เมื่อวงโคจรเต็ม สู่ระบบป้องกันดาวเทียมชนกันของจีนและสหรัฐฯ
เทคโนโลยีอวกาศเร่งพัฒนาเฝ้าระวังขยะวงโคจร จีนสร้างเครือข่ายดาวเทียมติดตามการชน ขณะสหรัฐฯพัฒนาเกราะ Space Armor ป้องกันภัย Kessler Syndrome
KEY
POINTS
- จำนวนดาวเทียมและขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้นทำให้วงโคจรหนาแน่นและเสี่ยงต่อการชนกัน นำไปสู่การพัฒนาระบบป้องกัน
- จีนกำลังสร้างเครือข่ายดาวเทียม "Xingyan" เพื่อติดตามวัตถุในอวกาศและแจ้งเตือนเส้นทางหลบหลีกการชนแบบอัตโนมัติ
- สหรัฐฯ พัฒนา "Space Armor" ซึ่งเป็นเกราะวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบาสำหรับปกป้องดาวเทียมจากการพุ่งชนของขยะอวกาศความเร็วสูง
เทคโนโลยีอวกาศ ได้รับความสนใจและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากดาวเทียมนับหมื่นดวงที่กำลังลอยอยู่บนวงโคจรและยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จำนวนมหาศาลที่เริ่มเป็นปัญหานำไปสู่ความกังวลที่วงโคจรจะเต็มไปด้วยขยะอวกาศ หรือ Kessler Syndrome ที่อาจทำได้ทั้งรบกวนสัญาณและสร้างความเสียหายแก่ดาวเทียม
นี่เป็นเหตุผลให้หลายประเทศเริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับปกป้องดาวเทียมขึ้นมา
Xingyan เครือข่ายดาวเทียม ติดตามและเฝ้าระวังการชน
ผลงานนี้เป็นของ Xingtu Cekong บริษัทเทคโนโลยีอวกาศสัญชาติจีน กับแนวคิดในการปล่อยกลุ่มดาวเทียมชุดใหม่ขึ้นสู่อวกาศ สำหรับติดตามวัตถุและขยะอวกาศที่อยู่ในวงโคจรโดยเฉพาะ เพื่อลดการพึ่งพาข้อมูลดาวเทียมจากต่างชาติ และความเสี่ยงในการที่ดาวเทียมเชิงพาณิชย์จะถูกพุ่งชน
ระบบเครือข่ายดาวเทียมนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถทำแผนที่วงโคจรดาวเทียม ตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติของวัตถุบนวงโคจร พร้อมแจ้งเตือนการชนและให้ค้นหาเส้นทางวงโคจรที่ปลอดภัย โดยจะมีการส่งคำแนะนำไปหาดาวเทียมดวงอื่นในทุกสองชั่วโมง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น
ตัวดาวเทียมจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีตรวจจับหลายรูปแบบ ทั้งกล้องมุมกว้าง กล้องอินฟราเรด กล้องมัลติสเปกตรัม และเครื่องตรวจสอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากนั้นจึงนำส่งข้อมูลกลับสู่สถานีภาคพื้นดิน เพื่อให้ AI วิเคราะห์ข้อมูลค้นหาความเสี่ยง และระบุเส้นทางหลบหลีกอัตโนมัติแก่ดาวเทียมในเครือข่ายแบบเรียลไทม์
ทางบริษัทมีแผนในการปล่อยดาวเทียมชุดแรก 12 ดวงขึ้นสู่อวกาศภายในปี 2027 และคาดว่าจะสามารถปล่อยดาวเทียมตามแผนที่วางไว้ทั้งหมดให้ครบ 156 ดวงภายในปี 2028 หลังประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียม Kaiyun-1 ได้สำเร็จในช่วงเดือนกันยายน 2025
แนวคิดในการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังบนอวกาศไม่ใช่ของใหม่ สหรัฐฯเองก็มีเครือข่ายดาวเทียมสำหนรับเฝ้าระวังสถานการณ์ในวงโคจรค้างฟ้าอย่าง GSSAP เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของยานอวกาศและสังเกตกิจกรรมผิดปกติเช่นกัน นี่จึงเป็นความพยายามสร้างความมั่นคงและแข่งขันทางเทคโนโลยีอวกาศกับสหรัฐฯในอีกทาง
คาดว่าเครือข่ายดาวเทียมของ Xingtu Cekong จะช่วยปรับเส้นทาง ปกป้องทรัพย์สิน และหลีกเลี่ยงความเสียหายของดาวเทียมได้อีกมาก
Space Armor เกราะป้องกันดาวจากวัตถุความเร็วเหนือเสียง
ภายใต้การพัฒนาแน่นอนสหรัฐฯก็ไม่ยอมน้อยหน้า กับผลงานจากบริษัท Atomic-6 ในการคิดค้น Space Armor วัสดุเกราะคอมโพสิดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องดาวเทียมและนักบินอวกาศ จากการพุ่งชนของขยะอวกาศที่อาจจะเกิดขึ้นในวงโคจรโลกโดยเฉพาะ
เดิมเกราะป้องกันยานอวกาศและดาวเทียมจะถูกสร้างด้วยอะลูมิเนียมหลายชั้น โดยมีช่องว่างคั่นกลางเพื่อกระจายพลังงานจลน์ที่เข้ากระทำ แม้จะแข็งแรงทนทานแต่ก็มีต้นทุนการผลิตสูง เมื่อแตกกระจายเป็นขยะอวกาศก็อาจรบกวนสัญญาณดาวเทียม ข้อมูลจากปี 2024 ระบุว่า มีขยะอวกาศจำนวนกว่า 130 ล้านชิ้น ที่มีขนาดเล็กเกินจะตรวจจับด้วยเรดาร์
นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาคิดค้นพัฒนาวัสดุโพลิเมอร์ชนิดใหม่ อาศัยการผสมผสานเส้นใยและเรซิ่น ความหนาประมาณ 2.5 เซนติเมตร ทำให้มีน้ำหนักเบา ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อการพุ่งชนของวัตถุด้วยความเร็วสูงกว่า 25,750 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยแทบไม่ทำให้เกิดร่องรอยความเสียหายหรือเศษชิ้นส่วนที่จะก่อให้เกิดขยะอวกาศชิ้นใหม่
ตัวเกราะได้รับการออกแบบมาสองรุ่น คือรุ่นเล็ก ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือวัตถุที่มีขนาดไม่เกิน 3 มิลลิเมตร สำหรับใช้งานกับดาวเทียมในวงโคจร ซึ่งจะช่วยป้องกันอันตรายจากขยะอวกาศขนาดเล็กที่เป็นปัญหากว่า 90% และรุ่นใหญ่ รองรับวัตถุขนาด 12.5 มิลลิเมตร สำหรับใช้กับยานอวกาศหรือสถานที่พักของนักบินอวกาศ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Space Armor คือ การติดต่อสื่อสาร ด้วยวัสดุที่เป็นเส้นใยและเรซิ่น คลื่นวิทยุจึงสามารถทะลุผ่านได้อย่างราบรื่น สามารถติดตั้งเสาอากาศและอุปกรณ์สื่อสารโดยตรงไม่เกิดปัญหาการรบกวนสัญญาณ ลดปัญหาความล่าช้าและยากลำบากในการติดต่อสื่อสารแบบที่เคยเป็นในอดีต
Space Armor นี้จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการรับมือและป้องกันการเกิด Kessler Syndrome อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากช่วยป้องกันความเสียหายจากการชนกันเอง ยังไม่ก่อให้เกิดการแตกกระจายของชิ้นส่วนที่เป็นอันตรายเพิ่มเติม จึงเป็นทางเลือกในการป้องกันที่มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนไปพร้อมกัน
นี่จึงถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่อาจถูกนำไปใช้งานบนยานอวกาศรุ่นต่อไปในอนาคต
แน่นอนไม่ใช่เพียงสองมหาอำนาจอวกาศที่ให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหานี้ ทั่วโลกต่างพะวงและมุ่งแก้ไขปัญหาเช่นกัน ตั้งแต่โครงการ CREAM ที่ช่วยประเมินความเสี่ยงและค้นหาเส้นทางการชนอัตโนมัติขององค์การอวกาศยุโรป หรือยานอวกาศ ELSA-M & ADRAS-J ของญี่ปุ่น ที่ถูกออกแบบให้กวาดและพาขยะอวกาศมาเผาไหม้บนชั้นบรรยากาศ เป็นต้น
ที่มา
https://www.atomic-6.com/spacearmor


