ปริศนาแห่งขุมสมบัติ 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ'

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 14:45 น.
ปริศนาแห่งขุมสมบัติ 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ'
มันคือการพบขุมทองที่เป็นปริศนาที่สุดครั้งหนึ่ง บางทฤษฎีบอกว่ามันคือสมบัติที่ซุกซ่อนเอาไว้เพื่อทำการใหญ่ในอนาคต

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ณ ที่ดินเอกชนผืนหนึ่งในเขตแคลิฟอร์เนียโกลด์ ประเทศสหรัฐ เจ้าของที่ดินกำลังพาสุนัขของเขาไปเดินเล่นบนที่ดินของตน มันเป็นการเดินเล่นตามปกติและเคยเดินผ่านป่าผืนนี้ในที่ดินของพวกเขามาหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้พวกเขาสังเกตเห็นโลหะที่ขึ้นสนิมโผล่ออกมาจากพื้นดิน

อันที่จริงพื้นที่ตรงนั้นมีอะไรแปลกๆ อยู่ก่อนแล้ว เจ้าของที่ดินทั้งคู่สังเกตเห็นลักษณะพิเศษบางอย่างของพื้นที่ พวกเขาจำได้ว่าเห็นกระป๋องเปล่าเก่าๆ แขวนอยู่บนต้นไม้เก่าแก่ แต่กระป๋องนั่นก็คงจะเก่าพอๆ กันจนต้นไม้โตขึ้นมาโอบล้อมมัน ทั้งคู่คิดว่ากระป๋องนั่นอาจมีคนสมัยก่อนแขวนไว้เพื่อเก็บดอกไม้หรือไม่เป็นเป็นเครื่องหมายหลุมศพ เพราะบริเวณนั้นใกล้ๆ กับจุดที่พบทองคำจนนำไปสู่ "การตื่นทองปี 1849" ที่ทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียมั่งคั่งขึ้นมา อาจจะมีคนงานเหมืองเตร่มาอยู่หรือล้มตาย ณ ที่แห่งนี้

ที่แห่งนั้นยังมีภูมิประเทศแปลกๆ มีหินคล้ายกับอานม้า จึงเป็นที่มาของชื่อสถานที่ Saddle Ridge (ยอดเขาอานม้า) ซึ่งมันเป็นความแปลกของภูมิประเทศที่อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขาจะเจอในเวลาต่อมา

หลังจากที่เจ้าของที่ดินฝ่ายหญิงสังเกตเห็นกระป๋องที่อยู่บนดิน ฝ่ายชายก็ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา แต่พบว่ามันติดอยู่ในดิน เขาเริ่มใช้ท่อนไม้งัดมันจากพื้น มันหนักมากจนพวกเขาเชื่อว่าอาจจะเป็นกระป๋องใส่ตะกั่วเหลว หลังจากขุดขึ้นมาได้ก็นำมันกลับไปที่บ้าน แต่ระหว่างเดินกลับบ้าน ด้วยความทุลักทุเล ฝากระป๋องเปิดออกเผยให้เห็นขอบเหรียญทองคำเหรียญหนึ่ง

พวกเขากลับมาที่เดิมพร้อมกับเครื่องมือบางอย่างเพื่อดูว่าจะเจออะไรอีกหรือไม่ พวกเขาพบกระป๋องอีกกระป๋องหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบกระป๋องแรกไปประมาณหนึ่งฟุต แม้ว่ามันจะผุพังบางส่วนเนื่องจากสนิม แต่ก็มีเหรียญอีกหลายเหรียญซ่อนอยู่ พวกเขาจึงเทียวไปเทียวมาเพื่อหาเหรียญเพิ่ม ทั้งขุดดินด้ยตัวเองและในที่สุดก็ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ ผลก็คือพวกเขาค้นพบกระป๋องแปดกระป๋องบรรจุเหรียญ 1,427 เหรียญ

นี่คือจุดเริ่มต้นของ "ขุมทรัพย์ยอดเขาอานม้า" (Saddle Ridge Hoard) อันลือลั่น

เหรียญทองคำ Double Eagle ที่พบในขุมสมบัติ Saddle Ridge Hoard

หลังจากการค้นพบขุมสมบัติ ทั้งคู่ไม่ยอมแพร่งพรายการค้นพบโดยซ่อนมันไว้ในหีบน้ำแข็งเก่า แล้วฝังมันไว้ใต้กองไม้และปิดบังสถานที่นั้นไว้ หลังจากการหาข้อมูลเพื่อตรวจดูว่ามันเป็นของมีค่าแค่ไหน พวกเขาก็ตัดสินใจด้ติดต่อบริษัทเหรียญกษาปณ์ที่ชื่อ Kagin's ในเมืองทีบูรอน รัฐแคลิฟอร์เนีย

เหรียญทองทั้งหมดมีอายุระหว่างปี 1847 ถึง 1894 มูลค่าที่ตราไว้ของเหรียญ (face value คือมูลค่าเดิมที่ระบุบนเหรียญ) มีมูลค่ารวม 27,980 เหรียญสหรัฐ แต่เพราะมันเป็นของเก่าและหายากและยังเป็นทองคำ เมื่อประเมินปัจจัยเหล่านี้เข้าไปด้วยจึงคาดว่ามีมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐถือการค้นพบชุมสมบัติใต้ดินเป็นเหรียญทองคำครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสหรัฐอเมริกา

แล้วพวกมันมาจากไหน? มีหลายทฤษฎีที่เสนอที่มาของพวกมัน แต่มีทฤษฎีหนึ่งฟังดูหวือหวาแต่ก็น่าสนใจ แม้ว่าจะถูกปักว่าเป็น 'ทฤษฎีสมคบคิด' ก็ตาม

ทฤษฎีนี้เสนอว่า มันคือขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนไว้โดย 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' หรือ Knights of the Golden Circle สมาคมลับที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1854 โดยชาวอเมริกันที่ชื่อ จอร์จ ดับเบิลยู. แอล. บิคลีย์ (George W. L. Bickley) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประเทศใหม่ที่เรียกว่า Golden Circle (ภาษาสเปนเรียกว่า Círculo Dorado) หรือ 'มณฑลทองคำ' หรือ 'วงไพบลูย์ทองคำ' โดยจะรวมรัฐภาคใต้ของสหรัฐที่สนับสนุนการมีทาสกับประทเทศต่างๆ ในอเมริกากลาง อเมริกาใต้บางส่วน และแคริเบียน เพื่อสร้างสมาพันธรัฐที่อนุญาตให้การมีทาสเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

ยุทธการที่ชิคกามอกา เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน พ.ศ. 2406 ระหว่างกองกำลังฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองอเมริกา

ประเทศนี้จะมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ซึ่งอยู่ตรงกลางประเทศใหม่พอดี โดยประเทศนี้จะมีเส้นรอบวงที่ครอบคลุมนานาประเทศที่จะสนับสนุนการมีทาสโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,900 กม. แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนมากผู้ทรงอิทธิพลทั้งภาคใต้ของอเมริกาที่ยึดมั่นกับการมีทาสและนักการเมืองบางคนของสหรัฐตอนเหนือที่ไม่สนับสนุนการมีทาส ความขัดแย้งนี้จะนำไปสู่สงครามกลางเมืองอเมริกันในเวลาต่อมา

นักการเมืองคนหนึ่ง คือ โรเบิร์ท บานเวลล์ เรตต์ (Robert Barnwell Rhett) กล่าวปราศรัยเหมือนจะจงใจต่อต้านประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์นที่ต่อต้านการมีทาสอย่างแข็งขันว่า "เรา (ฝ่ายสนับสนุนการมีทาส) จะขยายดินแดนตามการเติบโตและอารยธรรมของเราต้องการ—เหนือเม็กซิโก—เหนือหมู่เกาะในทะเล—เหนือเขตร้อนทางใต้ที่ห่างไกล—จนกว่าเราจะสร้างสมาพันธ์สาธารณรัฐที่ยิ่งใหญ่—ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อิสระที่สุด และมีประโยชน์มากที่สุดที่โลกมี เคยเห็นมา"

'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' มีทั้งอิทธิพลทางการเมืองและอิทธิพลด้านกำลังคน บางแห่งมีกำลังคนหลายพันคนและแบ่งพื้นที่ควบคุมเป็น "ปราสาท" จนดูเหมือนกับระบบกับอัศวินในยุคกลาง พวกเขาจะทำการโจมตีฝ่ายต่อต้านการมีทาสและยังเข้าร่วมกับกองทัพฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมือง

ธงของ Knights of the Golden Circle

ในช่วงก่อนที่สงครามจะสิ้นสุดลงไม่นาน สมาชิกแห่ง 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' สาขาแคลิฟอร์เนียในซานฟรานซิสโกเตรียมนำเรืออกปฏิบัติการเป็นเรือโจรสลักในอ่าวซานฟรานซิสโก โดยมีเป้าหมายในการบุกโจมตีการค้าบนชายฝั่งแปซิฟิกและบุกยึดการขนส่งทองคำไปภาคตะวันออกของประเทศ แต่แผนการนี้ต้องล้มเหลวเพราะถูกสกัดเอาไว้

ถึงการชิงทองจะล้มเหลวและการต่อสู้เพื่อสร้างประเทศที่มีทาสจะกลายเป็นแค่ความฝัน แต่ผู้คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่า 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' ยังไม่ละความพยายาม พวกเขายังสะสมทุนรอนในการเคลื่อนไหวเพื่อก่อสงครามกลางเมืองครั้งที่สอง แล้วทำให้ความฝันของการสร้างดินแดนที่ใช้แรงงานทาส

บางคนเชื่อว่าที่มาของเหรียญทองสะสม Saddle Ridge Hoard คือทุนรอนที่ 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' สะสมมาจากหลายๆ รัฐเพื่อนำไปเคลื่อนไหวต่อไป หากไม่สเร็จในวันนี้ ในอนาคตก็อาจนำไปเคลื่อนไหวอย่างอื่น เพราะในเวลาต่อมา 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' เปลี่ยนชื่อและบทบาทไป แต่ก็ยังเป็นสมาคมลับที่เก็บงำความลับไว้อย่างเหนียวแน่นที่สุดกลุ่มหนึ่ง

ถ้าขุมทองยอดเขาอานม้าเป็นของ 'อัศวินแห่งมณฑลทองคำ' จริงแล้ว บางทีสมาชิกของกลุ่มนี้อาจจะลมไปแล้วหรืออาจจะไม่ลืมเพียงแต่ถูกพบโดยบังเอิญโดยคนนอกสมาคมก็เป็นได้