ลิเบีย

วันที่ 24 ก.พ. 2554 เวลา 07:25 น.
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ ในเมืองไครสต์เชิร์ช ของนิวซีแลนด์ ที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 75 คนแล้ว และอีก 300 คน ยังสูญหายอยู่

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ ในเมืองไครสต์เชิร์ช ของนิวซีแลนด์ ที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 75 คนแล้ว และอีก 300 คน ยังสูญหายอยู่

กลับมาที่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ต้องเรียกว่าทวีดีกรีความรุนแรงขึ้นทุกระดับ อย่างสถานการณ์ในลิเบียถึงขั้นรุนแรงแบบดุเดือดเลือดพล่าน เกิดการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงด้วยกำลังทหาร ประธานาธิบดี โมอัมมาร์ กัดดาฟี กลับออกมาประกาศลั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนบดขยี้ฝ่ายต่อต้านกันทีเดียว

สถานการณ์ในลิเบียน่าสนใจครับ เพราะท่าทีของรัฐบาลลิเบียต่อผู้ประท้วงนั้นรุนแรงเกินกว่าที่จะคิดว่าเป็นท่าทีของรัฐบาลต่อประชาชนในชาติ เช่น คำสั่งให้ใช้อาวุธหนักโดยไม่สนใจผู้บริสุทธิ์ ตลอดไปจนถึงปลุกระดมให้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลสังหารฝ่ายตรงข้าม

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐบาลลิเบียไม่ได้มองว่าฝ่ายตรงข้ามคือผู้ประท้วง แต่กล่าวหาว่าสถานการณ์การประท้วงที่ลุกลามไปทั่วโลกอาหรับนั้น มีกลุ่มเครือข่ายต่างชาติบางกลุ่มคอยบงการชักใยอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย และการล้มอำนาจรัฐในภูมิภาคนี้

ลิเบียเป็นประเทศที่มั่งคั่งด้วยน้ำมันมากที่สุดในแอฟริกาเหนือ มีปริมาณน้ำมันที่ตรวจพิสูจน์พบแล้วมากที่สุดในแอฟริกามากกว่า 4.2 หมื่นล้านบาร์เรล และก๊าซธรรมชาติมากกว่า 1.3 ล้านคิวบิคเมตร และการสำรวจแหล่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติก็กินพื้นที่ไปเพียง 25% เท่านั้น นั่นหมายความว่า อีก 75% ที่เหลือจะมีทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่านี้อยู่เท่าไหร่

ลิเบียเป็นผู้ผลิตน้ำมันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของแอฟริกา และถือเป็นผู้ส่งออกน้ำมันไปยังยุโรปรายใหญ่ที่สุด เป็นผู้ที่ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งในปัจจุบันมีบริษัทน้ำมันต่างชาติกว่า 50 บริษัทปรากฏตัวอยู่ลิเบียภายใต้การร่วมทุนกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย (เอ็นโอซี)

แต่ที่ผ่านมา กัดดาฟี ก็เปิดประตูบ้านปรับความสัมพันธ์กับตะวันตกมากขึ้น ประกาศเลิกผลิตอาวุธทำลายล้างสูง ยอมส่งตัวผู้ต้องหาคดีระเบิดเครื่องบินแพนแอมของสหรัฐเหนือเมืองล็อกเคอร์บี ในสกอตแลนด์ เมื่อปี 2531 และจ่ายเงินชดเชยให้ญาติผู้เสียชีวิตด้วย

ผมยังจำได้เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2004 ได้เกิดภาพฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ระหว่างลิเบีย และอังกฤษ ด้วยภาคการจับมือระหว่างกัดดาฟี กับ อดีตนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ เป็นสัญลักษณ์ถึงความสัมพันธ์ที่ได้รับการปรับให้ดีขึ้นระหว่างลิเบียกับตะวันตก

แต่ตอนนี้กลุ่มสิทธิมนุษยชนกำลังบ่นกันอย่างหนักครับว่า ถึงแม้ว่าสหรัฐ และยุโรป จะประณามรัฐบาลลิเบียอย่างรุนแรงหลังจากที่โชว์ดุยิงใส่ผู้ประท้วงตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ทว่าการประณามก็ไม่มีการระบุชื่อถึงนาย “กัดดาฟี” แบบชัดๆ ตรงๆ แตกต่างจากเมื่อครั้งอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก เจอมากับตัวเมื่อครั้งเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบเดียวกันนี้

โลกตะวันตกกำลังสำลักน้ำมันอีกแล้วครับ...!