เมื่อเจ้าชายหลานกษัตริย์หันมาขายสตรีทฟู้ด

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 19:32 น.
เมื่อเจ้าชายหลานกษัตริย์หันมาขายสตรีทฟู้ด
"ไม่ว่าจะนั่งอยู่ที่สูงแค่ไหน ทุกคนย่อมนั่งบนก้นของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราทุกคนเท่ากัน" เจ้าชายแห่งเวนิสตรัส

เจ้าชายเอ็มมานูเอล ฟิลิเบอร์โตแห่งซาวอย เจ้าชายแห่งเวนิส เป็นโอรสเพียงพระองค์เดียวในเจ้าชายวิคตอริโอ เอ็มมานูเอล เจ้าชายแห่งเนเปิลส์ มกุฎราชกุมารองค์สุดท้ายแห่งอิตาลี ที่สืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 2 กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอิตาลี กลายมาเป็นเจ้าของร้านอาหารสตรีทฟู้ดในแอลเอ ที่เปิดมาได้กว่า 4 ปีแล้ว

ต้องขอเท้าความก่อนที่เจ้าชายจะกลายมาเป็นเจ้าของร้านอาหารสตรีทฟู้ด ก่อนหน้านี้พระเจ้าวิตโตรีโอ เอมานูเอเลที่ 2 ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของอิตาลี หลังจากที่มีการรวมชาติอิตาลีในปี 1861 แต่เมื่อปี 1946 มีการลงประชามติให้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปใช้ระบอบสาธารณรัฐ ทำให้สถาบันกษัตริย์ถูกยกเลิกไป

เชื้อพระวงศ์ต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง รวมถึงเจ้าชายเอ็มมานูเอล ฟิลิเบอร์โตแห่งซาวอย ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถในหลายด้าน และเคยทรงงานในหลายแวดวงไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ งานเขียน หรือแฟชั่น ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารสตรีทฟู้ด

ย้อนกลับไปในปี 2016 พระองค์ได้เสด็จเยือนลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และสนพระทัยกับร้านอาหารฟู้ดทรัค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่อยู่ในเมืองนี้มาช้านาน แต่ทรงพบว่าร้านเหล่านี้เต็มไปด้วยอาหารเม็กซิกันและเอเชีย แต่แทบไม่มีอาหารอิตาลีเลย

พระองค์จึงได้ร่วมกับเมียร์โก ปาแดร์โน เชฟจากอิตาลีเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้น และเผยแพร่วัฒนธรรมอิตาลี ด้วยการเปิดตัวร้านอาหารอิตาลีแบบฟู้ดทรัคในลอสแอนเจลิส โดยใช้ชื่อว่า "Prince of Venice"

นอกจากจะเป็นร้านอาหารอิตาลีแบบฟู้ดทรัคไม่กี่ร้านในขณะนั้นแล้ว ยังเป็นร้านเดียวที่ทำพาสต้าเส้นสดอีกด้วย

จุดเด่นของร้านนี้คือการทำพาสต้าสดๆ ต่อหน้าลูกค้า อีกทั้งยังมีพาสต้าให้เลือกมากมายหลากหลายชนิด เสิร์ฟพร้อมกับซอสที่ทางร้านทำเองตามแบบฉบับอิตาลีแท้ๆ ซึ่งเจ้าชายเอ็มมานูเอลทรงนำเข้าวัตถุดิบบางอย่างจากอิตาลี เช่น แป้ง น้ำมันมะกอก หรือทรัฟเฟิล

นอกจากนี้ยังมีขนมหวานสไตล์อิตาเลี่ยน อาทิ ทีรามิซู พานาคอตต้า และแคนโนลี ตลอดจนเครื่องดื่มหลากหลายประเภท

อีกสิ่งสำคัญของร้านนี้คือเจ้าชายเอ็มมานูเอลทรงให้ความสำคัญกับเชฟที่จะมาทำอาหารให้กับ Prince of Venice เป็นอย่างมาก เพราะพระองค์ต้องการเชฟมืออาชีพที่สามารถทำพาสต้าได้ตามแบบฉบับชาวอิตาเลี่ยน โดยขณะนี้มีเจเนโรโซ คาเลนตาโน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเชฟ

ซึ่งแม้ว่าจะเป็นร้านอาหารของเจ้าชายแต่ถูกขายด้วยราคาที่คนธรรมดาๆ เข้าถึงได้ และยังขายดีและโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน

"ไม่ว่าจะนั่งอยู่ที่สูงแค่ไหน ทุกคนย่อมนั่งบนก้นของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราทุกคนเท่ากัน" เจ้าชายเอ็มมานูเอลตรัส

Photo by Emanuele Filiberto