หนุ่มมะกันเศร้าจู๋หด 1.5 นิ้วหลังติดโควิด หมอชี้เกิดขึ้นได้

วันที่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 12:29 น.
หนุ่มมะกันเศร้าจู๋หด 1.5 นิ้วหลังติดโควิด หมอชี้เกิดขึ้นได้
หนุ่มอเมริกันเจอผลข้างเคียงจาก Covid-19 พบอวัยวะเพศสั้นลง 1.5 นิ้ว

The New York Post รายงานว่า หนุ่มอเมริกันวัย 30 ปีรายหนึ่งเปิดเผยว่าเขาได้รับผลกระทบหลังจากติด Covid-19 โดยองคชาตหดสั้นลง 1.5 นิ้ว หรือ 3.81 เซนติเมตร ทำเอาเจ้าตัวเสียความมั่นใจเรื่องบนเตียงไปเลย

ชายหนุ่มรายนี้เขียนจดหมายเล่าประสบการณ์ของตัวเองในรายการพอดแคสต์ How To Do It ว่า “เมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้วผมติด Covid-19 แล้วป่วยหนักมาก พออกจากโรงพยาบาลผมก็เริ่มมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว อาการดีขึ้นเรื่อยๆ หลังเข้ารับการรักษา แต่ดูเหมือนจะมีอีกปัญหาที่น่าจะอยู่ยาว”

เขาเล่าต่อว่า “น้องชายผมสั้นลง ก่อนป่วยขนาดมันเกินมาตรฐานนะ ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ใหญ่กว่าปกติแน่นอน แต่ตอนนี้น้องชายผมมันหดลงไปนิ้วครึ่ง กลายเป็นไซส์เล็กกว่ามาตรฐานอ่ะ”

หนุ่มรายนี้อ้างว่าแพทย์วินิจฉัยว่าปัญหาของเขาเกิดจากความเสียหายที่หลอดเลือดซึ่งเกิดจาก Covid-19 และเตือนว่าอาการนี้อาจจะอยู่ถาวร

“จริงๆ มันไม่ควรเป็นเรื่องใหญ่หรอก แต่มันส่งผลกับความมั่นใจในตัวเองสุดๆ ไหนจะเรื่องความสามารถบนเตียงอีก” ชายหนุ่มบอกในจดหมายที่เขียนมาขอคำแนะนำจากทางรายการ

แอชลีย์ วินเทอร์ แพทย์ระบบปัสสาวะในเมืองพอร์ตแลนด์ของสหรัฐอธิบายว่า การที่องคชาตเล็กลงหลังติด Covid-19 เป็นผลพวงจากภาวะความผิดปกติในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ (erectile dysfunction) เมื่อองคชาตแข็งตัวไม่สุดเพราะได้รับเลือดไม่เต็มที่ มันอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่อวัยวะเพศและทำให้มันสั้นลง ซึ่งอาจเป็นกรณีเดียวกันกับของชายคนนี้

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้ออกกำลังกายยืดองคชาต หรือใช้อุปกรณ์ปั๊มสุญญากาศ (penis vacuum) เพื่อให้เลือดไหลเข้าสู่องคชาตได้มากขึ้นและทำให้ความยาวกลับคืน

ทั้งนี้ แพทย์ระบบปัสสาวะหลายคนเคยออกมายืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่า ภาวะโควิดลงองคชาตเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้หลอดเลือดได้รับความเสียหาย จนส่งผลให้ขนาดขององคชาตหดเล็กลง

ขณะที่มหาวิทยาลัยลอนดอนทำการศึกษาผู้ติด Covid-19 จำนวน 3,400 ราย พบว่า มีราว 200 รายที่เกิดผลข้างเคียงระยะยาวจากการติดเชื้อ และหนึ่งในนั้นคือการที่อวัยวะเพศหดสั้นลง แต่เกิดได้ยากกว่า

Photo by Oli SCARFF / AFP

***หมายเหตุ ด้านบนเป็นภาพประกอบข่าว