ

 

หนึ่งในญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ทราบข่าวช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. จากอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูซึ่งเป็นพี่สาวของเพื่อนลูกสาว ว่าลูกสาวโทรศัพท์ชวนเพื่อนมาเที่ยวที่ร้านนี้ จึงมั่นใจว่าลูกสาวอยู่ด้านในก่อนจะพบรายชื่อในกลุ่มผู้เสียชีวิต โดยหลังจากนี้จะไปรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดนครนายกต่อไป

 

ขณะที่พนักงานของร้านรายหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่บริเวณประตูหลังอันเป็นจุดที่พบร่างผู้เสียชีวิตนอนกองรวมกันในห้องน้ำจำนวนมากเนื่องจากสำลักควัน ยืนยันว่าประตูหลังร้านสามารถเปิดออกได้ตามปกติ แต่เนื่องจากเพลิงไหม้ลุกลามรวดเร็วมากและมีควันดำปกคลุม ส่วนกระแสข่าวเรื่องเจ้าของร้านเสียชีวิตนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของร้านยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลเปาโล เกษตร จากอาการถูกไฟลวกที่ใบหน้าและแขน

ด้านมาตรการทางกฎหมายและการควบคุมอาคาร สำนักงานเขตจตุจักรได้นำคำสั่งห้ามใช้อาคารเด็ดขาดมาติดประกาศไว้ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อบรรเทาเหตุที่อาจเกิดอันตราย โดยห้ามมิให้ผู้ใดใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้อาคาร และต้องดำเนินการแก้ไขอาคารที่อาจเป็นอันตรายให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละ 30,000 บาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน

 

นอกจากนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัย โดยให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการและร้านอาหารทุกวัน หากพบร้านใดมีความเสี่ยงให้สั่งหยุดบริการเพื่อปรับปรุงทันที พร้อมเตรียมพิจารณาออกระเบียบควบคุมวัสดุกันเสียง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการลุกลามของเพลิงไหม้ในครั้งนี้

 

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือได้ที่ ห้องประชุมรัชดา ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร

ข่าวล่าสุด

ซีอีโอ Google เผย บริษัทยังพ่ายแพ้และตามหลังด้านการเขียนโค้ด

ซีอีโอ Google เผย บริษัทยังพ่ายแพ้และตามหลังด้านการเขียนโค้ด