posttoday

เมื่ออาวุธนิวเคลียร์ เป็นความหวังสุดท้ายในการปกป้องดวงจันทร์

05 กุมภาพันธ์ 2569

จากอาวุธทำลายล้างสู่เกราะป้องกันโลก นักวิทยาศาสตร์ชี้ นิวเคลียร์อาจเป็นทางเลือกสุดท้าย หยุดดาวเคราะห์น้อยไม่ให้ชนดวงจันทร์และกระทบเศรษฐกิจโลก

KEY

POINTS

  • นักวิทยาศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ซึ่งมีความเสี่ยง 4% ที่จะพุ่งชนดวงจันทร์ภายในปี 2032
  • หากเกิดการพุ่งชน เศษซากและฝุ่นจำนวนมหาศาลจะกระจายเข้าสู่วงโคจรโลก ทำลายระบบดาวเทียมและสร้างความเสียหายรุนแรงต่อการสื่อสารและเศรษฐกิจโลก
  • การใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อระเบิดดาวเคราะห์น้อยให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ ถูกพิจารณาว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายที่แน่นอนที่สุดในการป้องกันหายนะดังกล่าว

เมื่อพูดถึง อาวุธนิวเคลียร์ ภาพจำในหัวทุกท่านต้องนึกถึงอำนาจทำลายล้าง ครั้งเดียวที่ถูกใช้งานบนโลกคือเพื่อยุติสงครคามโลกครั้งที่สอง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นวงกว้าง ยังไม่รวมการทดลองนิวเคลียร์อีกหลายครั้ง ที่สร้างผลกระทบให้กับผู้คนอีกมากมาย

 

แต่ล่าสุดเราอาจได้เปลี่ยนมุมมองกันเสียหน่อย เมื่ออาวุธนิวเคลียร์อากลายเป็นความหวังในการปกป้องดวงจันทร์

 

เมื่ออาวุธนิวเคลียร์ เป็นความหวังสุดท้ายในการปกป้องดวงจันทร์

 

จากอาวุธทำลายล้าง สู่การปกป้องโลก

 

แนวคิดนี้เริ่มต้นตั้งแต่การค้นพบ 2024 YR4 ดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ที่ถูกค้นพบเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งมีความเสี่ยงว่าอาจเกิดการพุ่งชนโลกสูง 3.2% ภายในปี 2032 แม้ในภายหลังความเสี่ยงที่มีต่อโลกจะลดลง แต่มีโอกาส 4% ที่วิถีโคจรอาจพุ่งไปหาดวงจันทร์ จนเริ่มมีการมองว่าอาวุธนิวเคลียร์อาจเป็นทางออกสุดท้ายของปัญหา

 

เดิมอุกกาบาตลูกนี้ได้รับความสนใจเป็นวงกว้างจากความเสี่ยงในการตกสู่ผิวโลก สามารถสร้างแรงระเบิดมากกว่าปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิม่าราว 430 เท่า แม้มีความเป็นไปได้สูงที่อาจระเบิดกลางอากาศจากแรงเสียดทาน แต่คาดว่าก็อาจสร้างความเสียหายจากคลื่นกระแทกในรัศมีกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ใกล้เคียงกับอุกกาบาตตกในรัสเซียปี 1908

 

ข้อมูลล่าสุดได้รับการยืนยันว่า 2024 YR4 ไม่ใช่ภัยคุกคามโลกอีกต่อไป แต่ความเสี่ยงในการพุ่งชนดวงจันทร์ก็อาจสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะโครงการและภารกิจสำรวจอวกาศที่ถูกวางตารางเอาไว้ยาวเหยียด เป็นเหตุผลให้เริ่มมีแนวคิดต้องทำอะไรสักอย่างกับอุกกาบาตลูกนี้

 

นำไปสู่แนวทางการนำเสนอแผนปฏิบัติการ 3 รูปแบบต่อ 2024 YR4 แรกสุดคือการส่งยานสำรวจเข้าสู่พื้นที่เพื่อให้ได้ข้อมูลทางกายภาพที่แน่นอน อันดับถัดมาคือการพยายามเบี่ยงวงโคจรดาวเคราะห์น้อยด้วยการใช้ยานอวกาศพุ่งชน และตัวเลือกสุดท้ายคือ ระเบิดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยอาวุธนิวเคลียร์ทำลายล้างสูงเสียเลย

 

นั่นทำให้อาวุธทำลายล้างในอดีตอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ใช้ปกป้องมนุษยชาติ

 

เมื่ออาวุธนิวเคลียร์ เป็นความหวังสุดท้ายในการปกป้องดวงจันทร์

 

ความเร่งด่วนของภารกิจ ที่อาจต้องตัดสินในปี 2028

 

ถึงตรงนี้หลายท่านอาจมีข้อสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องกังวลที่อุกกาบาตพุ่งชนดวงจันทร์ เนื่องจากเป็นไปได้ยากที่จะมีความเสียหายหลุดมาสู่พื้นโลก แต่ในความจริงไม่เป็นแบบนั้นเมื่ออุกกาบาตพุ่งชนดวงจันทร์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเศษชิ้นส่วนและเศษฝุ่นจำนวนมหาศาลฟุ้งกระจาย ทั้งหมดจะถูกดึงดูดให้เข้ามาอยู่ในวงโคจรโลก สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง

 

โดยพื้นฐานเศษซากเหล่านี้ทั้งเศษหินและฝุ่นทรายจะฟุ้งกระจายไปทั่ววงโคจรโลก ตามรายงานบอกว่า ปริมาณสะเก็ดดาวจะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1,000 เท่า การถูกดึงให้โคจรรอบโลกทำให้เม็ดทรายและเศษชิ้นส่วนกลายเป็นอาวุธทำลายล้างขนาดจิ๋ว สร้างความเสียหายให้แก่ระบบดาวเทียมในวงโคจร

 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ดาวเทียม แผงโซลาเซลล์ เครื่องส่งสัญญาณ หรืออุปกรณ์ทุกชนิดจะได้รับความเสียหายหรืออาจถูกทำลาย ส่งผลให้เทคโนโลยีทั้งหมดที่ต้องพึ่งพาดาวเทียม ตั้งแต่การสื่อสาร, โทรคมนาคม, GPS หรือพยากรณ์อากาศ ทั้งหมดจะเกิดการขัดข้องหรือเป็นอัมพาต ซึ่งอาจหมายถึงความวุ่นวายและการหยุดนิ่งของระบบเศรษฐกิจโลก

 

ที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ การระเบิดเป็นโดมิโน่ เมื่อฝุ่นและเศษชิ้นส่วนเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อดาวเทียมสักดวง มันจะกลายสภาพเป็นขยะอวกาศชิ้นใหม่ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อดาวเทียมดวงอื่น ในกรณีชนต่อกันหลายทอดนอกจากทำลายดาวเทียมทั้งระบบ ยังอาจกลายเป็นสิ่งกีดขวางจนไม่สามารถส่งดาวเทียมหรือยานอวกาศออกจากโลกได้อีก

 

นั่นเป็นเหตุผลให้ทาง NASA เริ่มมองหาแนวทางแก้ไข ทั้งแนวคิดในการอ้างอิงภารกิจ DART ที่เคยทำ เบี่ยงวิถีโคจรของดาวเคราะห์น้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการชน แต่แนวทางนี้ยังคงมีความเสี่ยงสูง จากความไม่แน่นอนของมวลและตำแหน่ง ทำให้ในกรณีผิดพลาดอาจทำให้อุกกาบาตยิ่งเสี่ยงต่อการชนดวงจันทร์หรือพุ่งเข้าใส่โลก

 

นั่นเป็นเหตุผลให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มมองว่า การใช้อาวุธนิวเคลียร์กำลังสูงระเบิดมันออกกลางทางเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า โดยจะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ขนาด 100 กิโลตัน(แรงกว่าลูกที่ลงฮิโรชิมาราว 6 เท่า) เพื่อป่นอุกกาบาตให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยตรง น่าจะเป็นการยุติปัญหาได้อย่างแน่นอน

 

ทำให้ในภารกิจนี้อาจเป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นอาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้งานเพื่อปกป้องมนุษยชาติ แบบเดียวกับที่เราได้เห็นในภาพยนตร์

 

 

 

 

จริงอยู่โอกาสที่ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 จะพุ่งชนดวงจันทร์มีเพียง 4% ยังมีความเป็นไปได้อีกมากที่อุกกาบาตลูกนี้จะบินผ่านไปเฉย ๆ แต่เมื่อประเมินความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งต่อโครงการอวกาศที่กำลังดำเนินอยู่ หรือโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น การเตรียมรับมือจัดการล่วงหน้าก็เป็นสิ่งจำเป็น

 

โดยคาดว่าแนวทางรับมือและแผนปฏิบัติการจะออกมาเป็นรูปธรรมภายในปี 2028

 

 

 

ที่มา

 

https://arxiv.org/pdf/2509.12351

 

https://interestingengineering.com/space/nasa-nuclear-plan-asteroid-moon-2032

 

ข่าวล่าสุด

8 กุมภาฯ ชี้ชะตาประชามติ "พริษฐ์" ปลุกกาเห็นชอบ สร้างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน