posttoday
วิเคราะห์ภัยไซเบอร์ยุค AI คนไทยการ์ดตก-แห่พึ่งเทคโนโลยีป้องกัน

วิเคราะห์ภัยไซเบอร์ยุค AI คนไทยการ์ดตก-แห่พึ่งเทคโนโลยีป้องกัน

12 กรกฎาคม 2569

เจาะลึกช่องว่างความปลอดภัยออนไลน์เมื่อ Deepfake และ AI เร่งกลโกงแนบเนียนขึ้น เผยสถิติคนไทยร้อยละ 72 ยังใช้รหัสซ้ำ เสี่ยงตกเป็นเหยื่อ มุ่งหาโซลูชันป้องกันเชิงรุก

ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้ AI เข้ามาช่วยในการหลอกลวง ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจจับและป้องกัน ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่าแม้คนไทยถึงร้อยละ 90 จะประเมินว่าตนเองมีพฤติกรรมออนไลน์ที่ปลอดภัยในระดับดี

 

แต่ในความเป็นจริงกลับมีเพียงร้อยละ 43 เท่านั้นที่ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยทางไซเบอร์อย่างเคร่งครัด ตัวเลขความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างด้านการรับรู้ที่สูงถึงร้อยละ 47 ในประเทศไทย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ที่ร้อยละ 41 อย่างมีนัยสำคัญ

 

ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่น่ากังวลที่สุดยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการจัดการรหัสผ่าน โดยพบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 72 ยังคงใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบัญชี ซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งหากเกิดการรั่วไหลของข้อมูล

 

ผลที่ตามมาคือร้อยละ 47 ของผู้ใช้งานเคยตกเป็นเหยื่อของการแฮ็กหรืออาชญากรรมไซเบอร์ นำไปสู่ความเสียหายทางการเงินในกลุ่มผู้เสียหายถึงร้อยละ 61 แม้มูลค่าความสูญเสียส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับไม่เกิน 16,000 บาท แต่ผลกระทบทางจิตใจกลับรุนแรง โดยร้อยละ 96 ยอมรับว่าเหตุการณ์เหล่านี้สร้างความเครียดและวิตกกังวลอย่างหนัก

 

ความกังวลต่อภัยไซเบอร์ในอนาคตยังคงพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี Deepfake เข้ามาใช้บิดเบือนความน่าเชื่อถือ ซึ่งคนไทยร้อยละ 96 มองว่า AI จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการฉ้อโกงที่แนบเนียนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ร้อยละ 92

 

ความกังวลนี้ส่งผลให้ประชากรร้อยละ 69 คาดการณ์ว่าจะมีสมาชิกในครอบครัวตกเป็นเหยื่อในเร็วๆ นี้ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีเพียงร้อยละ 37 เท่านั้นที่มั่นใจว่าตนเองมีความพร้อมและรู้วิธีรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้นมา

 

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ผู้ใช้งานจึงเริ่มมองหาเทคโนโลยีเชิงรุกที่สามารถป้องกันตนเองได้มากกว่าการพึ่งพาสถาบันหรือผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว โดยกว่าร้อยละ 75 ยินดีจ่ายเงินสำหรับโซลูชันด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนความผิดปกติแบบเรียลไทม์ (Monitoring & Alerts) รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบนิเวศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริงสำหรับทุกคน

ข่าวล่าสุด

เตือนคนกรุง! ดัชนีความร้อนพุ่งระดับ “เตือนภัย” PM 2.5 ไม่เกินมาตรฐาน

เตือนคนกรุง! ดัชนีความร้อนพุ่งระดับ “เตือนภัย” PM 2.5 ไม่เกินมาตรฐาน