เมื่อประเทศไม่มี "ราชินี" อีกต่อไป ทำไมบาร์เบโดสจึงเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ?

วันที่ 01 ธ.ค. 2564 เวลา 17:39 น.
เมื่อประเทศไม่มี "ราชินี" อีกต่อไป ทำไมบาร์เบโดสจึงเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ?
สาเหตุที่บาร์เบโดสเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง กลายเป็นชาติสาธารณรัฐแห่งล่าสุดของโลก

เมื่อช่วงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมาบาร์เบโดส ประเทศในภูมิภาคแคริบเบียน อดีตอาณานิคมของอังกฤษ สิ้นสุดการปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยอย่างเป็นทางการ และกลายเป็นชาติสาธารณรัฐแห่งล่าสุดของโลก

หลังจากที่ประกาศถอดถอนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง แห่งสหราชอาณาจักร ออกจากการเป็นประมุขของรัฐ โดยมี เดม ซานดรา เมสัน สาบานตนขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรก

บาร์เบโดสได้อยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษมายาวนานเกือบ 400 ปี ทำให้บาร์เบโดสเผชิญกับระบบทาสอันโหดร้าย และกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกอ้อยผลิตน้ำตาล โดยใช้แรงงานจากแอฟริกา ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์อันโหดร้ายสำหรับบาร์เบโดส ก่อนที่จะยกเลิกระบบทาสในปี 1834 และได้รับเอกราชในปี 1966

"ถึงเวลาแล้วที่ต้องทิ้งอดีตของเราไว้เบื้องหลัง" ประธานาธิบดีเมสันกล่าวในพิธีฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐซึ่งตรงกับวันครบรอบ 55 ปีที่บาร์เบโดสได้รับเอกราชจากอังกฤษด้วย

"จากอดีตที่มืดมนของเรา และความโหดร้ายของระบบทาส ซึ่งทำลายประวัติศาสตร์ของเราไปตลอดกาล วันนี้ผู้คนบนเกาะแห่งนี้ได้สร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นใหม่อย่างแข็งแกร่ง" เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษตรัสระหว่างทรงเข้าร่วมงานพิธี

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงมีพระราชสาส์นแสดงความยินดีไปยังชาวบาร์เบโดส "ในโอกาสสำคัญนี้ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีไปยังชาวบาร์เบโดสทุกท่าน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลและความสงบสุขจงบังเกิดแก่ทุกท่าน"

ทำไมถึงยกเลิกระบอบราชาธิปไตย?

บาร์เบโดสแสดงเจตจำนงที่จะถอดถอนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองออกจากการเป็นประมุข เพื่อเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐเมื่อเดือนก.ย. 2020 ซึ่งแหล่งข่าวจากสำนักพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่าได้มีการหารือกันในประเด็นนี้มาก่อนแล้ว และเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลบาร์เบโดสและประชาชน

ย้อนกลับไปในปี 1998 คณะกรรมการรัฐธรรมนูญบาร์เบโดสเสนอให้ประเทศเปลี่ยนมาเป็นสาธารณรัฐและยุติระบอบราชาธิปไตย ต่อมาปี 2008 บาร์เบโดสเคยวางแผนการทำประชามติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นสาธารณรัฐแต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง หลังจากนั้นเจตจำนงดังกล่าวก็ไม่ได้หายไปไหน ในปี 2015 นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ ฟรอยน์เดล สจ๊วต ประกาศกร้าวว่าบาร์เบโดสจะต้องเป็นสาธารณรัฐในอนาคตอันใกล้

จนกระทั่งปี 2020 เกิดกระแส Black Lives Matter เพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ ซึ่งจุดประกายให้บาร์เบโดสทบทวนอดีตอันโหดร้ายที่จักรวรรดิอังกฤษกวาดล้างชนพื้นเมืองเมื่อครั้งยังตกเป็นอาณานิคม และทิศทางในการเปลี่ยนไปสู่สาธารณรัฐอีกครั้ง

กาย ฮิววิตต์ อดีตข้าหลวงใหญ่บาร์เบเดียนในลอนดอน กล่าวว่า นอกเหนือจากการประท้วงเรื่อง Black Lives Matter แล้ว การตั้งคำถามเกี่ยวกับบทบาทของควีนในบาร์เบโดสอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์อื้อฉาว Windrush ที่ผู้อพยพชาวแคริบเบียนหลายพันคนถูกเนรเทศออกจากสหราชอาณาจักร

"Windrush น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้ว่าบทบาทของควีนเอลิซาเบธในฐานะราชินีแห่งสหราชอาณาจักรและราชินีแห่งบาร์เบโดสไปด้วยกันไม่ได้" ฮิววิตต์กล่าว

เฮนเดอร์สัน คาร์เตอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเวสต์อินดีสในบาร์เบโดสมองว่าการเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐคือขั้นตอนสุดท้ายของการประกาศเอกราช ซึ่งเป็นการก้าวข้ามลัทธิอาณานิคมที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาสู่การปกครองตนเองโดยสมบูรณ์

ประเทศอดีตอาณานิคมอื่นๆ

ปัจจุบันราชอาณาจักรเครือจักรภพหรือรัฐเอกราชที่มีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงเป็นประมุข ได้แก่ ออสเตรเลีย, แคนาดา, จาเมกา, นิวซีแลนด์, ปาปัวนิวกินี, บาฮามาส, เบลีซ, เกรเนดา, ตูวาลู, เซนต์ลูเชีย, หมู่เกาะโซโลมอน, แอนติกาและบาร์บูดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

ทั้งนี้ บาร์เบโดสกลายเป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษประเทศล่าสุดที่ถอดสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองออกจากการเป็นประมุขของรัฐ หลังจากที่มอริเชียส ประเทศในแอฟริกาตะวันออกดำเนินการในปี 1992

โดยก่อนหน้านี้มี ไอร์แลนด์, อินเดีย, ไนจีเรีย, แอฟริกาใต้, ปากีสถาน, ยูกันดา, เคนยา, มาลาวี, มอลตา, กานา, กายอานา, ซีลอน, ฟีจี, แกมเบีย, เซียร์ราลีโอน, แทนกันยีกา, ตรินิแดดและโตเบโกที่ดำเนินการเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม มีการถกเถียงกันว่าออสเตรเลียและแคนาดาจะเป็นรายต่อไปหรือไม่ที่ถอดถอนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองออกจากการเป็นประมุขของรัฐตามรอยบาร์เบโดส

• ออสเตรเลียมีการหยินยกประเด็นนี้ขึ้นมาหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดที่ทำประชามติถอดถอนควีนเอลิซาเบธเกิดขึ้นในปี 1999 แต่ร้อยละ 54.9 ของผู้ลงคะแนนโหวตให้ควีนเอลิซาเบธทรงต่อไป

ในปี 2008 เควิน รัดด์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแสดงความมุ่งมั่นที่จะถอดถอนควีนเอลิซาเบธในฐานะประมุขแห่งรัฐ อย่างไรก็ตามพระองค์ยังทรงเป็นประมุขมาจนถึงทุกวันนี้

• แคนาดาก็พบว่าการสนับสนุนระบอบกษัตริย์ลดน้อยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสถาบัน Angus Reid ได้ทำการสำรวจระดับชาติตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. ถึง 29 พ.ย. เพื่อสำรวจความเห็นของชาวแคนาดาเกี่ยวกับระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

โดยผู้ตอบแบบสอมถามร้อยละ 55 สนับสนุนควีนเอลิซาเบธในฐานะประมุขแห่งรัฐ ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับร้อยละ 64 ในปี 2016

ในทางกลับกันผู้ไม่สนับสนุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 38 ในปี 2016 มาอยู่ที่ร้อยละ 45 ในปี 2020 และมากกว่าร้อยละ 50 ในปีนี้ เมื่อถูกถามว่าแคนาดาควรคงระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญไว้ต่อไปหรือไม่ ร้อยละ 52 ของผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่าไม่

ที่มา: independent, nbcnews, theguardian, foreignpolicy, cbc, geonews, vancouversuntownandcountrymag

ภาพ: Jacob King and JOHN STILLWELL / POOL / AFP