จีดีพีอินโดขยายตัวแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 10 ปีท่ามกลางโควิด

วันที่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 17:00 น.
จีดีพีอินโดขยายตัวแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 10 ปีท่ามกลางโควิด
เศรษฐกิจอินโดนีเซียในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำนักงานสถิติอินโดนีเซียเปิดเผยว่าเศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นอีกครั้งหลังหดตัวเมื่อปีก่อน โดยจีดีพีประจำไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ขยายตัว 7.07% เมื่อเทียบปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 17 ปี และเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส 

รอยเตอร์สระบุว่านับเป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเป็นอัตราที่สูงที่สุดของอินโดนีเซียนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2004

มาร์โก ยูโวโน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติอินโดนีเซียเผยว่าภาคส่วนที่เติบโตมากที่สุดคืออุตสาหกรรมการขนส่ง คลังสินค้า อาหาร และเครื่องดื่ม โดยเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคชั่วคราวซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริโภคและการลงทุนในขณะนั้น ตลอดจนมีเงินสนับสนุนจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก และทำให้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หดตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะโตขึ้นอีกครั้งในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมานี้แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรงในขณะนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้รัฐบาลยกระดับมาตรการควบคุมโรคและจำกัดการเดินทางอีกครั้งในเดือนก.ค.

เช่นเดียวกับเดวิด ซูมัล นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเซ็นทรัล เอเชีย ซึ่งคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 จะลดลง 0.6 จุดเหลือ 3.5% เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ด้านรัฐบาลก็ได้ปรับลดแนวโน้มจีดีพีปีนี้เป็น 3.7% ถึง 4.5% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 4.5% ถึง 5.3%

ขณะที่ยูโวโนมองว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 จะสามารถเติบโตต่อไปแต่ต้องพึ่งพาการจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคอย่างมาก

ทั้งนี้ อินโดนีเซียรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 35,867 คนและผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,747 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 3.53 ล้านคนและผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 100,000 คน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก

Photo by SONNY TUMBELAKA / AFP