ทำไมมั่นใจนัก ยุโรปยกเลิกมาตรการโควิดทั้งที่ติดเชื้อพุ่ง
หลายประเทศในยุโรปเริ่มยกเลิกมาตรการสกัด Covid-19 ทั้งที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง
สำนักข่าว The new York Times รายงานว่า เดนมาร์กและนอร์เวย์ยกเลิกมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่วนใหญ่ในวันอังคาร แม้ว่ารายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเพิ่มขึ้นในทั้งสองประเทศ
หลังจากนี้ชาวเดนมาร์กไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยอีกต่อไป ไนต์คลับจะกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง และจะขึ้นอยู่กับธุรกิจและสถานที่ในการตัดสินใจว่าจะกำหนดให้ผู้ใช้บริการแสดงใบรับรองที่แสดงการฉีดวัคซีนหรือหลักฐานยืนยันว่าเพิ่งหายป่วยจาก Covid-19 หรือไม่
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนที่เดินทางเข้าเดนมาร์กจากประเทศที่ไม่ได้ใช้วีซ่าเชงเกนยังเหลือข้อจำกัดบางข้อ
ส่วนในนอร์เวย์ นายกรัฐมนตรี โยนาส กาหร์ สโตร์ ประกาศยกเลิกการทำงานจากที่บ้านและการห้ามรวมกลุ่มเกิน 10 คน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นขณะที่ทั้งสองประเทศต้องรับมือกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ทว่าการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลไม่เพิ่มขึ้นตามตัวเลขผู้ติดเชื้อในทั้งสองประเทศ
“แม้ว่าหลายคนจะติดเชื้อ แต่ตัวเลขการรักษาตัวในโรงพยาบาลมีน้อย” นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์เผยระหว่างการแถลงข่าว “พวกเราได้รับการปกป้องที่ดีจากวัคซีน”
ด้านรัฐบาลเดนมาร์กระบุว่า เดนมาร์กไม่ถือว่า Covid-19 เป็น “โรคติดต่อร้ายแรงทางสังคม” ซึ่งเป็นการกำหนดทางการเมืองที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้มาตรการในวงกว้าง เช่น การปิดกิจการและการบังคับสวมหน้ากากอนามัย อีกต่อไป โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะเดนมาร์กมีอัตรการฉีดวัคซีนสูง
สถาบันสเตเทนเซรุมรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่าโอมิครอนสายพันธุ์ BA. 2 เป็นตัวกระตุ้นจำนวนผู้ติดเชื้อในเดนมาร์ก โดยมีผู้ติดเชื้อเฉลี่ยราว 44,000 ต่อวัน หรือมากกว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนถึง 70% และจากข้อมูลของ Our World in Data พบว่าชาวเดนมาร์กราว 80% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และราว 60% ฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว
เดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประเทศแรกๆ ที่ยกเลิกมาตรการสกัดการแพร่ระบาดเพื่อเตรียมรับมือกับ Covid-19 แบบโรคประจำถิ่น
ออสเตรียยกเลิกมาตรการสำหรับผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนเมื่อวันจันทร์ และเนเธอร์แลนด์ผ่อนคล้ายมาตรการต่างๆ ที่บังคับใช้เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อังกฤษยกเลิกข้อจำกัดเกือบทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่เริ่มยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ รวมทั้งการบังคับสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่กลางแจ้งในวันพุธ ทั้งยังยกเลิกการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา และอีเว้นต์อื่นๆ ส่วนมาตรการทำงานจากที่บ้านเปลี่ยนจากบังคับเป็นขอความร่วมมือ
คำสั่งล่าสุดนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการผ่อนคลายมาตรการซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะที่ประกาศไว้เมื่อปลายเดือน ม.ค. แม้ว่าฝรั่งเศสจะมีผู้ติดเชื้อรายวันทุบสถิติเมื่อเดือนที่แล้ว
นายกรัฐมนตรี ฌอง กาสเต็กซ์ เผยเมื่อเดือน ม.ค.ว่า ฝรั่งเศสจะยกเลิกมาตรการส่วนใหญ่เพื่อสกัดการแพร่ระบาดได้ในเดือน ก.พ. เนื่องจากฝรั่งเศสมีใบรับรองการฉีดวัคซีนใหม่ (vaccination pass) ที่มาแทนที่เอกสารรับรองสุขภาพ (health pass)
นับตั้งแต่เดือนที่แล้วชาวฝรั่งเศสต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนเพื่อขอ vaccination pass ซึ่งต้องใช้ในการเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ อาทิ บาร์ ร้านอาหาร ไปจนถึงขนส่งสาธารณะระยะไกล
ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้ที่มีผลการตรวจหาเชื้อเป็นลบก็สามารถขอ health pass ได้ โดยสาเหตุที่ยกเลิกเป็นเพราะรัฐบาลต้องการจูงใจให้ประชาชนฉีดวัคซีนมากขึ้น
ขณะที่การผ่อนคลายนมาตรการระยะที่ 2 ไนต์คลับซึ่งถูกปิดตั้งแต่เดือน ธ.ค. จะกลับมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ.นี้ และอนุญาตให้มีพื้นที่สำหรับยืนชมคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา และในบาร์ รวมทั้งอนุญาตให้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มในสนามกีฬา โรงภาพยนตร์ และการขนส่งสาธารณะ
อย่างไรก็ดี กรุงปารีสไม่ได้ผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ
Photo by Evert Elzinga / ANP / AFP


