posttoday

มิติใหม่ทางกฎหมาย การใช้งานเนื้อหาที่คุยกับ Chatbot บนชั้นศาล

24 ธันวาคม 2568

จากประวัติการค้นหาสู่บทสนทนากับ AI โลกกฎหมายกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ว่า ข้อมูลจาก Chatbot จะสะท้อนเจตนาผู้ใช้ได้จริงหรือไม่

KEY

POINTS

  • มีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการนำบันทึกการสนทนากับ AI Chatbot มาใช้เป็นหลักฐานบนชั้นศาล เพื่อแสดงเจตนาของผู้ต้องหา เช่นเดียวกับประวัติการค้นหาในอินเทอร์เน็ต
  • การนำมาใช้จริงยังเผชิญความท้าทายหลายประการ เช่น ปัญหาการเก็บข้อมูลที่อาจมากเกินจำเป็น การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และความซับซ้อนในการพิสูจน์เจตนาจากการสนทนาแบบสองทาง
  • ปัจจุบันกรอบกฎหมายยังไม่รองรับเต็มที่และยังมีความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลจาก AI ซึ่งในไทยมีการออกคำแนะนำให้ใช้งานอย่างรับผิดชอบโดยไม่ละทิ้งวิจารณญาณของมนุษย์

ที่ผ่านมาเราอาจเคยได้ยินว่า ประวัติการค้นหาและเข้าเว็บไซต์ สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนจนอาจเอาผิดบนชั้นศาล ทำให้ข้อมูลการค้นหาและเว็บไซต์ กลายเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญในการมัดตัวผู้ต้องหาที่ก่อคดี ซึ่งสามารถนำมาใช้งานในการพิจารณาคดีบนชั้นศาล จนได้รับการยกระดับความสำคัญยิ่งขึ้น

 

แต่เมื่อเข้าสู่ในยุค AI สิ่งที่ชวนตั้งคำถามคือ แล้วเนื้อหาที่คุยกับ AI Chatbot ครอบคลุมส่วนนี้หรือไม่

 

มิติใหม่ทางกฎหมาย การใช้งานเนื้อหาที่คุยกับ Chatbot บนชั้นศาล

 

แนวคิดการนำบทสนทนากับ AI ไปใช้บนชั้นศาล

 

โดยพื้นฐานการสนทนาระหว่างผู้ใช้งานกับ AI Chatbot จะถูกเก็บข้อมูลเอาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย มีการเก็บเนื้อหารายละเอียดบทสนทนาไว้ใช้ทั้งสำหรับสืบค้นย้อนหลัง ปรับปรุงการให้บริการ ไปจนเทรนโมเดล AI ต่อไป ในทางหนึ่งจึงเป็นเหมือนข้อมูลที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างครบถ้วน

 

อ้างอิงจากการนำประวัติการค้นหาข้อมูลบนเซิร์จเอ็นจิ้นและเข้าถึงเว็บไซต์มาใช้บนชั้นศาล ในทางหนึ่งจึงมีความเป็นไปได้สูงว่า เนื้อหาที่ทำการพูดคุยกับ AI Chatbot ทั้งหมด จะสามารถถูกเรียกขอการเข้าถึง เพื่อนำมาตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานแสดงเจตนาของผู้ต้องหาได้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม Mark Esposito ศาสตราจารย์ในสถาบัน D'Amore-McKim School of Business และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI กลับให้ความเห็นว่า การนำบันทึกเนื้อหาสนทนาระหว่างผู้ใช้งานกับ AI Chatbot อาจทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากกรอบกฎหมายและระบบที่เป็นอยู่ ยังไม่อาจรองรับให้สิ่งนี้เกิดขึ้น

 

วันนี้เราจึงมาเจาะสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนั้นกัน

 

มิติใหม่ทางกฎหมาย การใช้งานเนื้อหาที่คุยกับ Chatbot บนชั้นศาล

 

 

สาเหตุที่ทำให้บทสนทนากับ AI Chatbot อาจยังไม่ถูกพิจารณาเป็นหลักฐาน

 

1.ขอบเขตการเก็บข้อมูลที่มากเกิน

 

ข้อมูลทั้งหมดที่ทำการสนทนากับ AI Chabot เกือบทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ทั้งสิ้น(ยกเว้นจะแก้ไขการตั้งค่า) ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงว่า เก็บข้อมูลเกินจำเป็น หรือไม่ การนำข้อมูลที่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องความโปร่งใสมาใช้เป็นหลักฐานบนชั้นศาล อาจขัดกับความบริสุทธิ์ในการได้มาซึ่งหลักฐาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาคดี

 

2.การเปิดเผยข้อมูลมากเกินไปกระทบสิทธิส่วนบุคคล

 

สืบเนื่องจากข้อที่แล้วการร้องขอการเข้าถึงหลักฐานบันทึกบทสนทนามาใช้บนชั้นศาล จะเป็นการลากเอาข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของผู้ต้องหามาเปิดเผย อาจถือเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา เพราะถูกเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในระดับเกินจำเป็น ทำให้การจัดการและใช้งานข้อมูลชุดนี้ทำได้ยากขึ้น

 

3.การสนทนาแบบสองทาง

 

ส่วนที่แตกต่างจากประวัติการค้นหาและเข้าสู่เว็บไซต์มากที่สุดของบันทึกสนทนากับ AI Chatbot คือ เป็นการสนทนาสองทาง เนื้อหาการสนทนา แนวคิด หรือคำแนะนำบางอย่างอาจไม่ได้มาจากตัวผู้ใช้งาน แต่เป็นการนำเสนอและโน้มน้าวจาก AI นั่นเท่ากับไม่ได้เป็นความตั้งใจของผู้ใช้งานในการพูดคุยเรื่องนี้

 

นั่นนำไปสู่การตั้งคำถามว่า เนื้อหาส่วนนี้ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้ใช้งาน? นักพัฒนา หรือผู้ให้บริการ ความซับซ้อนนี้เองทำให้รายละเอียดการขึ้นศาลยังคงคลุมเครือ

 

การใช้งาน AI เชิงกฎหมายในปัจจุบัน

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทในหลายสาขาวิขาชีพ แม้แต่ในแวดวงกฎหมายก็เริ่มมีการนำเนื้อหาหลักฐานมาอ้างอิง จนนำไปสู่คดี Mata v. Avianca ที่ทนายความสหรัฐฯใช้ ChatGPT เขียนคำร้อง แต่ AI เกิดอาการหลอนอ้างอิงคดีที่ไม่มีอยู่จริงในคำฟ้อง จนนำไปสู่กาสั่งลงโทษทนายคนดังกล่าว

 

ข้อตัดสินของคดีแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ข้อมูลที่ได้จาก AI ไม่สามารถเชื่อมถือได้และต้องได้รับการตรวจสอบก่อนใข้งาน ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามในการยื่นคำขอเพื่อเข้าถึงข้อมูลบันทึกสนทนาใน ChatGPT เพื่อมาใช้งานอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดหลายด้านจึงยังไม่นำมาใช้ในการพิจารณาคดี

 

สำหรับประเทศไทย นาง ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา ได้มีการออกคำแนะนำในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิบัติงานคดี พ.ศ. 2568 เพื่อเน้นย้ำผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาและพิพากษาคดีทุกฝ่ายว่า การใช้งานต้องมีความรับผิดชอบ เหมาะสม และเชื่อถือได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล แต่ต้องไม่ละทิ้งวิจารณญาณ

 

คงต้องรอดูกันต่อไปว่า AI Chatbot จะถูกนำมาใช้งานทางกฎหมายและพิจารณาคดีรูปแบบใดบ้าง

 

 

 

 

ที่มา

 

https://srisunglaw.com/electeonicevident/

 

https://www.nelsonmullins.com/insights/blogs/corporate-governance-insights/all/from-copyright-case-to-ai-data-crisis-how-the-new-york-times-v-openai-reshapes-companies-data-governance-and-ediscovery-strategy

 

https://techxplore.com/news/2025-08-chatbot-court.html

 

https://www.posttoday.com/ai-today/730862

 

ข่าวล่าสุด

"ภาษีลาภลอยไม่มีจริงในธุรกิจโรงแรม" นายกโรงแรม จี้รัฐคุมกำไรทุนพลังงาน