posttoday

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

02 กุมภาพันธ์ 2565

1949-2021 เส้นทางสู่การขนส่งอันยั่งยืนของจีน — การพัฒนาการขนส่งด้วยการพึ่งพาตนเอง

ยุครุ่งเรืองของภาคการคมนาคมขนส่งในจีนเกิดขึ้นในช่วงปี 1949-1978

หลังก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 รัฐบาลจีนแถลงชัดว่าควรสร้างเงื่อนไขพื้นฐานบางประการเพื่อฟื้นฟูภาคการขนส่งของประเทศ  จีนจึงบูรณะสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงกลับมาดำเนินงานด้านการขนส่งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ โดยได้ปรับปรุงหรือสร้างทางรถไฟ ทางหลวง ท่าเรือ อู่เรือ และสนามบินพลเรือน ทั้งยังขุดลอกทางน้ำสายหลัก เปิดเส้นทางคมนาคมทางน้ำและทางอากาศระหว่างประเทศและภายในประเทศ ขยายเครือข่ายไปรษณีย์ รวมถึงเพิ่มอุปทานด้านอุปกรณ์การคมนาคมขนส่ง

ด้วยการพึ่งพาตนเอง มุมานะทำงานหนัก และจิตใจที่อาจหาญ ชาวจีนจึงกล้าเผชิญกับความท้าทายอันน่าหวาดหวั่น และมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาเครือข่ายการขนส่งทั่วประเทศขึ้นใหม่

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

งานสร้างทางหลวงเสฉวน-ทิเบตและชิงไห่-ทิเบตที่เสร็จสิ้นในปี 1954 ได้ยุติการเป็นดินแดนไร้ทางหลวงสมัยใหม่ของเขตปกครองตนเองทิเบต (ซีจ้าง) สร้างปาฏิหาริย์ให้กับหน้าประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างถนนบนหลังคาโลกซึ่งมีสภาพภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้ออำนวย การก่อสร้างถนนทั้งสองสายนี้ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณที่ “ไม่ครั่นคร้ามต่ออุปสรรคหรือความตาย การต่อสู้อย่างไม่ลดละ ความเต็มใจเสียสละ ความผูกพันใกล้ชิดระหว่างกองทัพกับประชาชน ตลอดจนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวทางชาติพันธุ์”

ด้วยการพึ่งพาตนเอง มุมานะทำงานหนัก และจิตใจที่อาจหาญ ชาวจีนจึงกล้าเผชิญกับความท้าทายอันน่าหวาดหวั่น และมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาเครือข่ายการขนส่งทั่วประเทศขึ้นใหม่

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

งานสร้างทางหลวงเสฉวน-ทิเบตและชิงไห่-ทิเบตที่เสร็จสิ้นในปี 1954 ได้ยุติการเป็นดินแดนไร้ทางหลวงสมัยใหม่ของเขตปกครองตนเองทิเบต (ซีจ้าง) สร้างปาฏิหาริย์ให้กับหน้าประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างถนนบนหลังคาโลกซึ่งมีสภาพภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้ออำนวย การก่อสร้างถนนทั้งสองสายนี้ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณที่ “ไม่ครั่นคร้ามต่ออุปสรรคหรือความตาย การต่อสู้อย่างไม่ลดละ ความเต็มใจเสียสละ ความผูกพันใกล้ชิดระหว่างกองทัพกับประชาชน ตลอดจนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวทางชาติพันธุ์”

ปี 1978-2012 ไขว่คว้าโอกาส เร่งพัฒนาระบบขนส่ง

นโยบายการปฏิรูปและเปิดประเทศที่ประกาศใช้ในปี 1978 นำมาซึ่งบทใหม่ของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในจีน ขณะที่ภาคการคมนาคมขนส่งเข้าสู่ช่วงพัฒนาอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาและลองบุกเบิกการเปิดตลาดการขนส่ง รวมถึงจัดตั้งกลไกการจัดหาเงินทุนทางสังคม “ที่ใดมีแม่น้ำ ที่นั่นมีเรือ ที่ใดมีถนน ที่นั่นมียานพาหนะ” “หน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และภูมิภาคต่างๆ ทั้งหมดควรร่วมมือกัน เพื่อให้ ผู้ประกอบการของภาครัฐ ภาคเอกชน และการคมนาคมขนส่งต่างๆ ได้รับเงินทุน” ความคิดริเริ่มดังนี้ผลักดันการพัฒนาภาคการขนส่งอย่างใหญ่หลวง

จีนใช้ระบบความรับผิดชอบอันเป็นการให้สัมปทานผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินงานในภาคการรถไฟ และปรับใช้นโยบาย 3 ประการในการก่อสร้างทางหลวง ซึ่งรวมถึงการอนุมัติสร้างทางหลวงด้วยเงินกู้ยืมที่สามารถชำระคืนได้ด้วยค่าผ่านทางในอนาคต

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

ท่าเรือ นับเป็นประตูด่านแรกที่เปิดสู่ภายนอก ส่งผลให้อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าของจีนก้าวสู่ระดับโลก จีนยังเริ่มดำเนินอุตสาหกรรมการบินพลเรือนเชิงพาณิชย์ และพัฒนาอุตสาหกรรมไปรษณีย์ให้ทันสมัย

ช่วงปี 1978-2012 นี้ จีนได้สร้างสถิติใหม่จำนวนมากนับเป็นการเริ่มบทใหม่ของการพัฒนาระบบขนส่ง

ในช่วงเวลาดังกล่าว จีนเดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟขนานใหญ่และเพิ่มระดับความเร็วโดยเฉลี่ยของรถไฟถึง 6 ครั้ง ทั้งยังสร้างทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบต ซึ่งเป็นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก เชื่อมทางรถไฟเข้าสู่เขตปกครองตนเองทิเบต (ซีจ้าง) ของจีน รถไฟหัวกระสุนเหอเสีย (CRH) รถไฟความเร็วสูงสายแรกของจีนก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลานี้ อันได้แก่รถไฟระหว่างเมืองปักกิ่ง-เทียนจิน ทำให้จีนก้าวเข้าสู่ “ยุครถไฟความเร็วสูง”

ทางด่วนเซี่ยงไฮ้-เจียติ้ง ทางด่วนสายแรกของจีน เปิดให้สัญจรในปี 1988 การก่อสร้างทางหลวงที่เฟื่องฟู ทำให้โครงข่ายทางหลวงสายหลักระดับชาติที่ประกอบด้วยทางหลวงแนวตั้ง 5 สาย และแนวขวาง 7 สาย สร้างเสร็จก่อนกำหนด นอกจากนี้ เครือข่ายถนนในชนบทยังได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ถนนเหล่านี้เปรียบดังเส้นเลือดใหญ่ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเส้นเลือดฝอยที่เชื่อมเขตเมืองและชนบทเข้าด้วยกัน

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

โครงการปรับปรุงร่องน้ำลึกบริเวณปากแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นโครงการปรับปรุงปากแม่น้ำที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ก็บรรลุผลสำเร็จในช่วงเวลานี้ เส้นทางน้ำในแผ่นดินได้รับการปรับปรุง รวมถึงมีการสร้างท่าเรือและทางน้ำให้เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น

นอกจากนี้ จีนยังเปิดเส้นทางบินหลักและย่อยหลายเส้นทาง ผลักดันการใช้อากาศยานจากต่างประเทศ รวมถึงปรับปรุงเครื่องบินและขยายกองบินของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจวเป็นศูนย์กลาง

การปฏิรูปและการพัฒนานวัตกรรมทำให้บริการไปรษณีย์ใช้ระบบมุ่งเน้นตลาดมากขึ้น และทันสมัยขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อบูรณาการกับธุรกิจ โลจิสติกส์ เงินทุน และข้อมูล

จีนมุ่งให้ความสำคัญกับศูนย์กลางการคมนาคมแบบบูรณาการ การขนส่งทางราง ทางน้ำ การขนส่งสินค้าแบบเปลี่ยนหัวรถบรรทุก (Drop and Pull) รวมถึงการขนส่งสาธารณะในเมือง แนวทางการขนส่งต่างๆ ถูกโยงใยถึงกัน ก่อเกิดเป็นการขนส่งแบบบูรณาการ ปรับปรุงประสิทธิภาพและประโยชน์โดยรวมอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม

ในช่วงเวลานี้ ประเทศจีนพลิกโฉมจนแทบจำไม่ได้ ภาคการขนส่งกลายมาเป็นรากฐานของการเติบโตของจีนด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์

ตั้งแต่ปี 2012 การคมนาคมในยุคใหม่ของจีนรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

จีนเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลก ด้านขนาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่ครอบคลุม แผนผังศูนย์กลางการขนส่งแบบบูรณาการของจีนได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จีนเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้านความยาวโดยรวมของเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ทางด่วน ทางน้ำที่เดินเรือได้ภายในประเทศ และเส้นทางขนส่งทางรางในเขตเมือง นอกจากนี้ ยังครองตำแหน่งสูงสุดในด้านจำนวนท่าเทียบเรือชายฝั่งที่รองรับเรือขนาด 10,000 ตันขึ้นไป ตลอดจนโครงข่ายเส้นทางการขนส่งทางทะเล

จีนยังเป็นประเทศแถวหน้าและประเทศแรกของโลกในด้านปริมาณการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ทางราง ทางหลวง ทางน้ำ และการบินพลเรือน ตลอดจนปริมาณการขนส่งสินค้าที่ท่าเรือ และปริมาณธุรกิจของบริการไปรษณีย์และการจัดส่งสินค้า ปัจจุบัน จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่การคมนาคมขนส่งคึกคักมากที่สุดในโลก

เครือข่ายทางหลวงและทางรถไฟที่กว้างใหญ่ของจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รถไฟความเร็วสูง เรือขนาดยักษ์ และเที่ยวบินมากมายเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ มากกว่าที่เคยเป็นมา  รวมถึงเส้นทางที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้

เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่รุ่นซี919 (C919) คือเครื่องบินในเส้นทางบินพลเรือนหลักลำแรกที่จีนถือครองทรัพย์สินทางปัญญาโดยสมบูรณ์ โดยสร้างขึ้นตามมาตรฐานความสมควรเดินอากาศ (airworthiness) ฉบับล่าสุด  และทดสอบบินเที่ยวแรกสำเร็จในปี 2017

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

การสร้างรถรางไฟฟ้า (EMU) ความเร็วสูง ‘ฟู่ซิง’ (Fuxing) แสดงถึงการพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงขึ้นเองอย่างเป็นเอกเทศของจีน นอกจากนี้ จีนยังเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีสร้างสะพานและอุโมงค์ข้ามทะเล ทางน้ำลึก ท่าเทียบเรือตู้คอนเทนเนอร์ระบบอัตโนมัติ และอื่นๆ

โครงการยักษ์ใหญ่มากมายได้บรรลุความสำเร็จเป็นที่ เช่น สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า รถไฟความเร็วสูงปักกิ่ง-จางเจียโข่ว สถานีขนถ่ายตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ ณ ท่าเรือหยางซานในมหานครเซี่ยงไฮ้ และสนามบินนานาชาติปักกิ่งต้าซิง

จีนมีเป้าหมายที่จะให้บริการด้านการขนส่งแก่ผู้โดยสารและสินค้าดียิ่งขึ้น และทำให้ภาคการขนส่งขนาดใหญ่แข็งแกร่งขึ้น โดยมีการเผยแผนร่างและแนวทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อกระตุ้นการสร้างเครือข่ายการขนส่งแบบบูรณาการและหลากหลาย

โลกพึ่งพากันมากขึ้น นานาประเทศล้วนมีชะตาชีวิตร่วมกัน กรอบการเชื่อมต่อที่ประกอบด้วย ” 6 ระเบียงเศรษฐกิจ  6 เส้นทาง หลายประเทศ และหลายประตู” เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว

รถไฟบรรทุกสินค้าจีน-ยุโรปเข้าถึงประเทศในยุโรป 23 แห่ง จีนจัดตั้งความร่วมมือด้านการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศกับประเทศ 19 แห่ง เชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศกับประเทศมากกว่า 100 แห่ง เส้นทางการบินพลเรือนของจีนเชื่อมต่อถึง ประเทศและภูมิภาค 64 แห่ง นอกจากนี้ จีนยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในธรรมาภิบาลด้านการขนส่งโลก และเป็นหนึ่งในภาคีที่ทำข้อตกลงการขนส่งพหุภาคีเกือบ 120 ฉบับ

จีนจากประเทศที่แทบไม่มีอะไร สู่มหาอำนาจด้านขนส่งโลก

จีนเดินหน้าการเปิดกว้างมาตรฐานสูง และสนับสนุนการคมนาคมของประเทศให้ “ก้าวสู่โลก และเชื่อมสู่จีน” โดย อำนวยความสะดวกผ่านความร่วมมือภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) จีนพยายามส่งเสริมการเชื่อมต่อแบบบูรณาการทั้งทางบก  ทะเล  อากาศ และ ไซเบอร์ (cyber) ส่งเสริมความสอดคล้องของนโยบาย กฎเกณฑ์ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการเชื่อมต่อและการขนส่งกับประเทศ   ตลอดจนมีส่วนร่วมด้านวิสัยทัศน์และเสนอแนวทางแก้ไขและการกำกับดูแลการขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยปรับปรุงการเชื่อมต่อด้านการคมนาคมทั่ว

ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ จีนจะยังคงดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2030   ขององค์การสหประชาชาติ   เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการขนส่ง และจะทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อกระชับการเชื่อมต่อทั่วโลก และหลอมรวมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังจะช่วยสร้างโลกที่ดี และเจริญรุ่งเรืองกว่าเดิม

(สนับสนุนโดย Ma Yuzhu, Hu Pingchao เรียบเรียงโดย Shi Chunjiao, Xinhua Silk Road - https://en.imsilkroad.com/p/325629.html)

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

• เส้นทางสู่การขนส่งอันยั่งยืนของจีน — การพัฒนาการขนส่งด้วยการพึ่งพาตนเอง (ปี 1949-1978)

• เส้นทางสู่การขนส่งอันยั่งยืนของจีน — ปลดปล่อยความคิดและก้าวไปข้างหน้า (ปี 1978-2012)

• เส้นทางสู่การขนส่งอันยั่งยืนของจีน — แสวงหานวัตกรรมด้วยความเชื่อมั่น (ปี 2012-2021)

ข่าวล่าสุด

SET แก่วงฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนของภาษีทรัมป์ จับตาตัวเลขส่งออกไทย