5 ความท้าทายที่ประธานเฟด (Fed) อาจเผชิญในอนาคต

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 14:09 น.
5 ความท้าทายที่ประธานเฟด (Fed) อาจเผชิญในอนาคต
บทวิเคราะห์ของสำนักข่าว Reuters ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายและอุปสรรคที่ประธานเฟดคนใหม่ (หรือาจเป็นคนเดิม) ต้องรับมือในอีก 4 ปีข้างหน้า

การตัดสินใจของประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐจะมีขึ้นในอีกไม่นานต่อจากนี้ว่าจะแต่งตั้งเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำรงตำแนห่งอีกครั้งหรือไม่หลังจากวาระของเขาหมดลงในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า หรือจะมอบบังเหียนให้คนอื่นมาคุมแทนในช่วงเวลาสำคัฐยิ่งยวดสำหรับเฟด

พรรคเดโมแครตที่เป็นฝ่ายก้าวหน้าต้องการให้เฟดเข้ามามีบทบาทในวงกว้างมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มความพยายามที่จะสนับสนุนการจ้างงาน ขจัดความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ และจัดการกับความไม่เท่าเทียมกัน ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องการให้ยึดกับแนวทางนโยบายการเงินเท่านั้น ให้ความสำคัญกับการลดอัตราเงินเฟ้อ และลดการแทรกแซงในตลาดการเงินและการกำกับดูแล

ไม่ว่าประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครตจะเลือกใครก็ตาม หัวหน้าเฟดคนต่อไปจะต้องจัดการกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับนโยบายการเงินและธรรมชาติของเงิน และนี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอีกสี่ปีข้างหน้า:

มีนโยบายที่ถูกต้อง

หลังจากการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะข้ามคืนลงมาใกล้ศูนย์ และซื้อพันธบัตรกระทรวงการคลังและหลักทรัพย์ค้ำประกันจำนวนหลายล้านล้านดอลลาร์

เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ผู้กำหนดนโยบายของเฟดน่าจะเริ่มลดการซื้อสินทรัพย์ในปลายปีนี้

แต่ภายใต้กรอบนโยบายใหม่ที่นำมาใช้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พวกเขาวางแผนที่จะรอที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเศรษฐกิจจะมีการจ้างงานเต็มที่ และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% และมีแนวโน้มว่าจะเกินระดับนั้นปานกลาง

เป็นคำมั่นที่หัวหน้าเฟดคนใหม่อาจพยายามรักษาไว้ ผู้กำหนดนโยบายของเฟดส่วนใหญ่เชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งเกิน 2% ในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ถ้าราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใครก็ตามที่เป็นหัวหน้าธนาคารกลางอาจลงเอยด้วยการกำกับดูแลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนที่จะไปจับเรื่องการว่างงงาน

ปัจจุบันมีชาวอเมริกันน้อยกว่า 5.7 ล้านคนที่ถุกจ้างงานเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดใหญ่

"มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะแตกต่างออกไปในอนาคต ซึ่งเป็นลักษณะโครงสร้างที่แฝงอยู่จริงๆ ของเศรษฐกิจ ซึ่งผมคิดว่าเราจะต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะเปรับนโยบายของเราให้เข้ากับเศรษฐกิจอย่างหมาะสม” ลอเร็ตตา เมสเตอร์ (Loretta Mester) ประธานเฟดแห่งคลีฟแลนด์กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนสิงหาคม

เฟดในฐานะผู้เฝ้าระวัง

หากกรอบการทำงานใหม่ของเฟดทำให้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้นานขึ้นเพื่อแสวงหาตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่า อาจจำเป็นต้องกระชับกฎระเบียบทางการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดวิกฤต

เดวิด วิลค็อกซ์ (David Wilcox) อดีตนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของเฟดและปัจจุบันเป็นสมาชิกสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน กล่าวว่า "กฎระเบียบทางการเงินในมุมมองของผมเป็นอันดับสองในวาระนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการความเสี่ยงทางการเงินอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์"

ใครก็ตามที่เป็นผู้นำเฟดจะต้องพิจารณาเสถียรภาพทางการเงินในวงกว้างมากขึ้น วิลค็อกซ์กล่าว

จุดอ่อนเชิงเป็นระบบในวิธีการซื้อขายตั๋วเงินคลังและตลาดเงินถูกเปิดเผยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจากการล่มสลายของตลาดการเงินเนื่องมาจากการชัตดาวน์ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดใหญ่

เอริก โรเซนเกรน (Eric Rosengren) ประธานเฟดจากบอสตันหยิบยกประเด็นขึ้นมาด้วยว่า ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ "stablecoins" ซึ่งเป็นรูปแบบสกุลเงินดิจิทัลที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกควบคุมและสามารถเชื่อมโยงกับเงินดอลลาร์ได้ ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางการเงินอีกด้วย

สู่ระบบดิจิทัล?

คำถามหลักประการหนึ่งคือ เฟดตัดสินใจที่จะออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเองหรือไม่ พาวเวลล์ไม่ผูกมัดกับจุดยืนดังกลาวจนถึงตอนนี้ ลาเอล เบรนาร์ด (Lael Brainard) หนึ่งในผู้ว่าการเฟดและตัวเก็งผู้สมัครระดับแนวหน้าอีกคนหนึ่งที่อาจจะนั่งตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่า เธอจะพบว่าเป็นการยากที่จะจินตนาการว่าจะไม่ทำเช่นนั้น เฟดวางแผนที่จะเผยแพร่เอกสารอภิปรายในหัวข้อนี้ในเดือนกันยายน

ผู้สนับสนุนกล่าวว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถลดต้นทุนการทำธุรกรรมและเพิ่มการเข้าถึงระบบธนาคารสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส แต่คนอื่นๆ กังวลว่าธนาคารอาจถูกกีดกันหากครัวเรือนและธุรกิจในอเมริกาเลิกใช้บัญชีเงินฝากประจำและไปที่เฟดโดยตรง

จีนและประเทศอื่นๆ ได้ออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเองแล้ว เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนเช่น Amazon.com Inc. หากมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โทเค็นเหล่านั้นอาจทำให้ระบบการชำระเงินแตกแยก คุกคามความสามารถของเฟดในการควบคุมอัตราดอกเบี้ย และเป็นอันตรายต่อฐานะการเป็นสกุลเงินชั้นนำของเงินดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก

แอนดรูว์ เลวิน (Andrew Levin) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากวิทยาลัยดาร์ตมัธ กล่าวว่า "ธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องหาทางออกอย่างรวดเร็ว นี่เป็นความท้าทายก่อนที่ความวุ่นวายจะสงบลงภายในปีหรือสองปีหน้า"

ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ

หัวหน้าเฟดยังอยู่ภายใต้แรงกดดันในการทำความเข้าใจและจัดการกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินของไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้ พายุเฮอริเคนที่มีพลังมหาศาล และผลกระทบร้ายแรงอื่นๆ ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งพาวเวลล์และเบรนาร์ดกล่าวว่าเป็นหน้าที่ของเฟดที่จะต้องดูแลให้ธนาคารมีความยืดหยุ่น เช่น มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงอันเนื่องมาจากสภาพอากาศเลวร้าย หรือคำสั่งของรัฐบาลในการจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

แต่อาณัติของเฟดไม่รวมถึงการส่งเงินเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง เช่นเดียวกับธนาคารกลางอื่นๆ

เมื่อปีที่แล้วเฟดได้จัดตั้งคณะกรรมการภายในสองชุด คณะหนึ่งเน้นที่ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในแต่ละธนาคาร และอีกกลุ่มหนึ่งเน้นที่ภัยคุกคามทั่วทั้งระบบ นอกจากนี้ยังกลายเป็นธนาคารกลางรายใหญ่รายสุดท้ายที่เข้าร่วม Network for Greening the Financial System ซึ่งพัฒนาคำแนะนำสำหรับธนาคารกลางต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งสองอาจเป็นเครื่องมือให้หัวหน้าเฟดลงมือทำได้มากขึ้นในด้านสภาพอากาศ แม้ว่าจุดยืนเชิงรุกมากขึ้นในระดับเดียวกับธนาคารกลางอื่นๆ อาจทำได้ยากหากไม่มีกฎหมายใหม่

ช่องว่างทางเชื้อชาติและเพศ

เจ้าหน้าที่เฟดยังพูดตรงไปตรงมามากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาจากความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติและเพศที่จะดึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ (ดู https://fedcommunities.org/data/closethegaps)

วุฒิสมาชิกสหรัฐ แพท ทูมีย์ (Pat Toomey) ซึ่งเป็นพรรครีพับลิกัน เรียกสิ่งนี้ว่า "Mission creep" (ศัพท์การทหารของสหรัฐ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์อย่างค่อยเป็นค่อยไปในระหว่างปฏิบัติการทางทหารซึ่งมักส่งผลให้เกิดการพัวพันในระยะยาวโดยไม่ได้วางแผนไว้) อย่างไรก็ตาม หลายคนที่อยู่ฝ่ายซ้ายกล่าวว่ามันยังไปได้ไม่ไกลพอ และจับผิดโครงการซื้อพันธบัตรของเฟดที่ช่วยเอาเงินเข้ากระเป๋าของคนรวยมากขึ้นโดยการเพิ่มราคาหุ้น

“มันทำให้เกิดความระส่ำระสายขึ้น กับการที่เฟดลงมือทำเพื่อจัดการกับปัญหาใหญ่ในยุคสมัยของเรา ซึ่งรวมถึงความไม่เท่าเทียมกันและความเหลื่อมล้ำต่อผลลัพธ์ของตลาดแรงงานและการกระจายความมั่งคั่ง” จูเลีย โคโรนาโด (Julia Coronado) อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของเฟดกล่าว ปัจจุบันเป็นประธาน MacroPolicy Perspectives

ใครก็ตามที่เป็นผู้นำของเฟดสามารถปรับเครื่องมือของตนเพื่อจำกัดช่องว่างเหล่านั้นได้ รวมถึงผ่านโครงการต่างๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดเล็กและการเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแลที่ส่งเสริมให้ธนาคารทำงานร่วมกับผู้บริโภคที่ประสบปัญหาในการชำระคืนเงินกู้ โคโรนาโดกล่าว

Photo by Graeme Jennings / POOL / AFP