


20+





















งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปักกิ่ง หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แซงนักวิ่งมนุษย์ได้แล้ว
การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปักกิ่งเผยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ศักยภาพ AI หุ่นยนต์จีนพัฒนาเร็ว แซงนักวิ่งมืออาชีพได้จริง สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต
การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลายเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หลายสิบตัวที่พัฒนาโดยบริษัทจีน สามารถแสดงสมรรถนะด้านการเคลื่อนไหวและการนำทางอัตโนมัติได้อย่างโดดเด่น โดยบางตัวทำเวลาได้ดีกว่านักวิ่งมนุษย์
การแข่งขันปีนี้มีความแตกต่างจากปีแรกอย่างชัดเจน หลังจากครั้งก่อนประสบปัญหาทางเทคนิคจนหุ่นยนต์จำนวนมากไม่สามารถวิ่งจบระยะทาง 21 กิโลเมตรได้ โดยแชมป์หุ่นยนต์ในปีที่แล้วทำเวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งช้ากว่านักวิ่งมนุษย์มาก
อย่างไรก็ตาม ในปีล่าสุด จำนวนทีมที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นจาก 20 ทีม เป็นมากกว่า 100 ทีม และหุ่นยนต์ชั้นนำหลายตัวสามารถทำเวลาได้เร็วกว่านักวิ่งระดับอาชีพ โดยทำเวลาแซงผู้ชนะประเภทมนุษย์มากกว่า 10 นาที
ผู้ชนะการแข่งขันเป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาโดย Honor ซึ่งทำเวลาได้ 50 นาที 26 วินาที เร็วกว่าสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนของ Jacob Kiplimo ที่เพิ่งทำไว้ในกรุงลิสบอนเมื่อไม่นานมานี้
ทีมจาก Honor ซึ่งเป็นบริษัทที่แยกตัวมาจาก Huawei ยังสามารถคว้าอันดับ 1–3 ได้ทั้งหมด โดยหุ่นยนต์ทุกตัวใช้ระบบนำทางอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
วิศวกรของทีมเปิดเผยว่า หุ่นยนต์ถูกพัฒนานานประมาณ 1 ปี โดยออกแบบขาให้มีความยาว 90–95 เซนติเมตร เพื่อเลียนแบบนักวิ่งระดับสูง และใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนแบบของเหลวที่ต่อยอดจากสมาร์ตโฟนของบริษัท
ในการแข่งขัน หุ่นยนต์เกือบครึ่งสามารถวิ่งผ่านเส้นทางที่มีความท้าทายได้ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องควบคุมจากระยะไกล ต่างจากปีก่อน ขณะที่ผู้จัดได้แยกเลนวิ่งระหว่างหุ่นยนต์และนักวิ่งมนุษย์กว่า 12,000 คน เพื่อลดความเสี่ยงการชนกัน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แม้ความสามารถในการวิ่งเร็วอาจดูเป็นเพียงการสาธิต แต่ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น ความทนทานของโครงสร้าง และระบบจัดการความร้อน ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้
ผู้ชมจำนวนมากมองว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นหลักฐานของความก้าวหน้าด้านหุ่นยนต์ของจีน โดยนักศึกษาวิศวกรรมรายหนึ่งระบุว่า ระดับความสามารถของ AI ที่เห็นนั้นน่าประทับใจอย่างมาก และสะท้อนว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน เยาวชนจำนวนไม่น้อยได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน โดยนักเรียนวัย 11 ปีรายหนึ่งเปิดเผยว่าต้องการศึกษาด้านหุ่นยนต์ในระดับมหาวิทยาลัยในอนาคต หลังได้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว
แม้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ และยังไม่สามารถทดแทนแรงงานมนุษย์ในโรงงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้ทักษะซับซ้อน แต่ศักยภาพที่แสดงให้เห็นในครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม
รัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง ผ่านนโยบายสนับสนุน เงินอุดหนุน และโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในอนาคต



20+























