ขุนคลังสหรัฐเชื่อการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 14:30 น.
ขุนคลังสหรัฐเชื่อการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ
ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย เจเน็ต เยลเลนเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้ออาจลดลงท่ามกลางการจ้างงานเต็มศักยภาพ

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐมองว่าเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวในปีนี้ แต่อาจไม่รุนแรงถึงขั้นภาวะเศรษฐกิจถดถอย และเชื่อว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลงได้

ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปี

เยลเลนกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวลดลงในไตรมาสสองหลังจากติดลบในไตรมาสแรก แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศโดยรวมยังแข็งแกร่ง แม้พฤติกรรมการใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากราคาอาหารและพลังงานสูงขึ้น

เมื่อถูกถามว่าจะวัดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างไร เยลเลนอธิบายว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีหลายแบบด้วยกัน ทั้งภาวะถดถอยแบบลึก (deep recessions), ภาวะถดถอยแบบตื้น (shallow recessions) และภาวะถดถอยที่มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หรือภาวะถดถอยที่อาจเพิ่มอัตราการว่างงานเล็กน้อย ทั้งหมดนี้คือภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่แตกต่างกัน

เยลเลนกล่าวต่อว่าเมื่อเร็วๆ นี้เศรษฐกิจของสหรัฐเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งกระตุ้นให้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าในปีหน้าสหรัฐจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น

แต่เยลเลนมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐอยู่ในภาวะตึงตัว และค่าแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากประชาชนกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานก็อาจบรรเทาความตึงตัวของตลาดแรงงานและช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ ซึ่งเยลเลนมองว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งกล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวอีกในปีนี้และเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น โดยต้องใช้เวลาหลายปีกว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับไปอยู่ที่ระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟด

Photo by REUTERS/Jonathan Ernst/File Photo