
สิงคโปร์กับหุ่นยนต์สุนัขที่คอยนำทางและลาดตระเวนเมือง
สิงคโปร์เร่งใช้งานหุ่นยนต์สุนัขในภารกิจหลากหลาย ตั้งแต่เฝ้ายาม ลาดตระเวน ไปจนถึงนำทางผู้พิการทางสายตาทั่วเมือง
KEY
POINTS
- สิงคโปร์นำหุ่นยนต์สุนัขมาใช้ในภารกิจลาดตระเวน ตรวจสอบความปลอดภัย และเฝ้าระวังในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่อันตรายต่างๆ
- หุ่นยนต์สุนัขแต่ละรุ่นถูกพัฒนาสำหรับภารกิจเฉพาะทาง เช่น ตรวจจับการบุกรุก ตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน และสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัย
- นอกเหนือจากงานด้านความปลอดภัย ยังมีการพัฒนาหุ่นยนต์สุนัขเพื่อทำหน้าที่เป็นสุนัขนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยลง
เมื่อพูดถึงหุ่นยนต์หลายท่านอาจนึกถึงประเทศผู้นำเทคโนโลยี เช่น สหรัฐฯผู้นำด้านเทคโนโลยีโลก, จีนที่พัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid อย่างต่อเนื่อง หรือญี่ปุ่นที่เคยเปิดตัวหุ่นยนต์อย่างยิ่งใหญ่ แต่ปัจจุบันหลายประเทศก็เริ่มปรับตัวนำหุ่นยนต์มาใช้งานกันทั่วไป และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน
วันนี้เราจะมาพูดถึงหุ่นยนต์สุนัขที่กำลังขยายตัวในสิงค์โปร์กันเสียหน่อย
หุ่นยนต์สุนัขที่ช่วยนำทางและระวังภัย
หลายท่านอาจจำได้ว่าหุ่นยนต์สุนัขไม่ใช่ของใหม่สำหรับสิงค์โปร์แต่มีการใช้งานมาแล้วหลายปี ครั้งแรกที่มีการทดลองใช้คือเดือนพฤษภาคม 2020 ในช่วงการระบาดของโควิด โดยเป็นหุ่นยนต์รูปทรงสุนัขที่คอยทำหน้าที่แจ้งเตือนให้คนเว้นระยะห่างป้องกันการแพร่ระบาด
นับจากนั้นเป็นต้นมาบทบาทของหุ่นยนต์สุนัขในสิงค์โปร์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โครงการหุ่นยนต์แห่งชาติ การสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโดยรวมทำให้มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การแข่งขันในสายการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหุ่นยนต์สุนัขให้สูงขึ้น และมีราคาถูกลงอยู่ที่ราว 2,700 ดอลลาร์(ราว 87,210 บาท)
ปัจจุบันหุ่นยนต์สี่ขาจากเดิมที่สามารถเดินได้บนพื้นราบยากต่อการเคลื่อนไหวตามพื้นที่ต่างระดับ ยามนี้สามารถลัดเลาะเข้าไปในที่แคบ ข้ามผ่านพื้นที่ซับซ้อน คล่องตัวในทุกสภาวะ ทั้งการขึ้นลงบันได สภาพภูมิประเทศเฉพาะ หรือแม้แต่พื้นที่กลางแจ้งก็สามารถขับเคลื่อนได้อย่างไม่มีปัญหา มีประสิทธิภาพกว่าหุ่นยนต์แบบล้อดั้งเดิมมาก
วันนี้เราจะมาพูดถึงรุ่นหุ่นยนต์สุนัขที่มีการใช้งานในสิงค์โปร์กันเสียหน่อย
Spot
หุ่นยนต์สุนัขจาก Boston Dynamics ถือเป็นหุ่นรุ่นแรกที่มีการนำมาใช้งานในสิงค์โปร์ ด้วยยจุดเด่นในการติดตั้งกล้องซึ่งสามารถเก็บภาพรอบตัวได้ 360 องศา พร้อมเซ็นเซอร์ 3 มิติอีก 5 ตัว จึงรองรับการตรวจจับพื้นที่รอบทิศทาง พร้อมสามารถจัดทำแผนที่ 3 มิติโดยคร่าวของพื้นที่ได้อีกด้วย
ขาของตัวหุ่นติดตั้งมอเตอร์ปรับแต่งพิเศษรวม 12 ตัว ช่วยให้มีกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 1.6 เมตร/วินาที รองรับการติดตั้งแขนกลสำหรับช่วยในการหยิบจับวัสดุ หรือเพิ่มเติมอุปกรณ์อื่นๆ โดยมีความจุในการติดตั้งและแบกน้ำหสักสูงสุดอยู่ที่ 14 กิโลกรัม พร้อมระบบเสียงแจ้งเตือนที่ถูกใช้เมื่อมีการเข้าใกล้มากเกินไปที่ถูกใช้ในช่วงการระบาดของโควิด
Mars
หุ่นยนต์สุนัขจากบริษัท Weston Robot ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจตราและเฝ้ายามโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นในด้านคุณสมบัติทำงานต่อเนื่องยาวนาน มาพร้อมกับกล้องคมชัดความละเอียดสูงที่มาพร้อมฟีเจอร์ตรวจจับอุณหภูมิ เซ็นเซอร์ความไวสูง และสามารถตรวจสอบค้นหาสัญญาณการบุกรุกหรืองัดแงะอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลที่ได้จาก Mars ทั้งหมดจะถูกส่งมาที่ส่วนกลางแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสถานการณ์ได้ตลอดเวลา พร้อมความคล่องแคล่วในระดับสูงช่วยให้ตัวหุ่นสามารถเคลื่อนที่ผ่านสนามหญ้า ขอบถนน ท่อระบายน้ำ ไปจนบันได รองรับสภาพภูมิประเทศทั้งในอาคารหรือกลางแจ้งได้อย่างราบรื่น
Rover-X
หุ่นยนต์สุนัขที่พัฒนาโดย Home Team Science and Technology Agency (HTX) ภายใต้กระทรวงมหาดไท สิงค์โปร์ ที่ได้รับการออกแบบสำหรับการตรวจสอบพื้นที่อันตรายโดยเฉพาะ ด้วยกล้องความละเอียดสูง เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุที่แม่นยำ พร้อมการประมวลผลผ่าน AI ช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพื้นที่เสี่ยง
ตัวหุ่นได้รับการออกแบบให้สามารถตรวจสอบและพบเห็นรายละเอียดเล็กน้อยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในส่วนท่อแก๊สหรือรายละเอียดภายในโรงงานต่างๆ จึงเหมาะทั้งสำหรับงานซ่อมบำรุงความเสียหายตามรอบ หรือแม้แต่การตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงและการกู้ภัยฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานแก่เจ้าหน้าที่
SPock
หุ่นยนต์สุนัขจากบริษัท Deep robotics มีชื่อเดิมคือ Jueying X30 ก่อนได้รับการปรับแต่งด้วยการติดตั้งกล้อง เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์เพิ่มเติม เพื่อเข้าสู่พื้นที่ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและอันตราย ทำหน้าที่ตรวจสอบอุโมงค์ใต้ดินและระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ
เซ็นเซอร์ที่ได้รับการติดตั้งบนตัวหุ่นถูกออกแบบให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดหลายชนิด แม้แต่รอยแตกเล็กน้อยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พร้อมตรวจสอบอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินความยาวกว่า 40 กิโลเมตรโดยอัตโนมัติ พร้อมแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไปจนใช้งานเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของรถได้เช่นกัน
หุ่นยนต์สุนัขนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา
ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของทีมวิจัยจาก National University of Singapore เริ่มพัฒนาหุ่นยนต์สุนัขนำทาง ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาหุ่นยนต์สุนัขนำทางทำได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการจัดหาสุนัขนำทางจริง เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตามีโอกาสเข้าถึงสุนัขนำทางมากยิ่งขึ้น
ตัวหุ่นต้นแบบได้รับการตั้งโปรแกรมด้วย AI พร้อมซอฟต์แวร์จดจำภาพ เพื่อช่วยให้ตัวหุ่นรองรับการทำงานและเข้าใจคำสั่งที่มีความซับซ้อน โดยปัจจุบันหุ่นยนต์สุนัขนำทางอยู่ในช่วงการทดสอบร่วมกับผู้พิการทางสายตา และกำลังเข้าสู่ช่วงการทดสอบนำทางในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนอย่างบันได เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตาในระยะยาว
ทางทีมวิจัยคาดว่า หุ่นยนต์สุนัขนำทางนี้จะสามารถนำไปใช้ตามที่สาธารณะ เช่น สถานีขนส่ง ได้ในช่วงปลายปี 2025
แน่นอนสิงค์โปร์ไม่ใช่ที่เดียวที่มีการนำหุ่นยนต์สุนัขมาใช้งาน แต่เมื่อพูดถึงความกว้างขวางและแพร่หลาย นี่อาจเป็นประเทศที่นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามามีส่วนร่วมในหลายภาคส่วนจนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้งานและพัฒนาหุ่นยนต์ของประเทศในอนาคตต่อไป
ที่มา
https://www.straitstimes.com/singapore/who-let-the-bots-out-robot-dogs-on-the-job
https://spectrum.ieee.org/boston-dynamics-spot-robot-dog-goes-on-sale







