
ไทยโตรับเทรนด์ Data Center แต่อย่าลืมสร้าง Value ให้ประเทศ
ส่องสถิติการลงทุนดิจิทัลปี 68 ชี้ช่องโหว่ไทยโตเพราะนำเข้า มากกว่าสร้างนวัตกรรม พร้อมแนะ 4 แนวทางนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
ปัจจุบันการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลสถิติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่าเม็ดเงินลงทุนในภาคส่วนนี้เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่าตัว จากระดับ 98,539 ล้านบาทในปี 2567 พุ่งสูงถึง 7.28 แสนล้านบาทในปี 2568 และยังคงมีโมเมนตัมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ลึกลงไป สัดส่วนเม็ดเงินในดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถึง 21 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าลักษณะการเติบโตในปัจจุบันยังคงหนักไปที่ "การนำเข้าอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์" มากกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีฐานรากในประเทศ ซึ่งหากปล่อยไว้ ไทยอาจเป็นเพียงลานตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยไม่เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)
บทเรียนจากการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในอดีตชี้ให้เห็นว่า การดึงดูดเพียงบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ได้การันตีการเกิดระบบนิเวศ (Ecosystem) เสมอไป อุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูงต้องการห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบวงจรไอซี (IC Design) ไปจนถึงกระบวนการผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการหน้าใหม่
การผลักดันวิสัยทัศน์ให้อุตสาหกรรมชิปเป็น "Made-in-Thailand Value" อย่างแท้จริง โครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการวางข่ายสายส่งไฟฟ้าที่เสถียรและรองรับพลังงานสะอาด (Green Energy) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกให้ความสำคัญสูงสุด
นอกจากนี้ การจัดการทรัพยากรต้องได้รับการวางแผนอย่างรัดกุม โดยเฉพาะปริมาณน้ำสะอาดที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบหล่อเย็น (Cooling Systems) ของเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาล รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดและสร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ยั่งยืนให้กับบุคลากรในประเทศต่อไป







