Lenovo-NVIDIA รุกไฮบริด AI ชูสถาปัตยกรรม Blackwell และ AI Factory
เปิดตัวโซลูชัน Hybrid AI อัดฉีดขุมพลัง NVIDIA RTX PRO Blackwell ลงสู่เวิร์กสเตชันและดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งการประมวลผล Agentic AI ให้รวดเร็วและประหยัดพลังงานสูงสุด
Lenovo Hybrid AI Advantage คือแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA เพื่อรองรับเวิร์กโหลด Agentic AI และการประมวลผลแบบเรียลไทม์ ระบบถูกออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลา Time-to-First-Token (TTFT) ในการรันโมเดลระดับองค์กร โดยครอบคลุมสถาปัตยกรรมตั้งแต่เวิร์กสเตชัน ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึง AI Factory ระดับกิกะวัตต์
สำหรับการประมวลผลฝั่งไคลเอนต์ Lenovo ได้นำเสนอแล็ปท็อปรุ่น ThinkPad P14s Gen 7, P16s Gen 5 และ P1 Gen 9 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปกราฟิก NVIDIA RTX PRO Blackwell รุ่นใหม่ล่าสุด โดยอุปกรณ์กลุ่มนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Silicon-Anode ที่ให้ความหนาแน่นพลังงานสูงถึง 1,000Wh/L และมีความจุสูงสุด 99.9Whr
ในส่วนของเดสก์ท็อปเวิร์กสเตชัน ThinkStation P5 Gen 2 ได้รับการอัปเกรดให้รองรับการ์ดจอ NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell Max-Q สูงสุดถึง 2 ตัว นอกจากนี้ยังมี ThinkStation PGX สำหรับนักพัฒนา ซึ่งให้พลังประมวลผลระดับ 1 Petaflop และสามารถรันโมเดลขนาดใหญ่ถึง 2 แสนล้านพารามิเตอร์แบบออนพรีมิสได้
ด้านโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ Lenovo เปิดตัวระบบที่ใช้ขุมพลัง NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition และ Blackwell Ultra สำหรับการปรับแต่ง (Fine-tuning) และประมวลผล AI ขนาดใหญ่ พร้อมเซิร์ฟเวอร์ ThinkAgile HX650a ที่ทำงานร่วมกับ Nutanix Enterprise AI เพื่อรองรับการประมวลผลที่ต้องการความปลอดภัยสูง
เพื่อรองรับการทำงานระดับไฮเปอร์สเกล Lenovo ได้ติดตั้งสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL72 ภายใน AI Cloud Gigafactory ระบบนี้ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบเต็มรูปแบบ (Full Liquid Cooling) ซึ่งให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงขึ้น 10 เท่า และลดต้นทุนต่อโทเคนลงสูงสุด 10 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า


