ศรีลังกาอาการหนัก ประชาชนแห่ทำพาสปอร์ตหนีวิกฤตเศรษฐกิจ

วันที่ 17 มิ.ย. 2565 เวลา 10:52 น.
ศรีลังกาอาการหนัก ประชาชนแห่ทำพาสปอร์ตหนีวิกฤตเศรษฐกิจ
ศรีลังกาเจอวิกฤตเศรษฐกิจหนักสุดในรอบ 70 ปีเหลือน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เพียง 5 วันเท่านั้น

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ชาวศรีลังกาแห่ทำพาสปอร์ต หวังไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในต่างประเทศ หลังประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี จนขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง และยารักษาโรค

ชาวบ้านที่เดินทางไปยังทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการย้ายถิ่นฐานมีทั้งแรงงาน เจ้าของร้าน เกษตรกร ข้าราชการ และแม่บ้าน โดยบางคนต้องไปตั้งแคมป์ค้างคืนกันที่หน้าสำนักงาน เนื่องจากคิวยาวมาก

ข้อมูลของรัฐบาลศรีลังกาพบว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้เจ้าหน้าที่ออกพาสปอร์ตแล้ว 288,645 เล่มเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 91,331 เล่ม

เอช.พี. จันดราลัล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการย้ายถิ่นฐานเผยว่า เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน 160 คนต้องทำงานกันอย่างหนักจนเหนื่อยล้า เนื่องจากมีการขยายเวลาการทำงานและเพิ่มจำนวนการออกพาสปอร์ตขึ้นเป็น 3 เท่า โดยแต่ละวันมีผู้คนมียื่นคำขอกว่า 3,000 คน

ส่วนระบบคำขอออกพาสปอร์ตออนไลน์ติดขัดมาหลายเดือนแล้ว ทำให้ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนัดหมายล่วงหน้า

“การจัดการกับประชาชนเป็นเรื่องยากมาก เพราะพวกเขาหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่าระบบไม่พร้อมรองรับความต้องการมากขนาดนี้ พวกเขาเลยไม่พอใจและโทษพวกเรา แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้” จันดราลัลเผย

ทั้งนี้ ศรีลังกาซึ่งมีประชากรราว 22 ล้านคนกำลังขาดแคลนอาหาร แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง และยารักษาโรค หลังจากการบริหารจัดการเศรษฐกิจผิดพลาดและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศร่อยหรอ

ค่าเงินที่ลดลง เงินเฟ้อสูงกว่า 33% และความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อผลักให้ชาวศรีลังกาพากันหาทางออกนอกประเทศ

นอกจากนี้ การเร่งรีบทำพาสปอร์ตของชาวศรีลังกาหลายคนยังถูกกระตุ้นโดยคำเตือนของนายกรัฐมนตรี รานิล วิกรมสิงเห ที่ว่าจะเกิดวิกฤตอ้านอาหารในศรีลังกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ด้าน กาญจนา วิเจเสเขรา รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานเผยว่า ศรีลังกาจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงพอใช้อีกเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น เนื่องจากศรีลังกาไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค้างจ่าย 725 ล้านเหรียญสหรัฐและไม่สามารถเปิด Letter of Credit เพื่อซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม

REUTERS/Dinuka Liyanawatte