นักวิเคราะห์มอง Apple อยู่ในจุดได้เปรียบแม้ DeepSeek เขย่าวงการ AI
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างผวา เมื่อบริษัท AI โนเนมจากจีน กลับเติบโตแบบก้าวกระโดด จนสร้างปรากฏการณ์ช็อกวงการ แต่นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจได้รับประโยชน์จากการที่บริษัทคู่แข่งถูกคุกคาม
DeepSeek สตาร์ทอัพด้าน AI จากจีน ได้เปิดตัว R1 โมเดล AI เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในวงการเทคโนโลยีหลายคนมองว่า R1 โมเดลภาษาขนาดใหญ่ของ DeepSeek อาจกลายเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของบริษัท AI ชั้นนำอย่าง Google, Microsoft และ OpenAI
DeepSeek สร้างความฮือฮาในตลาด ด้วยการพัฒนาโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าของสหรัฐฯ แต่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่ามาก เพราะใช้ชิปที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า ส่งผลให้ Google, OpenAI และบริษัทอื่นๆ อาจเผชิญความท้าทายในการตั้งราคาสูงสำหรับการเข้าถึงโมเดล AI
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ ASML ผู้ผลิตชิปจากเนเธอร์แลนด์ลดลง 7% ขณะที่ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ ราคาหุ้นลดลงมากกว่า 17% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีให้ความเห็นกับ Business Insider ว่า Apple กลับมีแนวโน้มที่ดี โดยราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ราคาหุ้นของ Alphabet และ Microsoft ลดลง
"หากต้นทุนการฝึกฝน AI ลดลง Apple จะได้รับประโยชน์" - Gene Munster หุ้นส่วนผู้จัดการ Deepwater Asset Management
William Kerwin นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีจาก Morningstar อธิบายว่า หนึ่งในเหตุผลที่ Apple จะได้ประโยชน์จากต้นทุนการฝึก AI ที่ถูกลงก็คือ "บริษัทเน้นการนำ AI มาใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ มากกว่าการสร้างโมเดลใหม่ๆ ที่ล้ำสมัย"
ขณะที่ Kerwin กล่าวว่า Apple สามารถผสานรวม LLMs และพัฒนา Apple Intelligence ได้ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง ซึ่งเอื้อต่อการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของผู้บริโภค
Jacob Bourne นักวิเคราะห์จาก EMARKETER บริษัทในเครือของ BI กล่าวว่า หาก DeepSeek พิสูจน์ให้เห็นว่า AI ของตนมีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ Apple จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันที่เท่าเทียมกันมากขึ้น และสามารถเร่งแผนการนำ AI มาใช้ โดยไม่ต้องลงทุนมากเกินไป
ที่ผ่านมา Apple ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล่าช้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้าน AI จากการเปิดตัวซอฟต์แวร์ Apple Intelligence เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช้ากว่าคู่แข่งรายใหญ่หลายเดือน และช้ากว่า OpenAI ซึ่งเปิดตัว ChatGPT ไปแล้วหลายปี
ทั้งนี้ Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet และ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ยังคงยืนยันว่าการทุ่มเงินไปกับการพัฒนา AI นั้นคุ้มค่า โดย Meta คาดว่าจะลงทุนมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในปี 2025
แม้ Apple จะยังไม่เปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัดว่าลงทุนใช้จ่ายไปเท่าไหร่สำหรับการพัฒนา AI ในปี 2024 แต่ดูเหมือนว่าการใช้จ่ายด้าน AI ของ Apple จะต่ำกว่าบริษัทอื่นๆ โดยบริษัทมีรายงานการจ่ายเงิน 4.56 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับทรัพย์สิน โรงงาน และอุปกรณ์ในปีงบประมาณ เพิ่มขึ้นจาก 4.37 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2023 ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้น่าจะรวมถึงการใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจาก AI ด้วย


