
Microsoft เผย ไทยมีสัดส่วนผู้ใช้งาน AI เป็นอันดับ 2 ของโลก
Microsoft พาส่องความพร้อมและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการใช้ AI ในไทย หลังสถิติชี้โตพุ่งอันดับ 2 ของโลก ท่ามกลางความท้าทายสำคัญในการกระจายโอกาสสู่กลุ่มฐานรากอีก 88%
ข้อมูลจากงาน Microsoft AI Tour Bangkok สะท้อนภาพรวมการตื่นตัวด้านเทคโนโลยีระดับองค์กรในไทยได้อย่างชัดเจน โดยผู้เข้าร่วมงานมาจากกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยถึง 40% และมีการจ้างงานรวมกว่า 500,000 คน แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาคธุรกิจในการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ปัจจุบันวัยทำงานในไทยมีสัดส่วนการใช้ AI อย่างจริงจังอยู่ที่ 12.4% แม้ตัวเลขนี้จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% แต่อัตราการเติบโตแบบปีต่อปีกลับพุ่งสูงถึง 36.4% เมื่อเปรียบเทียบช่วงต้นปี 2568 กับไตรมาสแรกของปี 2569 ส่งผลให้ไทยมีอัตราการเติบโตด้านการยอมรับ AI สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากเกาหลีใต้เพียงประเทศเดียวเท่านั้น
ด้านบุคลากร พนักงานองค์กรในไทยถึง 32% ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ AI ระดับสูง (Frontier Professional) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึงสองเท่า สอดคล้องกับมุมมองของพนักงาน 51% ที่เห็นว่าผู้บริหารองค์กรมีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีที่ชัดเจน (ค่าเฉลี่ยโลกที่ 26%) สิ่งนี้สะท้อนถึงความพร้อมที่สอดประสานกันทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการของไทย
สำหรับการใช้งานจริง AI ได้เข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพหลายมิติ ตั้งแต่ทาง Microsoft เองที่การเขียนโค้ดในภาคเทคโนโลยีที่มี AI ช่วยเหลือแล้วถึง 40% ไปจนถึงการใช้ AI Agent ซึ่งสามารถลดระยะเวลาจัดการกระบวนการซัพพลายเชนจาก 5-9 สัปดาห์ให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ในฝั่งการบริการลูกค้า เทคโนโลยียังช่วยเพิ่มอัตราการบริการตนเองด้านสินเชื่อได้ 35% และยกระดับความพึงพอใจโดยรวมได้อีก 10% อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้การเติบโตในภาคธุรกิจจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีประชากรไทยอีกถึง 87.6% ที่ยังคงเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีนี้ โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ AI สามารถเข้าไปช่วยพัฒนาศักยภาพได้ยังกระจายอยู่ในส่วนฐานราก ทั้งแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม เกษตรกร บุคลากรทางการแพทย์ และแวดวงการศึกษา
ถือเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศในการกระจายโอกาสต่อไป







