posttoday

Google ปฏิวัติวงการ Data ดึง AI 'Gemini' เสริมแกร่ง Trends Explore

15 มกราคม 2569

นักการตลาดเฮ! Google Trends โฉมใหม่ ผนึกพลัง Gemini เจาะลึก Insight แม่นยำกว่าเดิม ช่วยเปรียบเทียบและแนะนำหัวข้อน่าสนใจแบบเรียลไทม์

KEY

POINTS

  • Google Trends Explore โฉมใหม่ ผสานพลัง Gemini ช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบแนวโน้มคำค้นหาให้อัตโนมัติ ลดภาระการทำงานแบบ Manual
  • ปรับดีไซน์หน้าจอแสดงผลใหม่ เพิ่มแถบด้านข้างอัจฉริยะ (Smart Side Panel) และเพิ่มโควตาการเปรียบเทียบคำค้นหาและข้อมูล Rising queries ได้มากขึ้นถึง 2 เท่า
  • เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Google ในการผนวก AI เข้าสู่บริการหลัก ต่อเนื่องจาก Search, Gmail, Maps และ Docs

 

Google ประกาศอัปเดตครั้งใหญ่สำหรับ "Trends Explore" หน้าแสดงผลข้อมูลเทรนด์การค้นหา โดยได้ผนวกความสามารถของ Gemini โมเดล AI อัจฉริยะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ เพื่อช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบแนวโน้มความสนใจของผู้คนโดยอัตโนมัติ เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานบนเดสก์ท็อปได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ตั้งแต่วันพุธ 

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า หน้า Trends Explore ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ผู้สื่อข่าว และนักวิจัยการตลาด ใช้ในการเกาะติดกระแสความสนใจของผู้คนทั่วโลก ทั้งในแง่ของช่วงเวลา ภูมิภาค และหมวดหมู่ธุรกิจ

 

แต่เดิมนั้นผู้ใช้จำเป็นต้องวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่ง Google ระบุว่า การเข้ามาของ Gemini จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน (Manual work) เหล่านี้ลงอย่างมาก

 

ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นคว้าข้อมูล และที่สำคัญคือ AI สามารถช่วยชี้เป้า "ความเชื่อมโยง" ของข้อมูลบางอย่างที่มนุษย์อาจมองข้ามไป

 

Google ปฏิวัติวงการ Data ดึง AI 'Gemini' เสริมแกร่ง Trends Explore

 

ฟีเจอร์เด่น ผู้ช่วยวิเคราะห์ส่วนตัว

 

ในการปรับโฉมครั้งนี้ หน้า Explore ได้เพิ่ม แถบด้านข้าง (Side Panel) แบบใหม่ ที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์และเปรียบเทียบเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่คุณสนใจให้อัตโนมัติ

 

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังจะได้เห็นรายการคำสั่ง (Prompts) ที่แนะนำโดย Gemini เพื่อช่วยให้การเจาะลึกข้อมูลทำได้ง่ายและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ด้านการออกแบบ (UI) ได้มีการปรับปรุงให้ดูทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น มีการระบุไอคอนและแยกสีเฉพาะสำหรับแต่ละคำค้นหา (Search Term) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับคู่ข้อมูลกับเส้นกราฟได้อย่างรวดเร็ว

 

นอกจากนี้ Google ยังได้ปลดล็อกขีดจำกัดเดิม โดยอนุญาตให้ผู้ใช้เปรียบเทียบจำนวนคำค้นหาได้มากขึ้น และเพิ่มจำนวนการแสดงผลคำค้นหาที่กำลังมาแรง (Rising queries) บนไทม์ไลน์ได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า

 

ตัวอย่างการใช้งานจริง

 

ในบล็อกโพสต์ของ Google ได้ยกตัวอย่างการใช้งานเพื่อค้นหาเทรนด์ "สายพันธุ์สุนัข" เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

 

โดยเมื่อผู้ใช้เริ่มค้นหา AI จะทำการเติมข้อมูลลงในกราฟให้อัตโนมัติสูงสุดถึง 8 คำค้นหา เช่น "Golden Retriever" หรือ "Beagle"

 

ไม่เพียงเท่านั้น ระบบยังฉลาดพอที่จะแนะนำหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น "สายพันธุ์สุนัขที่ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้" (Hypoallergenic dog breeds) หรือ "สุนัขพันธุ์ใหญ่" เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการค้นหา

 

โดยผู้ใช้สามารถนำเมาส์ไปวางเหนือคำศัพท์เพื่อแก้ไข หรือใช้ตัวกรองเพื่อเจาะจงประเทศ ช่วงเวลา และประเภทการค้นหา เพื่อปรับแต่ง Timeline ข้อมูลได้ตามต้องการ

 

 

การอัปเดต Trends Explore ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์หลักของ Google ที่มุ่งมั่นจะฝังรากฐานของ Gemini ลงในผลิตภัณฑ์หลักทุกตัวในระบบนิเวศ (Ecosystem) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทยอยนำความสามารถของ AI ไปใส่ไว้ใน Search, Gmail, Maps และ Google Docs เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต ที่จะมี AI เป็นผู้ช่วยสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ข่าวล่าสุด

ตามรอย 'ลิซ่า' สัมผัสเสน่ห์วัดเจดีย์หลวง Feel All The Feelings