เมื่อโรงพยาบาลอังกฤษเตือนผู้ป่วยอาจต้องรอหมอนานถึง 13 ชั่วโมง

วันที่ 10 มิ.ย. 2565 เวลา 17:00 น.
เมื่อโรงพยาบาลอังกฤษเตือนผู้ป่วยอาจต้องรอหมอนานถึง 13 ชั่วโมง
คลิปวิดีโอนี้กลายเป็นข่าวดังเมื่อพยาบาลในอังกฤษเตือนผู้ป่วยในแผนกฉุกเฉินว่าพวกเขาอาจต้องรอนานถึง 13 ชั่วโมงเพื่อพบแพทย์

BBC เผยแพร่คลิปวิดีโอที่บันทึกจากแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (A&E) โรงพยาบาล Princess Alexandra ในเมืองฮาร์โลว์ รัฐเอสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งพยาบาลคนหนึ่งกำลังแจ้งกับผู้ป่วยที่กำลังรอพบแพทย์ว่า

"ขณะนี้เรามีผู้ป่วยในแผนก 170 ราย และผู้ป่วยรอพบแพทย์ 90 รายในขณะนี้ ระยะเวลาในการรอคิวพบแพทย์ของเราในตอนนี้คือ 7 ชั่วโมงครึ่ง แต่ฉันคาดว่าเมื่อฉันกลับบ้านไปแล้วในตอน 8 โมงเช้า พวกคุณบางคนยังคงรอพบแพทย์อยู่ที่นี่ เพราะระยะเวลาการรออาจนานถึง 12-13 ชั่วโมง ตอนนี้เราไม่มีเตียง เรากำลังพยายามเพิ่มที่ว่างถ้าทำได้ เราจะทำให้พวกคุณสบายใจที่สุด เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลคุณ แต่ได้โปรดอย่าคาดหวังว่าคุณจะได้ตรงไปที่วอร์ดในทันทีเพราะมันอาจจะไม่เกิดขึ้น"

ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษกล่าวกับรายการ BBC Breakfast ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่ารัฐบาลเห็นความต้องการในระดับที่สูงมาก และนั่นเป็นความท้าทายสำหรับระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ทั่วทั้งระบบ

พร้อมเสริมว่ารัฐบาลกำลังจัดสรรงบประมาณในจำนวนที่มากเป็นประวัติการณ์สำหรับ NHS ซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินทุนสำหรับกองทุนรถพยาบาล บริการข้อมูลทางโทรศัพท์และออนไลน์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอุบัติเหตุและฉุกเฉินทั่วประเทศ

"ผมคิดว่า NHS กำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ เรากำลังปรับปรุงเรื่องระยะเวลาในการรอรักษาพยาบาล มันไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ อยากเห็น การรอคอยแบบนั้น"

ส.ส.โรเบิร์ต ฮัลฟอน กล่าวว่า "สิ่งแรกที่ผมต้องพูดคือบุคลากรที่นี่ไม่เป็นสองรองใคร ทุกคนพยายามให้การบริการที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้คนในฮาร์โลว์ แต่มีปัญหาหลายอย่างที่นี่ อย่างแรกเลย แม้กระทั่งก่อนเกิดโควิด-19 เรามีอุบัติเหตุและกรณีฉุกเฉินต่อหัวสูงสุดในอังกฤษ และงานที่ล้นมือที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ซับซ้อนมาก แต่อย่างไรก็ตามคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์มันน่าผิดหวัง"

โทนี ดูร์คาน เจ้าหน้าที่อาวุโสของ Royal College of Nursing กล่าวว่าพยาบาลกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลายคนออกจากงานที่พวกเขาเคยรัก พวกเขาเหนื่อยหน่าย ขวัญเสีย และรู้สึกว่าถูกประเมินค่าต่ำเกินไปสำหรับงานที่ซับซ้อนและต้องใช้ทักษะที่พวกเขาต้องทำในทุกๆ วัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Rebecca Symons แสดงความคิดเห็นต่อวิดีโอดังกล่าวว่า "เรื่องนี้น่าเศร้ามาก แทบไม่มีระบบการรักษาพยาบาลหลักเหลืออยู่ในประเทศนี้ ผู้คนจึงหมดหวังและรู้สึกว่าทางเลือกเดียวที่จะพบแพทย์คือต้องไปที่นี่ ฉันเพิ่งกลับจากออสเตรเลียหลังไปอยู่ที่นั่นมาเป็นสิบปี ที่นั่นคุณสามารถนัดพบแพทย์วันใดก็ได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นกับที่นี่ เราต้องการบริการทางการแพทย์มากขึ้น"

Sarah Louise Harris Arnold กล่าวว่า "ฉันเคยเข้าออกแผนกฉุกเฉินกับคุณพ่อวัย 93 ปีตั้งแต่เดือนมี.ค. มีคนมากมายรอคิวอยู่ซึ่งหลายคนไม่ควรอยู่ในนั้นด้วยซ้ำ ฉันได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าหมอและพยาบาลยุ่งแค่ไหน รู้สึกสงสารพวกเขาและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้"