posttoday
ผู้บริโภคฟ้องแพลตฟอร์ม 230 ลบ. ประเด็นปล่อยมิจฉาชีพหลอกลงทุน

ผู้บริโภคฟ้องแพลตฟอร์ม 230 ลบ. ประเด็นปล่อยมิจฉาชีพหลอกลงทุน

08 มิถุนายน 2569

สภาผู้บริโภคนำเหยื่อ 10 ราย ฟ้องบริษัทยักษ์ใหญ่และแบงก์ เรียก 230 ล้านบาท ฐานหละหลวมปล่อยมิจฉาชีพหลอกลงทุน หวังสร้างบรรทัดฐานความปลอดภัยใหม่

ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ยังคงสร้างบาดแผลลึกให้สังคมไทย ล่าสุดสภาองค์กรของผู้บริโภคได้เป็นตัวแทนยื่นฟ้องกลุ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกและสถาบันการเงินหลายแห่ง เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบฐานหละหลวมและปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ระบบเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน โดยมีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากกลุ่มผู้เสียหายนำร่อง 10 ราย สูงถึง 230 ล้านบาท

 

กลไกการหลอกลวงนี้ทำงานเป็นห่วงโซ่ที่รัดกุม เริ่มจากการปล่อยโฆษณาหลอกลงทุน (Scam Ads) ผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก โดยแอบอ้างภาพลักษณ์ของบุคคลที่มีชื่อเสียง จากนั้นจะชักจูงเหยื่อเข้าสู่กลุ่มไลน์ที่มีหน้าม้าคอยสร้างความน่าเชื่อถือ และปิดท้ายด้วยการหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมผ่านช่องทางทางการอย่าง App Store หรือ Google Play Store อย่างแนบเนียน

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนี้คือการมุ่งเป้าฟ้องร้องไปถึง บริษัทแม่ ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจกำหนดนโยบายและรับผลกำไรจากค่าโฆษณาโดยตรง แทนที่จะพุ่งเป้าแค่บริษัทลูกในไทยที่มีหน้าที่เพียงทำส่งเสริมการตลาด การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นความพยายามในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการระดับโลกต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

 

ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการโอนเงินก็ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงระบบการคัดกรอง ด้วยความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ธนาคารควรมีกลไกตรวจจับและระงับความผิดปกติของเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าบัญชีม้าได้เร็วกว่านี้ การขาดระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้มิจฉาชีพโยกย้ายทรัพย์สินได้อย่างลอยนวล

 

หากเรานำตัวเลขมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ ความเสียหาย 230 ล้านบาทจากคนเพียง 10 คน เฉลี่ย 23 ล้านบาทต่อราย สะท้อนชัดเจนว่ามิจฉาชีพจงใจพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่มีเงินเก็บทั้งชีวิต เมื่อเทียบกับสถิติภาพรวมของภัยไซเบอร์ในไทยที่ประชาชนสูญเงินรวมกว่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ตัวเลขในคดีนี้จึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของวิกฤตที่ฝังรากลึกในสังคม

 

ความเจ็บปวดของผู้เสียหายรายหนึ่งที่สูญเงินกว่า 165 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของกลไกรัฐ เมื่อการพึ่งพาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับลงเอยด้วยความเงียบหาย ศาลแพ่งได้นัดพร้อมคู่ความในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ พี่เชื่อว่าพวกเราทุกคนคงต้องติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของมันอาจเป็นแสงสว่างที่ช่วยคุ้มครองสิทธิของพวกเราในฐานะผู้บริโภคได้ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ประชุมครม.เลื่อนเป็น10มิ.ย.69 นายกฯอนุทิน รัฐมนตรีติดภารกิจเยือนเวียดนาม

ประชุมครม.เลื่อนเป็น10มิ.ย.69 นายกฯอนุทิน รัฐมนตรีติดภารกิจเยือนเวียดนาม