posttoday

ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เมื่อบริษัท AI จีนหอบระเบิดลูกใหญ่ไว้

10 กุมภาพันธ์ 2569

AI จีนผงาดด้วยโอเพนซอร์สไล่จี้สหรัฐฯ แต่เบื้องหลังความสำเร็จยังเผชิญคอขวดชิป สงครามราคา และโจทย์ทำกำไรที่ยังไร้คำตอบ

KEY

POINTS

  • กลยุทธ์โอเพนซอร์สแม้จะสร้างชื่อเสียงให้ AI จีน แต่กลับเป็นกับดักที่ทำให้การสร้างรายได้เป็นเรื่องยากและนำไปสู่สงครามราคาที่ดุเดือด
  • การคว่ำบาตรชิปจากสหรัฐฯ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้จีนต้องแบกรับต้นทุนการประมวลผลที่สูงกว่าคู่แข่งหลายเท่าตัวจากการใช้ฮาร์ดแวร์ที่ด้อยประสิทธิภาพ
  • อุตสาหกรรม AI จีนยังคงมีทางรอดจากแรงสนับสนุนมหาศาลของภาครัฐ ความได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงาน และโอกาสสร้างรายได้จากภาคการเงินและสุขภาพ

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จีนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดดในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จนถูกยกให้เป็นมหาอำนาจขั้วใหม่ที่ไล่จี้สหรัฐอเมริกาแบบหายใจรดต้นคอ เม็ดเงินมหาศาลสะพัดเข้าสู่อุตสาหกรรมท่ามกลางความคาดหวังระดับโลก

 

แต่ภายใต้ฉากหน้าอันรุ่งโรจน์กลับมืดมนกว่าที่คิด เมื่อเบื้องหลังความสำเร็จนี้มีระเบิดเวลาลูกใหญ่ซุกซ่อนอยู่

 

ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เมื่อบริษัท AI จีนหอบระเบิดลูกใหญ่ไว้

 

Open Source ไม้ตายสะท้านโลก

 

เมื่อพูดถึง AI จีนนาทีนี้ ชื่อของ DeepSeek ย่อมผุดขึ้นมาเป็นอันดับแรก ในฐานะโมเดลต้นทุนต่ำแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพทัดเทียมโมเดลแพง สร้างความตื่นตะลึงและแรงกระเพื่อมไปทั่ววงการเทคโนโลยีโลก นี่คือหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับอุตสาหกรรม AI จีนให้กลายเป็นจุดสนใจ

 

กุญแจความสำเร็จคือกลยุทธ์ Open Source หรือการเปิดเผยซอร์สโค้ดให้โลกนำไปต่อยอดได้อิสระ วิธีการนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการประมวลผลอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังทำให้โมเดลจากจีนเริ่มรุกคืบแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากสหรัฐฯ ที่เป็นเจ้าสมรภูมิได้ ความสำเร็จนี้ส่งผลให้สตาร์ทอัพอย่าง Zhipu AI และ MiniMax เปิดตัวในตลาดหุ้นฮ่องกงได้อย่างสวยงาม พร้อมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลให้ไหลบ่าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

 

แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน ผู้เชี่ยวชาญเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า ความสำเร็จที่ฉาบไว้อาจซ่อนปัญหาที่น่ากังวลกว่าที่คิด

 

ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เมื่อบริษัท AI จีนหอบระเบิดลูกใหญ่ไว้

 

กำแพงชิป ช่องว่างที่ถมไม่เต็ม

 

อุปสรรคใหญ่ที่สุดหนีไม่พ้น ภูมิรัฐศาสตร์ การที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรการส่งออกชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง กลายเป็น คอขวด ที่บีบให้จีนต้องดิ้นรน แม้จีนจะพยายามผลิตชิปใช้เองโดยมีการอุดหนุนจากภาครัฐ แต่ข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ทำให้การเทรนโมเดลใหม่ต้องใช้กำลังประมวลผลมากกว่าปกติถึง 2–4 เท่า

 

ในขณะที่โลก AI กำลังแข่งกันลดต้นทุน แต่จีนกลับต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลจากการใช้ฮาร์ดแวร์ที่ด้อยประสิทธิภาพกว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหานี้จึงเป็นการ เผาเงิน ในอัตราที่สูงกว่าบริษัทฝั่งสหรัฐฯ หลายเท่าตัว และนี่อาจเป็นจุดตายที่ย้อนกลับมาทำร้ายจีนเสียเอง

 

ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เมื่อบริษัท AI จีนหอบระเบิดลูกใหญ่ไว้

 

กับดักของฟรี เมื่อโมเดลธุรกิจอาจถึงทางตัน

 

กลยุทธ์โอเพนซอร์สอาจเป็นอาวุธที่ใช้สร้างชื่อ แต่ในเชิงธุรกิจ มันคือ ดาบสองคม

 

โมเดลธุรกิจของสหรัฐฯ นั้นชัดเจนคือ การขายสิทธิ์ใช้งานแต่โมเดลของจีนส่วนใหญ่คือ การให้ใช้ฟรี เพื่อสร้างฐานผู้ใช้งาน สิ่งนี้ทำให้โอกาสในการสร้างรายได้จริงจังเป็นเรื่องยาก แม้บริษัทอย่าง Zhipu AI หรือ MiniMax จะมีมูลค่าหุ้นพุ่งสูง แต่เมื่อเทียบกับ OpenAI ที่มีจำนวนสมาชิกหลักพันล้าน และระดมทุนกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ยังคาดว่าจะไม่ทำกำไรจนกว่าจะถึงปี 2029 ก็ยิ่งตอกย้ำว่า หนทางทำกำไรของ AI จีนนั้นยังอีกยาวไกลและมืดมนกว่ามาก

 

สถานการณ์ในตลาดจีนตอนนี้จึงเต็มไปด้วยการ ลด แลก แจก แถม"ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba, Tencent หรือ Baidu ต่างทุ่มงบการตลาดระดับ 500 – 3,000 ล้านหยวนต่อบริษัท ทั้งแจกอั่งเปา แจกไอโฟน เพียงเพื่อดึงดูดข้อมูลและผู้ใช้งาน สงครามราคาที่ดุเดือดนี้อาจทำให้ปลาเล็กที่สายป่านไม่ยาวพอ ต้องล้มหายตายจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ทางรอดและแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

 

ฟังดูเหมือนสิ้นหวัง แต่จีนยังมีไพ่ตายในมือ จุดแข็งสำคัญคือ แรงหนุนจากภาครัฐ ที่พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลต่อเนื่อง จากการบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ พร้อมผลักดันให้นำ AI ไปใช้จริงในภาคการผลิต ซึ่งอาจเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญที่ช่วยค้ำจุนอุตสาหกรรม

 

นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคจีนเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการยอมจ่ายเงินเพื่อบริการ AI ในภาคการเงิน เช่น ระบบประเมินสินเชื่อ, ที่ปรึกษาการลงทุน, หรือเตือนภัยการฉ้อโกง และภาคสุขภาพ อย่างการวินิจฉัยโรค และการรับคำปรึกษาสุขภาพออนไลน์ มากขึ้น จึงเป็นโอกาสสร้างรายได้สำคัญ

 

ประกอบกับความได้เปรียบด้าน โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ที่จีนมีโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาดรองรับมหาศาล สร้างผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และมีต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า ทำให้การขยาย Data Center ไม่เป็นภาระหนักหนาเท่าฝั่งสหรัฐฯ รวมถึงการเติบโตของเทคโนโลยี หุ่นยนต์ ที่เมื่อผสานเข้ากับ AI โมเดลใหม่ๆ

 

นั่นอาจทำให้ AI สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เหมือนที่จีนเคยทำสำเร็จมาแล้วในตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

 

 

 

ข่าวลือหนาหูว่าในช่วงตรุษจีนปี 2026 ยักษ์ใหญ่แดนมังกรเตรียมปล่อยโมเดลที่จะมาพลิกโฉมโลกอีกครั้ง เพื่อเดินรอยตามความสำเร็จของ DeepSeek ในปี 2025 ที่เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า จะเป็นเพียงข่าวลือ หรือจะมีโมเดลใหม่เข้ามาพลิกโฉมวงการกันอีกครั้ง

 

แต่ที่แน่ใจได้ก็คือ อุตสาหกรรม AI จีนจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญขับเคลื่อนเทคโนโลยีโลกต่อไป

 

 

 

 

ที่มา

 

https://techxplore.com/news/2026-02-chinese-tech-giants-cash-ai.html

 

https://techxplore.com/news/2026-01-dazzling-chinese-ai-debuts-mask.html

ข่าวล่าสุด

“อนุทิน” ชี้ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี ถก MOU44 ใน ครม.