เมียนมาเจอศึกสองด้าน กำลังกลายเป็น 'รัฐซูเปอร์สเปรดเดอร์'

วันที่ 19 ก.ค. 2564 เวลา 10:35 น.
เมียนมาเจอศึกสองด้าน กำลังกลายเป็น 'รัฐซูเปอร์สเปรดเดอร์'
ในขณะที่การต่อต้านเผด็จการยังดำนเนิต่อไป สถานการณ์โควิดเมียนมาเลวร้ายลงทุกที เจาะเรื่องราวจิตอาสาผู้รับขนย้ายศพเหยื่อโควิดในเมียนมาโดยสำนักข่าว AFP

ขณะที่โรงพยาบาลในเมียนมาที่บริหารโดยรัฐบาลเผด็จการไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่สนับสนุนประชาธิปไตยมาทำงานอีก ส่วนผู้ป่วยโรคโคโรนาไวรัสก็เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ อาสาสมัครจึงต้องออกไปตามบ้านเพื่อเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตในบ้านของพวกเขาซึ่งตกเป็นเหยื่อของโควิด-19 ที่เพิ่มจพนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทุกเช้า โทรศัพท์ของ ตัน ตัน ซอ ดังขึ้นพร้อมกับคำขอจากสมาชิกในครอบครัวของผู้เสียชีวิตในนครย่างกุ้ง เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของเมียนมา

เธอเขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อของผู้เสียชีวิตในบัญชีแยกประเภท และส่งทีมไปที่บ้านของพวกเขา

“เรากำลังให้บริการโดยไม่หยุดพัก” เธอบอกกับเ AFP ณ สำนักงานอันคึกคักของกลุ่มอาสาสมัครของเธอ

ทุกวัน "ทีมผมเก็บศพได้ 30-40 ศพ...ฉันคิดว่าทีมอื่นก็คงเหมือนเรา"

"บางครั้ง มีศพอยู่ 2 ศพในบ้านหลังเดียว"

โรงพยาบาลทั่วประเทศไม่มีทั้งแพทย์และผู้ป่วย เนื่องจากการนัดหยุดงานระยะยาวเพื่อต้านต่อระบอบการปกครองของทหารที่ยึดอำนาจในเดือนกุมภาพันธ์

ความโกรธแค้นต่อการรัฐประหารในวงกว้าง และความกลัวที่จะถูกมองว่าร่วมมือกับรัฐบาล ยังทำให้หลายคนไม่กล้าไปใช้บริการโรงพยาบาลที่ดำเนินการโดยกองทัพ ทำให้อาสาสมัครต้องจัดหาออกซิเจนอันมีค่าและนำคนตายไปเผาศพ

ซาน อู ซึ่งเริ่มทำงานเป็นอาสาสมัครขับรถเมื่อเกิดการระบาดครั้งแรกในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่า เวลาทำงานปกติตอนนี้อย่างน้อยนานถึง 13 ชั่วโมง

“เราเคยส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล” เขากล่าวกับ AFP “เราถามคนไข้ว่า 'คุณต้องการไปโรงพยาบาลไหน'

“แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เมื่อเราได้รับสายเรียกเข้า เราต้องถามว่า 'สุสานไหน'”

เจ้าหน้าที่รายงานผู้ป่วยเกือบ 5,500 รายในวันเสาร์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 50 รายต่อวันในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงน่าจะสูงกว่ามาก

ที่บ้านของเหยื่อรายหนึ่ง ซาน อูและทีมจับศพไว้บนเปลหาม คลุมด้วยผ้าห่ม แล้วเดินขึ้นบันไดไม้แคบๆ ลงไปที่ถนน

พวกเขานำเปลหามไปที่รถตู้ในขณะที่อาสาสมัครอีกคนหนึ่งตีฆ้องที่ใช้ในพิธีศพตามประเพณีพุทธศาสนาในเมียนมา

เมื่อพวกเขามาถึงเมรุเผาศพจี ซู มีรถพยาบาลอย่างน้อยแปดคันที่จอดอยู่ข้างนอกแล้ว

หน้ากระจกหน้ารถยนต์คันหนึ่งมีคำว่า "Dead Body Carrier" ติดเอาไว้

- 'มีแต่ข่าวร้าย' -

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซึ่งอยู่แนวหน้าในการรับมือโควิด-19 ของเมียนมาก่อนการรัฐประหารตกเป็นของทงการเผด็จการ หลังจากพวกเขากลายเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารในช่วงแรก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูง รวมทั้งหัวหน้าโครงการฉีดวัคซีนของเมียนมาถูกควบคุมตัว และอีกหลายร้อยคนต้องไปเคลื่อนไหวใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สภาบริหารรัฐ (State Administration Council) ซึ่งเป็นคำที่รัฐบาลทหารใช้เรียกตัวเองว่า เรียกร้องให้แพทย์และพยาบาลอาสาเข้าร่วมโครงการต้านโควิด-19 โดยยอมรับว่ากำลังเผชิญกับ "ความยากลำบาก" ในการควบคุมการแพร่ระบาด

สื่อของรัฐรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า ทางการกำลังเร่งจัดหาอุปกรณ์ออกซิเจนจากเพื่อนบ้านคือไทยและจีน

ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในเมียนมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าประเทศกำลังเสี่ยงที่จะ "กลายเป็นรัฐซูเปอร์สเปรดเดอร์ของโควิด-19"

ตัน ตัน โซ กล่าวว่าทีมของเธอสองคนมีผลตรวจเป็นบวกตั้งแต่เกิดการระบาดครั้งล่าสุด และมีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย

“ทุกสิ่งที่ฉันได้ยินมีแต่ข่าวร้าย” เธอบอก

ชายคนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานของเธอช่วย ยกหูโทรหาพี่ชายของเขาที่สุสานจี ซูซึ่งกำลังปรกอบพิธีเผาศพแม่ของพเขา แต่ตอนนี้เขาขอให้พี่ช่วยรอรถพยาบาลที่กำลังพาพ่อของพวกเขาซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปที่สุสานอีกศพหนึ่ง

“ผมอยากให้พ่อแม่เจอหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย” เขาสะอื้นในโทรศัพท์

สำหรับ ตัน ตัน โซ ฉากดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“บางครั้งฉันไม่รับโทรศัพท์และไม่อยากรับสาย” เธอบอก

“ไม่ใช่เพราะฉันไม่อยากทำหน้าที่ของฉัน… แต่เป็นเพราะฉันเจ็บปวดมาก”

สกู๊ปข่าวจาก AFP เรื่อง 'Dead body carrier': Covid surge overwhelms Myanmar burial volunteers

ภาพชุดจิตอาสาขนศพ

Photo by Ye Aung THU / AFP

Photo by Ye Aung THU / AFP

Photo by Ye Aung THU / AFP

Photo by Ye Aung THU / AFP

ภาพชุดการรอคอยออกซิเจน

Photo by STR / AFP

Photo by STR / AFP

Photo by STR / AFP

Photo by STR / AFP