นักวิจัยเผยเราอาจต้องมีวัคซีนที่จัดการกับเดลตาโดยเฉพาะ

วันที่ 04 ส.ค. 2564 เวลา 10:53 น.
นักวิจัยเผยเราอาจต้องมีวัคซีนที่จัดการกับเดลตาโดยเฉพาะ
ตอนนี้เราอาจต้องมีวัคซีนที่จัดการกับสายพันธุ์เดลตาโดยเฉพาะเพราะความร้ายแรงและสามารถติดสู่คนที่ภูมิคุ้มกันลดของมัน

ทีมนักวิจัยจากอังกฤษที่ศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกัน Covid-19 เผยว่าตอนนี้เราอาจต้องมีวัคซีนที่จัดการกับสายพันธุ์เดลตาโดยเฉพาะ เนื่องจากเชื้อสายพันธุ์นี้สามารถติดสู่คนที่ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

การวิจัยที่ชื่อว่า React-1 ศึกษาผลการตรวจหาเชื้อจากอาสาสมัคร 98,000 คนในอังกฤษระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.-12 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในอังกฤษเพิ่มขึ้นหลังจากสายพันธุ์เดลตาเข้ามาแทนที่สายพันธุ์อัลฟาอย่างเต็มรูปแบบ

พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนในการหยุดยั้งการติดเชื้อในช่วงที่ทำการศึกษาลดลงมาอยู่ที่ 49% จาก 64% ในช่วง 1 เดือนก่อนหน้า ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการลดลงจาก 83% มาอยู่ที่ 59%

“การพัฒนาวัคซีนป้องกันเดลตาอาจเป็นเหตุผลที่สมควรเมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่โปรตีนหนาม (spike protein) ของสายพันธุ์นี้กลายพันธุ์จนถึงจุดที่ภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นจากวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้มีประสิทธิภาพลดลง” ทีมนักวิจัยเผย

อย่างไรก็ดี ทีมนักวิจัยจากหลายสถาบันทั่วอังกฤษเผยว่า แม้ว่าภูมิคุ้มกันจะลดลงแต่วัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ยังคงให้การปกป้องค่อนข้างสูง โดยคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน 3 เท่า และมีโอกาสน้อยที่จะมีอาการของ Covid-19 หรือแพร่เชื้อให้ผู้อื่นหากติดเชื้อ

การติดเชื้อภายหลังได้รับวัคซีน (Breakthrough infections) ในกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง ทว่าความกังวลดังกล่าวส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีเพียง 13% ของประชากรโลกเท่านั้นที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว

ด้าน ซายิด จาวิด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า “การฉีดวัคซีนของเรากำลังสร้างกำแพงป้องกันซึ่งหมายความว่าเราสามารถผ่อนคลายมาตรการอย่างระมัดระวังและกลับไปสู่สิ่งที่เรารัก แต่เราต้องระมัดระวังในขณะที่เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับไวรัส”

Photo by Dimitar DILKOFF / AFP