อพยพทูต เสริมทัพ! จับตารัสเซีย-นาโตประจันหน้าศึกยูเครน

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 18:11 น.
อพยพทูต เสริมทัพ! จับตารัสเซีย-นาโตประจันหน้าศึกยูเครน
ความตึงเครียดระหว่างยูเคน รัสเซีย และชาติตะวันตกมาถึงจุดพีคอีกครั้ง สรุปสถานการณ์ที่ดุเดือดขึ้นทุกที

1. นาโตกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ากำลังเตรียมกองกำลังเตรียมพร้อมและเสริมกำลังยุโรปตะวันออกด้วยเรือรบและเครื่องบินขับไล่จำนวนมากขึ้น เพื่อตอบโต้การเสริมกำลังทางทหารของรัสเซียที่ชายแดนยูเครน โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้เพิ่มสัญญาณว่าฝ่ายตะวันตกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียต่อยูเครน โดย เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผมยินดีต้อนรับพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนกองกำลังเพิ่มเติมแก่นาโต” และว่า “นาโต้จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดต่อไปเพื่อปกป้องและปกป้องพันธมิตรทั้งหมด รวมถึงการเสริมกำลังทางตะวันออกของพันธมิตรด้วย”

2. นักการทูตของนาโตเผยว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะย้ายกองกำลังบางส่วนที่ประจำการอยู่ในยุโรปตะวันตกไปยังยุโรปตะวันออกในสัปดาห์หน้า 

3. ลัตเวียเรียกร้องให้มีกองกำลังนาโตเพิ่มในแนวด้านตะวันออกของยุโรป เอ็ดการ์ส รินเควิคส์ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า “เรากำลังมาถึงจุดที่การก่อตัวทางทหารของรัสเซียและเบลารุสอย่างต่อเนื่องในยุโรปจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยมาตรการตอบโต้ของนาโตที่เหมาะสม” และเขากล่าวเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มการปรากฏตัวของกองกำลังพันธมิตรในแนวด้านตะวันออกของพันธมิตร ทั้งเพื่อเป็นมาตรการป้องกันและป้องปราม”

4. โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐและนาโตกำลังเพิ่มความตึงเครียดผ่านการผยแพร่ "ข้อมูลที่น่าตื่นกลัวกว่าเหตุ" และ "การกระทำที่เป็นรูปธรรม" และเสริมว่าความเสี่ยงที่กองทหารยูเครนจะโจมตีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียนั้น "สูงมาก" 

5. อันเดร คาร์ตาโปลอฟ ส.ส.รัสเซียและ หัวหน้าคณะกรรมการป้องกันประเทศของรัฐสภารัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะ “ตอบสนองอย่างเหมาะสม” หากสหรัฐฯ ส่งทหารเพิ่มในยุโรปตะวันออกและประเทศแถบบอลติก หลังจากที่นิวยอร์กไทม์สรายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารหลายพันนายไปหนุนพันธมิตรนาโตในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมอสโกกับตะวันตกเกี่ยวกับยูเครน

6. กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรกล่าวว่ากำลังอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนและญาติของพวกเขาออกจากสถานทูตในยูเครนเพื่อตอบสนองต่อ "ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย" โดยสถานทูตจะยังคงเปิดสำหรับ "งานสำคัญ" หลังจากที่สหรัฐฯ สั่งให้ครอบครัวของบุคลากรชาวอเมริกันทุกคนที่ปฏิบัติภารกิจในกรุงเคียฟ ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

7. ช่วงเช้าวันนี้มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ออกจากประเทศ "เนื่องจากการคุกคามอย่างต่อเนื่อง" ของการรุกรานของรัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่จำเป็นออกจากยูเครน "โดยสมัครใจ" และเรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐฯ ในประเทศยุโรปตะวันออก "พิจารณาออกเดินทางตอนนี้" โดยกล่าวว่าจะไม่อยู่ในฐานะที่จะอพยพพวกเขาหลังจากรัสเซียบุกโจมตี

8. ยูเครนระบุว่า การอพยพเจ้าหน้าที่ครอบครัวในสถานทูตสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่ "ก่อนเวลาอันควร" โดยโอเล็ก นิโคเลนโก โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุในถ้อยแถลงว่า "เราพิจารณาขั้นตอนดังกล่าวของฝ่ายอเมริกันว่าเป็นสิ่งที่ก่อนเวลาอันควร และการแสดงความระมัดระวังมากเกินไป" เขาเสริมว่า "ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง" เมื่อเร็วๆ นี้ในสถานการณ์ด้านความมั่นคงในยูเครนตะวันออก

9. อนาเลนา บาเยอร์บ็อค รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันกล่าวที่กรุงบรัสเซลส์ว่าเยอรมนีพร้อมที่จะช่วยเหลือยูเครนในด้านการเงินและเศรษฐกิจ หลังจากที่เยอรมนรีถูกวิจาร์ว่ามีท่าทีกำกวมต่อสถานการณ์ในยุเครนและยังวีโต้การขายอาวุธให้ยูเครน บาเยอร์บ็อค ย้ำว่า “เราอยู่เคียงข้างยูเครนอย่างใกล้ชิด ในเรื่องการสนับสนุนทางการเงินและการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ”

10. ปีเตอร์ ซิจจาร์โต รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการีเตือนถึงภัยคุกคามจากสงครามเย็นครั้งใหม่ โดยกล่าวว่า “เราไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ ยุคสงครามเย็นมีผลกระทบที่น่าเศร้าในยุโรปตะวันออกตอนกลาง เราเสียเวลาไปหลายทศวรรษ” พร้อมเสริมว่าฮังการีสนับสนุนความพยายามทางการทูตและเจรจาทุกอย่างเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ความตึงเครียดระหว่างตะวันออก-ตะวันตกที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่รัสเซียระดมกำลังทหารใกล้ชายแดนยูเครน

11. สหภาพยุโรปกำลังร่างแพคเกจความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 1.2 พันล้านยูโรสำหรับยูเครน โดยเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน หัวหน้าสหภาพยุโรป กล่าวว่า “แพ็คเกจนี้จะช่วยให้ยูเครนสามารถจัดการกับความต้องการทางการเงินเนื่องจากความขัดแย้ง” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปอนุมัติความช่วยเหลือ "โดยเร็วที่สุด"

Photo - REUTERS/Anna Kudriavtseva/File Photo