
มหาดไทยลุยตรวจสอบผู้ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นกว่า 15,000 ราย หลังพบแก้ไขคะแนนสอบ รอผลสอบข้อเท็จจริง
คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเริ่มขยายวง หลังผลสอบข้อเท็จจริงพบ “มีการแก้คะแนนจริง” กระทรวงมหาดไทยสั่งตรวจสอบย้อนหลังผู้ถูกเรียกบรรจุกว่า 15,000 คน หากพบผิดปกติพร้อมยกเลิกผลทันที ขณะปลัด มท. เตรียมเซ็นสอบวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่ในสังกัด 5 รายภายใน 1-2 วัน พร้อมขยายผลถึงขบวนการที่อาจมีเอี่ยวอีกจำนวนมาก
KEY
POINTS
- คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเริ่มขยายวง หลังผลสอบข้อเท็จจริงพบ มีการแก้คะแนนจริง
- กระทรวงมหาดไทยสั่งตรวจสอบย้อนหลังผู้ถูกเรียกบรรจุกว่า 15,000 คน หากพบผิดปกติพร้อมยกเลิกผลทันที
- ขณะปลัด มท. เตรียมเซ็นสอบวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่ในสังกัด 5 รายภายใน 1-2 วัน พร้อมขยายผลถึงขบวนการที่อาจมีเอี่ยวอีกจำนวนมาก
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรณีการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น
ทั้งนี้สืบเนื่องจากทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเจอเมื่อวาน ปรากฏว่ามีการแก้ในส่วนของคะแนน โดยมีการสุ่มตรวจตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลไปแล้วนั้น วันนี้ได้มีข้อสั่งการว่าในส่วนของผู้ที่ได้รับการเรียกใช้บัญชีบรรจุแล้ว 15,000 กว่าคน จะมีการตรวจสอบเบื้องต้นในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นเกี่ยวกับคะแนนหรือไม่ หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นเราก็จะดำเนินการต่อ
ส่วนหนึ่งจะมีการส่งข้อมูลประกอบกับหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันคู่ขนานกันไปและอีกส่วนหนึ่งหากพบเจอว่าเป็นความผิดพลาดจริงๆ หรือเกิดการทุจริตจริงๆ ก็ต้องทำเรื่องยกเลิก
ซึ่งตรงกับมติที่ ก.กลาง มีมติออกมาก่อนหน้านี้ คือเรื่องของการขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการใหม่ ในเรื่องของการบรรจุหลังหลังจากรอบวันที่ 1 กรกฎาคม ก็ยังมีการขอให้ชะลอไว้ก่อน เพื่อรอผลการตรวจสอบ ตนขอย้ำว่าในส่วนของคนที่สอบได้ด้วยความสามารถตัวเอง ด้วยความสุจริต ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการก็จะมีการดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่าจะมีการเรียกรอบต่อไปภายหลังเดือนกรกฎาคมใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ ระบุว่า หลังจากรอบ 3 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ตามมติของ ก.กลาง ก็ยังมีมติให้ชะลอไว้ก่อนเพื่อรอข้อเท็จจริง โดยสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือพยายามทำไม่ให้กระทบกับผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถตัวเอง ซึ่งขณะนี้เรามีระยะเวลารอบัญชีอยู่ เมื่อผลการตรวจสอบออกมาเราก็จะเรียกใช้บัญชีได้เลย ภายหลังจากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการบ้าง
ส่วนกรณีที่ มศว. เพิ่งแถลงไปว่าอยากให้นายกฯ ไปถาม ป.ป.ช. ให้เปิดแฟลชไดรฟ์ของ มศว.เทียบกับ สถ.เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นคนทุจริตนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ มศว. เพราะอย่างเดียวที่เราต้องทำตอนนี้คือพิสูจน์ให้ได้ ส่วนข้อเท็จจริงตนเชื่อว่าทาง ป.ป.ช.มีอยู่แล้ว
ส่วนกรณีการระงับสั่งจ่ายค่าจ้าง มศว.นั้น ขณะนี้ทาง สถ. ยังเหลือการจ่ายงวด 3 ซึ่งต้องพิจารณาการจ่ายอีกครั้งหนึ่ง
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ผลการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สรุปว่ามีการแก้ไขคะแนน และมีผู้ที่มีแนวโน้มและมีพฤติกรรมว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่เราได้ว่าจ้างไป รวมถึงเอกชนและบุคคลภายนอก ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ไปตรวจจับ รวมถึงบุคคลอื่นที่เรายังไม่ทราบ คาดว่าคนที่อยู่ในกระบวนการเยอะพอสมควร
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้สอบข้อเท็จจริงเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบวินัยบุคคลที่อยู่ในข่ายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ในอำนาจของกระทรวงมหาดไทย 5 คน โดย ป.ป.ช. จะดูย้อนหลังว่าใครที่เกี่ยวข้องบ้าง
และใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเส้นทางหรือคำปากคำของบุคคลที่ ป.ป.ช. นำมาสอบสวนก็จะขยายผลไปอีก คาดว่าจะใช้เวลา 3-6 เดือน ยืนยันว่าไม่ได้มีแค่ 5 คนที่เราจะสอบสวนหรือตั้งกรรมการสอบ แต่คนที่อยู่ในส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ก็จะถูกนำมาเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และเชื่อมั่นว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ในเร็ววันนี้
เมื่อถามว่ากรรมการสอบวินัยนั้นเป็นวินัยร้ายแรงหรือวินัยธรรมดา นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า มี 2 อย่าง ซึ่งวินัยธรรมดาตั้งได้อยู่แล้ว แต่วินัยร้ายแรงคือเรื่องที่กระทบต่อสาธารณะเป็นส่วนใหญ่เสียชื่อเสียงกระทรวงมหาดไทย ทางกลุ่มงานวินัยของกระทรวงมหาดไทยกำลังเสนอขึ้นมาอยู่ และตอนนี้เราได้ข้อสรุปในส่วนของตัวประธานแล้ว
ส่วนผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ทำเอกสารเข้ามาสู่กลุ่มงานวินัย เพราะการแถลงข่าวเมื่อวานนี้เป็นการแถลงเร็วกว่ากำหนด ซึ่งจริงๆครบเจ็ดวันในวันนี้ แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับมาจากฝรั่งเศสก็ยังอยากแถลงเลย เพราะถือเป็นเรื่องที่ประชาชนเฝ้ารออยู่
เมื่อถามย้ำว่าในส่วนของ 5 คนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ทางปลัดจะเซ็นสอบวินัยร้ายแรงใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เดี๋ยวตนจะเซ็น แล้วทุกคนจะเห็น แต่ต้องรอการสรุปผลเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อเสร็จแล้วจะส่งมาที่กลุ่มงานวินัยสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย จากนั้นจะเสนอคำสั่งพร้อมกับแนบสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาด้วย และตนก็จะเซ็นสอบวินัยร้ายแรงทันที คาดว่าไม่เกิน 1-2 วัน
เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวนี้จะต้องเอาออกจากราชการก่อนแล้วค่อยเอากลับมาเหมือนกรณีอื่นๆ ได้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า กำลังจารณาอยู่
ส่วนกรณีการตรวจสอบจะบอกได้หรือไม่ว่าผู้ที่อยู่ในการตรวจสอบอยู่ในระดับไหน ภายหลังนายกรัฐมนตรีบอกว่าหากไม่ใหญ่จริงทำไม่ได้นั้น นายอรรษิษฐ์ เผยว่า การที่บอกว่าเค้าทำความผิดก็ต้องสืบให้ถึงที่สุดว่าเขาทำความผิด แต่วันนี้ที่บอกว่าเขาต้องอยู่ในข่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคนเหล่านี้คือคนที่อยู่ในกระบวนการที่ต้องรับผิดชอบ
การที่มีการทุจริตเกิดขึ้นและขยายวงไปสู่สาธารณชนที่ยอมรับไม่ได้ แต่เส้นเงินหรือการถูกกล่าวพาดพิงถึงก็ยังอยู่ในเส้นทางการตรวจสอบ ยังไม่มีการตรวจสอบเชิงลึกขนาดนั้นว่าเขาทุจริตจุดไหน เช่น มีการรับเงินจากจุดไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ที่ไหน
เมื่อถามถึงกรณีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ภายหลังมีการลาออกโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผล นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ แต่จากการสอบถามทราบมาว่ามีเรื่องอื่นด้วย ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
สำหรับกรณีการทำ TOR ที่มีคนสงสัยว่าควบรวมกับอธิบดีถึงสามคนในขณะนั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มต้นมาตั้งนานแล้ว มีบุคคลที่เกี่ยวข้องตั้งแต่อธิบดีในอดีตจนถึงปัจจุบันรวมประมาณ 4 คน
แต่ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยเราทำ 7 วัน เพื่อบอกประชาชนว่ามีการทุจริตหรือไม่ มีการแก้กระดาษคำตอบหรือไม่ แต่เรื่องที่ถามมานี้ทาง ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป
ส่วนกรณีนาย พ. ที่ป็นเจ้าของบ้านและบริษัท แต่มีการชิงลาออกไปแล้ว จะมีการเรียกกลับมาสอบหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะการที่เขาออกไปแล้วแต่การที่เราจะได้ข้อมูลจากเขาคือสิ่งสำคัญ เพราะบางทีเราไม่รู้เขาอาจจะถูกตัวเป็นพยานของ ป.ป.ช. แล้วก็ได้ เพื่อจะได้ขยายผลให้ลึกขึ้น.







