
เร็วกว่าเดิม 8 เท่า! Starbucks นำร่องใช้ AI เช็กสต็อกกว่าหมื่นสาขา
พลิกงานหลังร้าน! Starbucks ส่ง AI ช่วยนับสต็อกอัตโนมัติใน 11,000 สาขา ชูจุดเด่นเร็วกว่าเดิม 8 เท่า แก้ปัญหาสินค้าขาด พร้อมเพิ่มเวลาให้พนักงานบริการลูกค้าเต็มที่
Starbucks เตรียมนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างเต็มตัว โดยจะเริ่มใช้งานในร้านสาขาที่อเมริกาเหนือกว่า 11,000 แห่งภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
หลักการทำงานของระบบใหม่นี้ง่ายและรวดเร็ว เพียงพนักงานใช้แท็บเล็ตสแกนที่ชั้นวางสินค้า ซอฟต์แวร์ AI จาก NomadGo ก็จะนับจำนวนของทั้งหมดและแจ้งเตือนรายการที่ใกล้หมดสต็อกให้โดยอัตโนมัติ
Deb Hall Lefevre ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Starbucks เปิดเผยว่า เป้าหมายหลักคือการเติมสต็อกวัตถุดิบรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับประกันว่าเมนูยอดฮิตที่มีส่วนผสมอย่างโคลด์โฟม นมโอ๊ต หรือคาราเมล จะมีพร้อมให้บริการลูกค้าอยู่เสมอ ไม่ขาดสต็อก
"เมื่อลูกค้าได้รับเครื่องดื่มที่ตรงใจในทุกๆ ครั้ง พนักงานของเราก็จะมีเวลามากขึ้นในการใส่ใจบริการและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Starbucks ให้ความเห็นเพิ่มเติม
ซึ่งประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากการนำร่องในร้านค้าหลายพันแห่งก่อนหน้านี้ โดยพบว่าช่วยให้การนับสต็อกสินค้าทำได้รวดเร็วและบ่อยขึ้นกว่าเดิมถึง 8 เท่า
สำหรับ NomadGo ผู้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว เคยนำโซลูชันลักษณะนี้ไปใช้กับเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่อย่าง Taco Bell และ KFC มาแล้ว
โดยซีอีโอของบริษัทชี้ว่า เทคโนโลยีของพวกเขาเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการประมวลผลเชิงพื้นที่ 3 มิติ, คอมพิวเตอร์วิทัศน์ (หนึ่งในเทคโนโลยี AI ที่ทำให้ระบบสามารถเข้าใจภาพได้อย่างชาญฉลาด) และเทคโนโลยี AR
การลงทุนด้านเทคโนโลยีในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ภาพรวมของ Starbucks ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนให้ดียิ่งขึ้น
และยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดำเนินงาน ต่อจากโครงการผู้ช่วยเสมือนสำหรับพนักงานอย่าง ‘Green Dot Assist’ และระบบจัดคิวอัจฉริยะสำหรับลูกค้าอย่าง ‘Smart Queue’ ที่เคยทำมาก่อนหน้านี้







