posttoday

หลบหน่อยที่เต็ม เมื่อวงโคจรโลกกำลังจะท่วมด้วยดาวเทียม

11 กุมภาพันธ์ 2569

วงโคจรโลกเสี่ยงล้นจากดาวเทียมนับแสน การชนกันและขยะอวกาศพุ่ง คุกคาม GPS อินเทอร์เน็ต และอนาคตอวกาศ โลกเร่งหาทางรอดก่อนเกิด Kessler Syndrome

KEY

POINTS

  • วงโคจรโลกกำลังหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วจากการแข่งขันปล่อยดาวเทียมนับแสนดวงของบริษัทเอกชนและมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน
  • ความแออัดของดาวเทียมเพิ่มความเสี่ยงในการชนกันและสร้างขยะอวกาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น GPS และอาจทำให้ไม่สามารถใช้งานวงโคจรได้อีก
  • เริ่มมีความพยายามแก้ไขปัญหาผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศและการปรับตัวของภาคเอกชน แต่การสร้างกฎเกณฑ์ที่เป็นสากลยังคงเป็นเรื่องท้าทาย

ดาวเทียม เทคโนโลยีที่เดิมนับเป็นเรื่องน่าทึ่งชวนตื่นตา กลับเริ่มเป็นสิ่งทั่วไปที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอบตัวที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันจำนวนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรมีไม่ต่ำกว่าหมื่นดวง และมีแนวโน้มขยายตัวอีกหลายเท่าเพื่อรองรับสารพัดเทคโนโลยีที่ตามมา

 

แต่อาจไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป เมื่อการสำรวจล่าสุดพบว่า วงโคจรโลกอาจไม่มีที่เหลืออีกต่อไป

 

หลบหน่อยที่เต็ม เมื่อวงโคจรโลกกำลังจะท่วมด้วยดาวเทียม

 

ดาวเทียมท่วมโลก เมื่อวงโคจรกำลังจะเต็ม

 

นับตั้งแต่ SpaceX เปิดแผนดำเนินการส่งดาวเทียมเพื่อสร้างระบบอินเทอร์เน็ต Starlink ขึ้นมา จำนวนดาวเทียมทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้วยแผนที่จะดำเนินการปล่อยดาวเทียมมากถึง 42,000 ดวง เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนอื่นที่จ่อคิวรอส่งดาวเทียมขึ้นฟ้าเช่นกัน โดยรวมแล้วคาดว่าจะมีดาวเทียมเพิ่มเติมอีกกว่า 20,000 ดวง

 

เมื่อสหรัฐฯ แสดงการพัฒนาทางอวกาศอย่างชัดเจน จีนก็ไม่ยอมน้อยหน้าหลายบริษัทเสนอโครงการปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรนับหมื่นดวง ตั้งแต่การเปิดตัวเครือข่ายดาวเทียม Xingyan  เช่นเดียวกับบริษัทโทรคมนาคมของจีนหลายแห่ง ที่เริ่มมีแผนในการส่งดาวเทียมสู่อวกาศแล้วเช่นกัน

 

ส่วนที่น่าจับตามองที่สุดคือ โครงการ CTC-1 และ CTC-2 ของจีน ที่เตรียมส่งกลุ่มดาวเทียมปริมาณมหาศาลเพื่อเตรียมให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำ เพื่อเตรียมแข่งขันกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมอย่าง Starlink และ Kuiper นำไปสู่แผนจัดส่งดาวเทียมออกสู่อวกาศมากกวา 200,000 ดวง

 

นอกจากใช้ในการโทรคมนาคมในรูปแบบดาวเทียมแล้ว ล่าสุด Starlink กำลังเปิดศักราชใหม่ ผ่านการควบรวมกิจการกับ xAI นำไปสู่แนวทางจัดสร้าง AI ดาต้าเซ็นเตอร์บนอวกาศ เพื่อลดภาระทางสิ่งแวดล้อมและต้นทุนทางพลังงาน สิ่งนี้จะยิ่งทำให้จำนวนดาวเทียมเพิ่มเป็นทวีคูณ โดยมีแผนจะยิงดาวเทียมสู่วงโคจรถึง 1,000,000 ดวง

 

จริงอยู่แผนงานเหล่านี้แม้มีการนำเสนอและยื่นขอ FCC สหรัฐฯ หรือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการจริงเสมอไป แบบเดียวกับที่ Boeing ยอมจ่ายค่าปรับเพื่อคืนใบอนุญาต แต่แนวโน้มการขยายตัวอย่างมโหฬารนี้จะกลายเป็นปัญหาอย่างมากต่อเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต

 

ด้วยเหตุผลที่เรียบง่ายอย่าง พื้นที่ในวงโคจรโลกของเรากำลังจะเต็มและแน่นขนัดไปด้วยดาวเทียม

 

หลบหน่อยที่เต็ม เมื่อวงโคจรโลกกำลังจะท่วมด้วยดาวเทียม

 

หายนะดาวเทียม ที่อาจล่มโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ

 

นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาเล็กน้อยแค่ในปัจจุบันที่ดาวเทียมบนวงโคจรโลกอยู่ในหลักหมื่นดวง การขยายตัวของดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่เร็วเกินไปทำให้เกิดปัญหาในหลายด้าน นำไปสู่การแสดงความเห็นของจีน ที่มีการหยิบยกประเด็นด้านอวกาศและวงโคจรกำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงบนเวทีสหประชาชาติ(UN)

 

จากข้อมูลของ SpaceX ที่ยื่นต่อ FCC พบว่า ในช่วงปี 2019 – 2023 ดาวเทียม Starlink ต้องมีการปรับวงโคจรถึง 50,000 ครั้ง เพื่อป้องกันการชนกันของดาวเทียม และด้วยอัตราการเติบโตของจำนวนดาวเทียมในปัจจุบันคาดว่า ในปี 2028 ดาวเทียมอาจต้องทำการหลบหลีกถึง 1 ล้านครั้งในเวลา 6 เดือน

 

สอดคล้องกับข้อมูลของจีนที่มีการชี้แจงว่า ในปี 2021 ดาวเทียม Starlink หวิดชนสถานีอวกาศจีนถึง 2 ครั้ง ทำให้ต้องทำการหลบหลีกฉุกเฉิน ถือเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตนักบินอวกาศ ล่าสุดในวันที่ 17 ธันวาคม 2025 ดาวเทียม Starlink ดวงหนึ่งแตกสลายในวงโคจร ส่งผลให้เกิดขยะอวกาศหลายร้อยชิ้นซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อดาวเทียมและยานอวกาศ

 

ขยะอวกาศมีความแตกต่างกับขยะบนพื้นโลกคือ มันจะไม่หยุดอยู่นิ่งแต่จะถูกดึงเข้าสู่วงโคจรให้เคลื่อนที่ในระดับความเร็วเหนือเสียง และพร้อมจะสร้างความเสียหายให้กับวัตถุอื่นในวงโคจรโลก ในกรณีเลวร้ายอาจก่อให้เกิดการชนกันเป็นโดมิโน่ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อดาวเทียมทั้งหมดที่อยู่ในวงโคจร

 

ในกรณีร้ายแรงอาจนำไปสู่ Kessler Syndrome ที่เกิดความเสียหายทั้งระบบ ทำให้วงโคจรโลกอัดแน่นไปด้วยขยะอวกาศ ทำลายและรบกวนการทำงานของดาวเทียม ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานการใช้ชีวิตโดยเฉพาะกับ GPS และ พยากรณ์อากาศ และอาจทำให้เราไม่สามารถส่งดาวเทียมหรือยานอวกาศออกไปนอกโลกได้อีก

 

ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการปิดตายโลกและมนุษยชาติให้ถูกขังอยู่ในคุกที่เราเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง

 

แนวโน้มการแก้ไข ที่เส้นทางยังอีกยาวไกล

 

ฟังดูสิ้นหวังเมื่อแนวโน้มการแข่งขันยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ล่าสุดเริ่มมีการแสดงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหามากขึ้น โดยเฉพาะสองชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ และ จีน ที่เริ่มรู้ตัวว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ จึงมีการเรียกร้องความร่วมมือระหว่างสองชาติ เพื่อจัดตั้งระบบนิเวศการสื่อสารทางอวกาศ

 

ข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยจากทาง NASA เมื่อพวกเขาได้รับการแจ้งเตือนจาก องค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เป็นครั้งแรก หลังพบความเสี่ยงที่ดาวเทียมของทั้งสองฝ่ายจะชนกัน ทาง CNSA เสนอให้ทาง NASA อยู่นิ่ง แล้วพวกเขาจะเป็นฝ่ายขยับหลบ นับเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกในรอบหลายปี นับจากจีนถูกกีดกันจาก สถานีอวกาศนานาชาติ ในปี 2011

 

สิ่งนี้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องภาคเอกชนจากทาง CAS Space บริษัทจรวดเชิงพาณิชย์ของจีน ที่เรียกร้องให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารรวมในองค์กรอวกาศ กรณีตรวจพบความเสี่ยงที่อาจเกิดการชนกัน เพื่อพูดคุยตกลงให้แน่ชัดว่า ใครจะเป็นฝ่ายที่ขยับหลบ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายและหายนะที่อาจจะเกิดขึ้น

 

นอกจากความร่วมมือระหว่างองค์กรอวกาศแล้ว SpaceX เจ้าของเครือข่ายดาวเทียมขนาดยักษ์ก็เริ่มทยอยปรับตัว นับแต่เกิดอุบัติเหตุในเดือนธันวาคม 2025 ทั้งการลดระดับวงโคจรดาวเทียมกว่า 4,400 ดวงเพื่อลดความเสี่ยงการชน และเปลี่ยนรูปแบบดาวเทียมให้มีอายุการใช้งาน 5 ปี ก่อนจะถูกบังคับให้ร่วงลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ

 

อย่างไรก็ตามการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับในส่วนนี้อาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับดาวเทียมและอวกาศที่แม้จีนจะเสนอให้มีการร่าง สนธิสัญญาอวกาศ ขึ้นมาใหม่ แต่ข้อมูลทางดาวเทียมและเทคโนโลยีมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคงแห่งชาติและสิทธิส่วนบุคคลที่มีความซับซ้อนสูง การยอมแบ่งปันข้อมูลส่วนนี้จึงเป็นเรื่องยาก

 

นั่นทำให้โอกาสที่จะเกิดการร่างหรือแก้ไขกฎหมายระหว่างประเทศด้านอวกาศยังดูเป็นเรื่องห่างไกล

 

 

 

แน่นอนนอกจากความพยายามขอความร่วมมือจากองค์กรอวกาศและบริษัทเอกชนแล้ว หลายประเทศก็เริ่มคิดค้นเทคโนโลยีสำหรับจัดการขยะอวกาศ หรือป้องกันระบบดาวเทียมของตัวเองเช่นกัน ซึ่งดูจะเป็นคำตอบที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลได้ชัดเจนกว่าการขอความร่วมมือ

 

ในโอกาสหน้าเราจะมาพูดถึงระบบปกป้องดาวเทียมจากขยะอวกาศ ที่อาจช่วยปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็สร้างปัญหาใหม่ให้แก่อวกาศได้ไม่แพ้กัน

 

 

 

ที่มา

 

https://www.space.com/space-exploration/satellites/china-reached-out-to-nasa-to-avoid-a-potential-satellite-collision-in-1st-of-its-kind-space-cooperation

 

https://interestingengineering.com/space/china-calls-us-to-avoid-satellite-collision

 

https://www.scmp.com/news/china/science/article/3338409/china-warns-satellites-elon-musks-starlink-are-safety-and-security-risk

 

https://interestingengineering.com/space/china-warns-starlink-satellites-pose-security-risks

 

https://www.scmp.com/news/china/science/article/3339493/china-applies-put-200000-satellites-space-after-calling-starlink-crash-risk

 

https://interestingengineering.com/space/china-largest-satellite-constellations-approval

 

ข่าวล่าสุด

นักธุรกิจรุ่นใหม่หวังรัฐบาล ลดภาระ SME -หนุนสตาร์ทอัพไทย